Site icon คุณแม่ลูกอ่อน

ดูแลลูกวัย 0-1 ปี อย่างไรในช่วงหน้าหนาว ไม่ให้ป่วย

ดูแลลูกวัย 0-1 ปี อย่างไรในช่วงหน้าหนาว ไม่ให้ป่วย

ช่วงนี้ก็ปลายเดือนตุลาคมแล้ว บางพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มสัมผัสอากาศเย็นกันแล้วนะคะ โดยเฉพาะภาคเหนือและยอดดอย หลายคนรอคอยเวลานี้มานาน แต่ในขณะที่คนเป็นแม่ที่มีลูกในวัย 0-1 ขวบ คงต้องมีการเตรียมการรับมือกับอากาศหนาว เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยป่วย

ชวนคุณแม่มาทำเช็คลิสต์กันซักหน่อยดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรที่ต้องเตรียมหรือต้องป้องกันให้ลูกน้อยบ้าง

Youtube : ดูแลลูกวัย 0-1 ปี อย่างไรในช่วงหน้าหนาว ไม่ให้ป่วย

ดูแลลูกน้อยหน้าหนาวอย่างไรไม่ให้ป่วย

เป็นที่รู้กันดีว่าเด็กเล็กๆ ภูมิคุ้มกันยังมีน้อย ดังนั้น เวลาอากาศเปลี่ยนแปลงทีก็จะรับมือกันไม่ค่อยทัน เด็กที่ป่วยส่วนใหญ่จะป่วยจากการรับเชื้อไวรัส เพราะเชื้อตัวนี้เจริญเติบและแพร่กระจายเชื้อได้ดีในหน้าหนาว เราไปทำเช็คลิสต์กันเลยดีกว่าค่ะคุณแม่ว่ามีอะไรบ้าง

รักษาความสะอาดอยู่เสมอ

ล้างมือให้สะอาด

แนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ที่เลี้ยงดู ควรล้างมือให้สะอาดก่อนการจับต้องลูกน้อยทุกครั้ง เพราะสาเหตุที่ลูกป่วยส่วนหนึ่งก็มาจากเชื้อโรคที่ติดตัวอยู่กับผู้ใหญ่

ของเล่นลูกน้อย
ควรหมั่นเช็ดล้างทำความสะอาดอยู่เสมอเช่นกันค่ะ เพราะส่วนใหญ่เวลาที่ลูกเล่นก็มักจะชอบเอาของเล่นเข้าปาก เป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคได้

เสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ของลูก
ควรให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะขวดนม จุกนม หรือแม้แต่เครื่องนอนของลูก

ให้ร่างกายลูกอบอุ่นอยู่เสมอ

เตรียมเสื้อผ้า

เพื่อรักษาร่างกายลูกน้อยให้อบอุ่นอยู่เสมอ คุณแม่ควรเตรียมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ซึ่งถ้าอากาศไม่เย็นมากเราสามารถสวมทับได้ แต่หากอากาศเย็นมากแนะนำเสื้อกันหนาว หมวกไหมพรม ถุงมือ ถุงเท้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดเกินไป เพื่อให้ลูกไม่เกิดความอึดอัด

ผ้าห่ม

ควรเลือกผ้าห่มที่มีความหนาพอสมควร อาจเป็นผ้าสำลีก็ได้ค่ะ หรือจะเป็นเนื้อผ้าอื่นๆ ที่ให้ควรนุ่มแต่อุ่น เพื่อไม่ให้ลูกน้อยห่มแล้วระคายเคืองผิว

ดูแลสุขภาพผิวของลูกน้อยไม่ให้แห้ง แตก และคัน

อาบน้ำอุ่น

วันละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะระบบการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของลูกน้อยยังพัฒนาและทำงานยังไม่เต็มที่ ซึ่งในน้ำอุ่นนั้น คุณแม่สามารถผสมเบบี้ออยล์ได้เล็กน้อย และที่สำคัญ ต้องอาบอย่างเบามือที่สุดค่ะ

หลังอาบน้ำให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวสำหรับเด็ก

ให้คุณแม่เทใส่มือ แล้วลูบให้ทั่วแขน ขา และลำตัวของลูก พยายามให้ครีมกระจายให้ทั่ว เพื่อให้ครีมปิดที่รูขุมขนและจะคงความชุ่มชื้นของผิวได้ดีค่ะ

ทาครีมระหว่างวัน

หากอากาศที่ยังเย็นไม่ควรเอาลูกออกไปนอกบ้านนานๆ นะคะ เพราะอากาศเย็นก็จะทำให้ผิวลูกยิ่งแห้ง ลูกก็จะคัน ยิ่งคันก็ยิ่งเกา เกาไปเกามาผิวลูกจะถลอกและอักเสบขึ้นได้ ดังนั้น หากคุณแม่เห็นว่าผิวลูกเริ่มแห้งอีกแล้ว สามารถทาครีมหรือหรือโลชั่นสำหรับเด็กได้ค่ะ แบบบางๆ นะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวลูกแห้งเกินไป

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

สำหรับลูกน้อยที่วัย 6 เดือนขึ้นไป คุณแม่สามารถทำอาหารเสริมให้ลูกที่เน้นคุณค่าทางอาหารได้ค่ะ อาทิ ฟักทองบดหรือซุปฟักทองกับแครอท ซึ่งอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และวิตามินซี หรือจะเป็นซุปบรอกโคลี หรืออโวคาโดบดก็ได้ค่ะ

ให้ลูกจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ
เพราะร่างกายลูกน้อยต้องการน้ำเพื่อการปรับความสมดุลจากอากาศที่แห้งและหนาวเย็น อาจเป็นเหตุให้ร่างกายสูญเสียน้ำในร่างกายได้มากกว่าปกติ ซึ่งการจิบน้ำอุ่นนี้จะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวกับอากาศภายนอกได้ ป้องกันไม่ให้ลูกเจ็บป่วยง่ายและปากแห้งอีกด้วยค่ะ

เมื่อคุณแม่เตรียมข้าวของเครื่องใช้ของลูกและอาหาร เพื่อสู้กับอากาศเย็นแล้ว การให้ลูกได้พักผ่อนเยอะๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่หากพักผ่อนน้อยล่ะก็…ป่วยทุกราย คุณแม่ด้วยนะคะ ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย เตรียมครีมหรือโลชั่น เสื้อผ้าหนาๆ จิบน้ำอุ่น และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เท่านี้ ทั้งคุณแม่และคุณลูกก็จะไม่ป่วยง่ายตลอดหน้าหนาวนี้แล้วค่ะ