Site icon คุณแม่ลูกอ่อน

มาสังเกตร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือน ว่ามีอะไรเปลี่ยนบ้าง

เข้าเดือนที่ 3 ของคุณแม่แล้ว ความตื่นเต้น ดีใจ และกังวลของคุณแม่คงหายเกือบหมด แต่คุณแม่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะลูกในครรภ์ก็เปลี่ยนแปลงจากเดือนแรกๆ แล้วตัวคุณแม่ล่ะค่ะ ตอนนี้สังเกตอะไรบ้างกับตัวเอง หันหน้าเข้าหากระจกและลองมองร่างกายคุณแม่ดูเสียหน่อย เงาที่สะท้อนมาแตกต่างจากก่อนตั้งครรภ์ หรือหลังตั้งครรภ์เดือนแรกหรือไม่

ลูกในครรภ์ตอนนี้อวัยวะครบแล้ว แขน ขา นิ้ว ปาก ตา หัวใจครบ 4 ห้อง และเริ่มขยับตัว คุณแม่จะไม่รู้สึกถึงแรงขยับ เพราะขนาดตัวของลูกยังเล็ก เห็นได้ว่าลูกในครรภ์ยังมีความเปลี่ยนแปลงได้ คุณแม่เองก็มีความเปลี่ยนแปลงมากกว่าเดิมเช่นกัน และความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ที่คุณแม่อาจจะลืมสังเกต หรือมองข้ามสิ่งนั้นไป

อาการที่พบของคุณแม่ ตั้งครรภ์ 3 เดือน

รูปร่าง

ตอนนี้สัดส่วนของร่างกายที่เห็นได้ชัดเจนคือ ขนาดหน้าท้อง เพราะในท้องคุณแม่กำลังมีลูกน้อยที่เติบโตจนอวัยวะครบแล้ว คุณแม่คงกังวลเรื่องรูปร่างจนอาจมองข้ามไปบ้าง แต่ลูกกำลังต้องการพื้นที่เพื่อการเจริญเติบโตในอีกหลายเดือนข้างหน้า รูปร่างคุณแม่ก็เปลี่ยนแล้ว อย่าลืมด้วยว่าเสื้อผ้าที่ใส่ก็คับแล้ว หาเสื้อผ้าสบายๆ สวมใส่ ตัวคุณแม่และลูกในครรภ์จะได้ไม่อึดอัด

น้ำหนัก

ตั้งแต่วัยรุ่น จนแต่งงาน ยังไม่กลัวการชั่งน้ำหนักตอนท้องขนาดนี้ โดยช่วงอายุครรภ์นี้น้ำหนักคุณแม่จะไม่เพิ่มมาก แต่หากเพิ่มมากอาจเกิดจากอาหารที่คุณแม่กินอาหารด้วยนั้นเอง ขอให้คุณแม่ดูแลตัวเอง และควบคุมอาหาร ต้องไม่ตามใจอยาก อาหารที่กินเข้าไปบางอย่างก็ไม่เหมาะที่จะกินเสมอไป เช่น ขนมหวานทุกชนิด หรือผลไม้ที่รสชาติหวาน

หน้าอก

อาการเจ็บหน้าอกมีมาตั้งแต่ตั้งครรภ์เดือนแรกๆ แล้ว แต่ตอนนี้นอกจากอาการเจ็บ คัด ตึง ของหน้าอก อีกอย่างหนึ่งคือ ขนาดหน้าอกก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น เนื่องจากท่อน้ำนมกำลังขยายเพื่อเตรียมตัวผลิตน้ำนม และสิ่งที่อยากให้เปลี่ยนคือ ชุดชั้นใน ที่ไม่กด รัดหน้าอก หรือลำตัว ลองหาชั้นในไร้โครงเหล็กอาจจะสบายตัวขึ้นด้วยได้

ผิว หรือสิว

ตอนนี้ผิวพรรณคุณแม่เป็นอย่างไร มีลอยแตกตามหน้าท้อง ขา แขน หรือยัง โดยเฉพาะหน้าท้อง หากยังไม่มีก็อย่าพึ่งทิ้งเรื่องผิวไป เพราะสุดท้ายหลังคลอดบริเวณหน้าท้องจะทิ้งลายไว้ หรือสิวที่ใบหน้า ที่เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ทำให้คุณแม่เป็นสิว หรือผดผื่นได้ง่าย

อาการแพ้ท้อง

แม้จะเข้าเดือนที่ 3 อาการแพ้ท้องคุณแม่บางคนยังคงมีอยู่ ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน กลิ่น อ่อนเพลียง่าย หรือคุณแม่บางคนจะเริ่มมีอาการแพ้ท้องน้อยลง อาเจียนลดลง แต่อาการอ่อนเพลีย ง่วงง่ายยังคงมี และอาหารก็เริ่มจะกินได้มากขึ้น

ปัสสาวะบ่อย

ยิ่งลูกในครรภ์โตขึ้น มดลูกก็ไปกดทับกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น คุณแม่จึงไม่ควรกลั้นปัสสาวะเด็ดขาด เห็นห้องน้ำก็เข้าเสีย และควรนั่งต่ออีกสักพัก เพราะอาจจะยังมีปัสสาวะค้างอยู่เป็นได้

อารมณ์

คุณแม่จะยังมีอาการหลายอารมณ์อยู่ ดีใจ มีความสุขก็มาก แต่น้อยใจ เหงาก็แทรกเข้า คุณแม่ลองหากิจกรรมทำ เช่น เดินเล่น แต่ก็ไม่ควรมากเกิดกำลัง หาหนังสืออ่าน ฟังเพลงเบาๆ จะทำให้ผ่อนคลายได้ และลูกในครรภ์ก็จะรับรู้ไปพร้อมๆ กับคุณแม่ด้วย

อาหารอะไรที่ดีต่อคุณแม่และลูกในครรภ์

อายุครรภ์มากขึ้น ลักษณะอาการของคุณแม่มีความเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่ว่ารูปร่าง น้ำหนัก หรือสภาพผิวพรรณของคุณแม่ อย่าเพิ่งหงุดหงิดเสียก่อน เพราะถ้าอย่างนั้นคุณแม่อาจจะลืมตัวกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ได้ และอาหารอะไรดีที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ รวมถึงยังดีต่อลูกในครรภ์ด้วย

อาหารหลัก 5 หมู่

ขึ้นชื่ออาหารตามหลักโภชนาการแล้ว นอกจากจะส่งผลดีกับคุณแม่แล้ว ลูกก็ยังได้รับไปด้วย โดยคุณแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกที่เกิดมาผิวพรรณดี แต่ก็ต้องดูลักษณะทางพันธุ์กรรมด้วย ว่าพ่อแม่มีผิวอย่างไร พ่อผิวเข้มหรือแม่มีผิวขาว แต่อยากให้ลูกผิวขาว ซึ่งคงไม่แน่นอนว่าลูกจะได้ผิวจากพ่อหรือแม่ ถึงจะไม่อาจทำให้ขาวแต่ผิวพรรณก็สร้างได้ ถ้าคุณแม่อยากให้ลูกผิวพรรณดี ให้เน้นกินอาหารที่ให้โปรตีน และแคลเซียมสูง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักใบเขียว ผลไม้สด น้ำดื่ม ธัญพืช และถั่ว อาหารเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และบำรุงผิวพรรณของลูกในครรภ์ให้มีผิวเนียนละเอียดตั้งแต่แรกเกิดได้

นม

นมนั้นนอกจากจะมีแคลเซียมสูง ยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่มีลูกในครรภ์ เพราะแคลเซียมจะทำหน้าที่เสริมสร้างกระดูกของแม่ และลูกในครรภ์ ซึ่งคุณแม่ควรดื่มนมไม่มากเกิดไปด้วย หรือจะดื่ม วันละ 3 แก้ว โดยนมมื้อสุดท้ายก่อนนอนเป็นนมอุ่นๆ จะทำให้คุณแม่สบายท้องด้วย อย่างนั้นคุณแม่ไม่ควรละเลยการดื่มนม นมบำรุงครรภ์ หรือเนย ผักใบเขียว ที่มีส่วนช่วยสร้างแคลเซียมนั้นเอง

ช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนอย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการแท้งและติดเชื้อสูง คุณแม่ต้องหมั่นใส่ใจในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ การพักผ่อนที่เพียงพอ อาหารที่มีประโยชน์ และทำจิตใจให้ผ่อนคลายเสมอ เท่านี้ไม่ว่าจะเรื่องรูปร่าง ผิวพรรณที่ดี และสุขภาพดี ก็ไม่ห่างไกลตัวคุณแม่ทุกคนค่ะ