การดูแลสุขภาพเด็ก

ทำอย่างไรดีลูกน้อยโดนน้ำร้อนลวก

ปัญหาน้ำร้อนลวกเด็กเป็นเรื่องร้ายที่มักเกิดขึ้นกับเด็กบ่อยๆ ด้วยความอยากรู้อยากลองและในบางครั้งผู้ดูแลก็ไม่สามารถมองเห็นเขาอยู่ในสายตาได้ตลอดจึงทำให้เรื่องไม่คาดฝันแบบนี้สามารถเกิดขึ้นกับลูกน้อยได้

และเมื่อเกิดขึ้นแล้วขั้นตอนการดูแลเป็นเรื่องที่สำคัญมากเนื่องจากเด็กยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่ค่อยแข็งแรงจึงทำให้ต้องใส่ใจดูแลเรื่องของแผลให้กับเขาเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อและอักเสบซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นนอกจากนี้ตามมาได้



แล้วถ้าเกิดลูกโดนน้ำร้อนลวกขึ้นมาควรรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรดี?

  1. ถ้าลวกแค่ในระดับหนังกำพร้าก็เพียงแค่ทำความสะอาดแผลและบริเวณรอบๆ ให้สะอาด และหากบังเอิญมีสิ่งสกปรกติดอยู่ในแผลด้วยก็อาจจะค่อยๆ ใช้สบู่ล้างสิ่งสกปรกออกก่อน จากนั้นหาผ้าสะอาดมาปิดแผลไว้แล้วรีบพาเขาไปพบแพทย์ ถึงแม้จะไม่ได้ลวกและทำร้ายลูกแรงมากแต่แน่นอนว่าเขาจะรู้สึกแสบร้อนและงอแงอย่างแน่นอน
  2. ถ้าบาดเจ็บเข้าไปถึงหนังกำพร้าและหนังแท้ อาการนี้จะสังเกตได้ว่าผิวหนังของลูกจะบวม แดง พร้อมทั้งมีอาการพุพองร่วมด้วย ซึ่งทำให้เขาเกิดอาการเจ็บปวดและแสบเป็นอย่างมาก ก่อนจะพาไปพบแพทย์เมื่อดูแลความสะอาดเบื้องต้นให้กับเขาแล้วก็ให้เขาได้ทานยาพาราเซตามอนก่อนได้เพื่อเป็นการลดความเจ็บปวดเบื้องต้นนั่นเอง
  3. ถ้าเกิดความเสียหายกับเขาอย่างรุนแรง ซึ่งร้ายแรงจนถึงขั้นที่ทำให้ผิวหนังของลูกเปลี่ยนเป็นสีดำไหม้ หนังลอกจนอาจจะเห็นเส้นประสาท ให้รีบถอดเสื้อผ้าของเขาออกยกเว้นว่าเสื้อผ้าจะไหม้ติดกับหนังไปแล้ว จากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาล ในช่วงขณะกำลังเดินทางพยายามหาผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณแผลเขาเรื่อยๆ เพื่อช่วยรักษาความเย็นเอาไว้ และห้ามเด็ดขาดที่จะเอาแผลไปแช่น้ำเย็นแทนการประคบเพราะอาจจะทำให้เขาช็อกได้เลยทีเดียว

อะไรบ้างที่ ‘ห้าม’ ทำเมื่อลูกโดนน้ำร้อนลวก

  1. ห้ามใช้น้ำแข็งและน้ำที่เย็นจัดประคบเพราะนอกจากจะไม่ช่วยกลับทำให้บาดแผลลึกกว่าเดิมได้อีกด้วย
  2. ห้ามใช้ยาสีฟันหรือครีมใดๆ ประคบลงไปบนแผลเด็ดขาดเพราะมันคือการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อให้กับลูกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
  3. ห้ามนำลูกไปแช่น้ำเย็น ให้เอาน้ำเย็นประคบได้ แต่ห้ามแช่เพราะว่าจะทำให้เขาช็อกและแน่นอนว่ามันสามารถรุนแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

เรื่องของอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งนั้นแต่หากโชคร้ายต้องมาเกิดขึ้นกับลูกของคุณแล้วจริงๆ ล่ะก็การดูแลเบื้องต้นและรู้ข้อห้ามต่างๆ เอาไว้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและช่วยได้มากเลยทีเดียว เพราะมันสามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายไปมากกว่าเดิม และการที่เด็กถึงมือแพทย์ได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งลดความเสี่ยงกับสิ่งต่างๆ ให้กับเขาได้ดีเท่านั้นอีกด้วย

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. ลูกขาดโกรทฮอร์โมน ส่งผลให้ตัวเตี…
  2. เทคนิคป้อนยา…ลูกกินยายาก
  3. “ลูกผอมไปป่าว?” …เด็กอ้วนแ…
  4. วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน …
  5. มาเรียนรู้วิธีดูแลเล็บของเด็กทาร…
  6. ลูกน้อยก็เครียดได้…มารู้จักกับวิ…
  7. ลูกแพ้นมวัวหรือเปล่ามาเช็คกัน
  8. ปลอดภัยไว้ก่อน…ให้ลูกนั่งค…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP