14 นิทานพื้นบ้านของไทย สอนใจเด็กได้ดี

10 นิทานพื้นบ้านของไทย สอนใจเด็กได้ดี
ไลฟ์สไตล์

นิทานพื้นบ้านของไทยมักจะนิยมนำมาทำเป็นละครพื้นบ้านอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเนื้อหานั้นก็ให้แง่คิดและคติสอนใจได้ดีไม่แพ้นิทานอีสปเช่นกัน คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศได้นะคะ

รวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ


แนะนำ 10 นิทานอีสป กับ 5 หนังสือนิทาน 2 ภาษา ที่ปลูกฝังเรื่องราวดี ๆ สอนใจเด็ก ๆ ในช่วงเวลาที่ปิดเทอมยาวอย่างนี้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง?

10 นิทานพื้นบ้านของไทย สอนใจเด็กได้ดี

แก้วหน้าม้า

แก้วหน้าม้า

เป็นเรื่องราวของอดีตนางฟ้าตนหนึ่ง ชื่อ นางแก้วมณี ที่ถูกสวรรค์สาปมาให้เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่มีใบหน้าเป็นม้า แก้วหน้าม้ามีพลังวิเศษและมีเหล่าฤาษีที่คอยช่วยเธอ อยู่มาวันหนึ่งแก้วหน้าม้าก็ได้พบกับเจ้าชาย โดยที่เจ้าชายสัญญากับเธอว่าจะพาเธอไปเป็พระมเหสีแต่ก็ถูกเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าชายกลั่นแกล้งตลอดเวลา พยายามจะขับไล่เธอออกจากวัง แต่แก้วหน้าม้าใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอย่างมาก จนสุดท้ายก็สำเร็จในที่สุด

ปลาบู่ทอง

ปลาบู่ทอง

เศรษฐีทารก (ทาระกะ) มีภรรยา 2 คน คนแรกให้กำเนิดลูกสาว ชื่อ เอื้อย ส่วนภรรยาคนที่ 2 ให้กำเนิดลูกสาว 2 คน ชื่อ อ้ายและอี่ แต่เศรษฐีทารกนี้ได้ฆ่าแม่ของเอื้อยแล้วโยนลงคล เหตุเพราะแม่ของเอื้อยบอกให้ปล่อยปลาบู่ที่จับมาได้เพียงตัวกำลังตั้งท้องไป แต่ฝ่ายสามีไม่ยอมและโมโหมาก ส่วนเอื้อยเด็กสาวยอดกตัญญูเมื่อรู้ว่าแม่มาเกิดเป็นปลาบู่ก็นำอาหารมาให้กิน หรือเกิดเป็นต้นมะนาวก็เอามารดดูแลอย่างดี

จันทโครพ

จันทโครพ

จันทโครพ เจ้าชายแห่งเมืองพาราณสีได้ไปฝึกวิชากับฤาษีจนสำเร็จ ฤาษีมอบผอบให้จันทโครพก่อนจะเดินทางกลับบ้าน พร้อมกำชับอย่างหนักแน่นว่าห้ามเปิดจนกว่าจะถึงบ้าน แต่ด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็น จึงเปิดผอบออกดูระหว่างการเดินทาง นางโมราโผล่ออกมา สตรีที่สวยงดงาม แต่เป็นเหตุให้จันทโครพต้องพบกับเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ

พระนางจามเทวี

นิทานพื้นบ้านที่มีต้นกำเนิดมาจากทางภาคเหนือของเรา พระนางจามเทวีเป็นอิสตรีที่มีความเก่งและความฉลาด เมื่อภายหลังที่พระสวามีเสด็จสวรรคต พระนางจึงถูกกบฎจับตัวไปให้ครองเมืองอื่นและปกครองเมืองนั้นได้อย่างสงบสุข

พญาคันคาก (คางคก)

นิทานพื้นบ้านที่เป็นเรื่องเล่าของพระมเหสีองค์หนึ่งที่ให้กำเนิดลูกชายออกมาเป็นคางคก ผิวหนังตะปุ่มตะป่ำดูน่ารังเกียจ และระหว่างการให้กำเนิดนั้นก็ได้เกิดลมพัดมาอย่างแรง พร้อมทั้งมีฟ้าผ่าลงมาไม่ขาดสาย พระราชาจึงตามโหรมาทำนาย โหรจึงกราบทูลพระราชาว่า แม้ร่างกายจะดูเป็นที่น่ารังเกียจก็อย่าเพิ่งตัดสินหรือไปดูถูกเขา แต่ขอให้เลี้ยงดูเขาให้ดี เขาจะนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้แก่บ้านเมืองได้

ลิลิตรพระลอ

เรื่องเล่าจากทางภาคเหนือของไทยเราอีกเรื่องหนึ่ง ที่เชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรักของเจ้าชาย แต่เป็นรักที่ไม่สมหวัง

พิกุลทอง

เรื่องเล่าของสาวภาคกลางที่มีชื่อว่า พิกุล แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังเล็กมาก พิกุลต้องอยู่กับแม่เลี้ยง ทำงานบ้านทุกอย่าง อยู่มาวันหนึ่งเธอพบกับหญิงชราที่แต่งตัวซอมซ่อมาขอน้ำดื่ม แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจ เธอจึงได้พรวิเศษจากหญิงชรานั้น เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกสงสารใครและพูดออกมาจะมี “ดอกพิกุลทอง” ร่วงออกมาจากปาก

โสนน้อยเรือนงาม

โสนน้อยเรือนงาม

เจ้าหญิงที่จำต้องออกเดินทางไปนอกเมือง เนื่องจากมีโหรทำนายว่าดวงของเธอจะไม่ดี เธอต้องอาศัยอยู่ในป่า กระอินทรรู้สึกสงสารเธอ จึงได้มอบของวิเศษให้ เธอจึงนำของวิเศษนี้ไปช่วยชุบชีวิตหญิงคนหนึ่งที่ถูกงูกัดตาย แต่หญิงคนนั้นไม่ได้มีความสำนึกในบุญคุณเอาเสีย แต่กลับคิดจะทรยศ หวังจะช่วงชิงทุกอย่างไปจากเธอ

สังข์ทอง

สังข์ทอง

ตัวละครคือ สังข์ทอง หรือเงาะป่าที่หลายคนคุ้นเคยกันดี สังค์ทองได้เล่าเรื่องที่เจ้าชายต้องการหาคู่แต่อยากลองใจหญิงสาวที่จะมาเป็นคู่ครองก่อน จึงตัดสินใจแปลงกายเป็นเงาะป่าที่ตัวดำ รูปร่างอัปลักษณ์ แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าเงาะป่าหรือสังค์ทองก็ได้ค้นหญิงสาวรายหนึ่ง นามว่า “รจณา

แตงอ่อน

หญิงสาวผู้โชคร้ายที่ได้ให้กำเนิดลูก แต่ต้องถูกสับเปลี่ยนกับจระเข้ ส่งผลให้เธอต้องถูกขับไล่ออกจากเมือง เธอต้องพบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายต่าง ๆ มากมาย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขอีกครั้ง

พระไชยเชษฐ์

มีพระธิดาองค์หนึ่งมีนามว่า นางจำปาทอง เนื่องจากเวลาที่นางร้องไห้ น้ำตาก็จะไหลออกมาเป็นดอกจำปา วันหนึ่งนางเก็บไข่จระเข้มาเลี้ยง เมื่อเลี้ยงได้เติบใหญ่ จระเข้ก็เที่ยวไปไล่กัดชาวบ้าน จนทำให้ท้าวอภัยนุโรธโกรธมาก จึงขับไล่นางออกไปจากเมือง

เมื่อเดินทางมาเรื่อย ๆ นกเจอยักษ์ตนหนึ่ง จึงตกใจวิ่งหนีไปจนไปเจอกับฤๅษีตนหนึ่ง จึงได้ขอกราบเป็นผู้รับใช้ฤๅษี

ต่อมาท้าวสิงหล ซึ่งเป็นยักษ์ที่ครองเมืองสิงหล ไม่มีทั้งพระโอรสและพระธิดา เห็นนางจำปาทองก็ถูกใจจึงขอไปเลี้ยงเป็นพระธิดา และเปลี่ยนชื่อเป็น นางสุวิญชา ขณะที่พระไชยเชษฐ์มีสนมอยู่แล้ว 7 คน แต่เมื่อเจอกับนางสุวิญชาก็ถูกใจจึงขอไปเป็นสนมอีก 1 คน และนางสุวิญชาตั้งครรภ์ แต่ด้วยสนมทั้ง 7 คนเกิดความอิจฉานางสุวิญชา เนื่องจากพระไชยเชษฐ์รักนางมากกว่า ทั้ง 7 คนจึงออกอุบายว่า นางสุวิญชาคลอดลูกออกมาเป็นท่อนไม้ พระไชยเชษฐ์จึงไล่นางสุวิญชาออกจากเมือง

ต่อมาพระไชยเชษฐ์เพิ่งรู้ความจริงว่าเรื่องราวที่สนมทั้ง 7 คนกล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง พระไชยเชษฐ์จึงออกตามหานางอีกครั้ง

ขุนช้างขุนแผน

ขุนช้างขุนแผนเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกัน 3 ครอบครัวด้วยกัน ได้แก่

ครอบครัวที่ 1

ครอบครัวของขุนไกรพลพ่าย รับราชการทหาร มีภรรยาชื่อ นางทองประศรี มีลูกชายชื่อ พลายแก้ว

ครอบครัวที่ 2

ครอบครัวของขุนศรีวิชัย เป็นเศรษฐีใหม่แห่งเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อ นางเทพทอง มีลูกชายชื่อ ขุนช้าง ซึ่งหัวล้านมาตั้งแต่กำเนิด

ครอบครัวที่ 3

ครอบครัวสุดท้ายเป็นครอบครัวของนายพันศร โยธา มีอาชีพเป็นพ่อค้า มีภรรยาชื่อ นางศรีประจัน มีลูกสาวหน้าตางดงาม ชื่อ พิมพิลาไลย

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้เป็นเรื่องของความกตัญญูต่อบิดามารดา และวิถีชีวิตของชุมชนไทยที่เกี่ยวเนื่องกับวัดและพระพุทธศาสนา

นางสิบสอง

คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเป็นเศรษฐีแต่ไม่มีลูก จึงได้ไปไหว้ขอลูกกับเทวดา จากนั้นภรรยาของเขาก็ได้คลอดลูกออกมา 12 คน ต่อมาครอบครัวของเขาเริ่มยากจนลงเรื่อย ๆ จนพ่อตัดสินใจนำลูกไปปล่อยไว้ในป่า ต่อมาได้เจอกับนางยักษ์สารตรา ซึ่งนางได้นำ 12 คนไปเลี้ยงเป็นลูก

ต่อมาทั้ง 12 คนเพิ่งมารู้ว่าผู้หญิงที่เป็นแม่เลี้ยงคนนี้คือ ยักษ์ ทั้งหมดจึงพากันหนีออกมาจนมาเจอกับท้าวยาสิทธิ์ เจ้าเมืองขีดขิน ทั้งหมดจึงได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นมเหสี เมื่อนางยักษ์ทราบเรื่องจึงตามมาแก้แค้นด้วยการแปลงกายเป็นสาวสวย จนท้าวยาสิทธิ์หลงรักจึงได้แต่งตั้งให้นางเป็นมเหสีอีกคน

นางยักษ์นำนาง 12 คนนี้ไปไว้ในถ้ำแล้วควักลูกตาออก เว้นไว้แต่นางเภา น้องคนสุดท้องที่ควักตาออกไปเพียงข้างเดียว ขณะนั้นนางทั้ง 12 คนกำลังตั้งท้องอยู่ หลังจากที่คลอดลูกทุกคนกินลูกตัวเอง เพราะความหิวโหย แต่…นางเภา น้องคนสุดท้องไม่กิน เลี้ยงลูกชายคนเดียวนี้มาจนโตนามว่า พระรถเสน เมื่อนางยักษ์รู้ข่าวจึงต้องการจะฆ่าพระรถเสน จึงออกอุบายให้พระรถเสนนำสารไปส่งให้นางเมรี และบอกกับนางเมรีว่า “เมื่อพระรถเสนเดินทางถึงที่นั่นแล้วให้ฆ่าทิ้งเสีย”

แต่เมื่อพระรถเสนเดินทางไปถึงนางเมรีก็ตกหลุมรัก และแต่งงานอยู่กินกันมา ต่อมาไม่นานม้าของพระรถเสนเตือนให้รีบนำดวงตาไปคืนกับนาง 12 พระรถเสนจึงได้รีบกลับไปที่ถ้ำ เมื่อนางเมรีรู้ข่าวก็ออกตามหา เมื่อเจอพระรถเสน นางก็ร่ำไห้เสียใจจนสิ้นใจตาย

ไกรทอง

เรื่องราวของพญาชาลวัน จระเข้ที่มีฤทธิ์มีอาคมมาก อาศัยอยู่ในถ้ำใต้บาดาล มีภรรยาสองคน ชื่อ นางวิมาลา และนางเลื่อมลายวรรณ อยู่มาวันหนึ่งพญาชาลวันอยากกินเนื้อมนุษย์ จึงว่ายน้ำขึ้นไปก็ไปเจอกับนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทองที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่ แต่พญาชาลวันตกหลุมรักนางตะเภาทองจึงได้ไปคาบกลับมาที่ถ้ำ ส่งผลให้ภรรยาทั้งสองคนไม่พอใจ

ฝ่ายพ่อซึ่งเป็นเศรษฐีของเมือง เข้าใจว่านางตะเภาทองเสียชีวิตแล้ว จึงออกป่าวประกาศว่าใครที่สามารถปราบชาลวันได้จะตบรางวัลให้อย่างงาม

ไกรทองขณะนั้นก็เป็นพ่อค้าชาวนนท์ที่ล่องเรือมายังเมืองพิจิตร ทราบข่าวก็อาสาจะปราบเอง สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ และช่วยนางตะเภาทองมาได้อย่างปลอดภัย ฝ่ายพ่อจึงยกลูกสาวให้ไกรทอง พร้อมของกำนัลมากมาย แต่ไกรทองก็อดคิดถึงนางวิมาลาได้ สุดท้ายจึงได้นางมาเป็นภรรยาอีกคน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เรื่องไหนที่คุณแม่คุ้นบ้างเอ่ย ลองนำไปเล่าให้ลูกน้อยฟัง พร้อมแง่คิดดี ๆ ที่ได้จากนิทานพื้นบ้านของไทยเราด้วยนะคะ

รวมนิทานอีสปพร้อมภาพประกอบ


แม่โน้ต

3,064,614 views

Mommy Blogger ที่มียอดวิวในเว็บไซต์ simplymommynote.net มากกว่า 200,000 วิว ต่อเดือน ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Tradigital รักการเขียน มีลูกสาว และครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ชอบเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และสิ่งใหม่ ๆ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ