การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

มารู้จักกับ 10 Q ที่เด็กๆ ควรจะมีให้ครบกัน

เจอหัวข้อนี้ไปตอนแรกอาจจะสับสนกันว่ามันคืออะไรกันนะ 10 Q ถ้าจะพูดให้เข้าใจตรงกันก็คือเพื่อนๆ ของคำคุ้นหูอย่าง IQ (Intelligence Quotient) นั่นเอง เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะเจอกับคำว่า IQ , EQ กันบ่อยๆ แล้วก็เชื่อเลยว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนพยายามส่งเสริมให้สิ่งเหล่านี้ของลูกพัฒนาไปอย่างถูกต้องและครบพร้อมกันแล้วอย่างแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้มาเรียนรู้เพิ่มกันดีกว่าว่านอกจาก IQ และ EQ ที่เราคุ้นหูคุ้นตากันดีมันยังมี Quotientอะไรอีกที่ลูกๆ ควรจะมีติดตัวกันเอาไว้



มาทำความรู้จักกับ 10 Q ที่ลูกคุณคู่ควรกัน

1.IQ (Intelligence Quotient)

มาเริ่มต้นกันด้วย Q แรกที่เราคุ้นเคยกับมันมานานและรู้จักกับมาดีกันพอสมควรแล้วแต่ก็ขออนุญาตแนะนำกันอย่างเป็นทางการนิดนึงว่ามันคือ “ความฉลาดทางสติปัญญา” นั่นเองและเราก็มักจะเห็นแบบทดสอบมากมายที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้เราได้วัด IQ กัน

โดยถ้าเป็นคนปกติก็จะมี IQ กันอยู่ที่ประมาณ 90-110 แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนทำแบบทดสอบกันแล้วมี IQ ที่สูงกว่านี้ก็คาดว่าน่าจะโดดเด่นในด้านสติปัญญามากแน่นอนและมันน่าจะส่งผลไปถึงลูกๆ ของคุณได้อีกด้วย

แต่ความฉลาดทางสติปัญญานั้นแบ่งออกเป็นหลากหลายด้านไม่ใช่แค่ความฉลาดในส่วนของวิชาการเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา การเข้าใจตนเอง ก็นับรวมเป็นความฉลาดทางสติปัญญาหรือ IQ ด้วยเช่นเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่เพียงแค่ต้องคอยสังเกตและเข้าใจความฉลาดทางสติปัญญหาของลูกให้ถูกต้องกับสิ่งที่เขามีและเป็นเท่านั้นเอง

2.EQ (Emotional Quotient)

ความฉลาดทางอารมณ์ก็เป็นอีกหนึ่ง Q ที่เราคุ้นเคยกันดีซึ่งมันคือความสามารถในด้านการจัดการกับอารมณ์และควบคุมมันรวมทั้งยังเป็นในเรื่องของความสามารถในการแสดงพฤติกรรมต่างๆ อีกด้วย สังเกตได้ง่ายๆ ว่าถ้าเด็กๆ ค่อนข้างจะมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนนี่ก็เป็นแววบอกได้ว่าเขาค่อนข้างมี EQ ที่ดีนั่นเอง

ความสำคัญของ Q ตัวนี้คือคนที่มีอยู่สูงจะสามารถทำงานเป็นทีมได้ดี มีความคิดอยากจะทำในสิ่งดีๆ เข้าอกเข้าใจคนอื่นและมีความเห็นใจคนอื่นๆ รวมทั้งมีความอ่อนโยนอยู่ในตัวมากอีกด้วย เขาจะสามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองให้เป็นในแนวทางที่อยู่ร่วมกับสังคมได้ดีนั่นเอง

3.MQ (Moral Quotient)

เริ่มไม่ค่อยคุ้นกันแล้วและอยากจะแนะนำให้รู้จักกับ “ความฉลาดทางคุณธรรม” บอกไว้ก่อนเลยว่า Q ตัวนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังให้กับลูกได้ตั้งแต่ยังเล็กเพื่อที่จะให้มันซึมซับและค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาได้ในอนาคตนั่นเอง
สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการปลูกฝังไปเรื่อยๆ และผลผลิตของมันก็คือจะทำให้ลูกของคุณนั้นมีความสามารถในการทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างเป็นนิสัย เริ่มกันตั้งแต่การพูดจา กริยามารยาท มีกาลเทศะ ความคิดดีมีคุณธรรม เชื่อมั่นใจความถูกต้องจนแสดงออกมาเป็นตัวตนของพวกเขากันเลยทีเดียว

4.SQ (Social Quotient)

ความฉลาดในด้านการเข้าสังคม นี่คือสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเติบโตเพราะอย่างไรก็ตามมนุษย์เป็นสัตว์สังคมเด็กๆ ควรจะมีความสามารถในด้านนี้เพื่อที่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในอนาคต โดยจริงๆ แล้ว SQ จะค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับ EQ แต่จะเน้นไปในส่วนของกายภาพในการเข้าสังคมด้วย พูดกันง่ายๆ ก็เป็นเหมือนภายนอกของคนเรานั้นเองที่จะเริ่มดูความมี SQ กันตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม การพูดจาและวางตัวในสถานการณ์ต่างๆ

มีการวิจัยออกมาแล้วว่าคนที่มี SQ ดีนั้นจะสามารถเข้าใจและบรรลุเป้าหมายต่างๆ ได้เป็นอย่างดีรวมทั้งเข้ากับคนอื่นได้ดีและสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ดีอีกด้วย เขาจะมีบุคลิกที่เหมาะสมกับทุกสถานการณ์และทำให้ได้รับความไว้วางใจจากคนหมู่มากอีกด้วย

5.CQ(Creativity Quotient)

นี่คือความฉลาดในด้านของความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ถ้าเด็กๆ มี Q นี้ในตัวอยู่แล้วล่ะก็การพัฒนาความสร้างสรรค์ในอนาคตของเขาจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายเลยทีเดียว จุดนี้บ่งบอกได้ว่าเขาเป็นคนที่มีจินตนาการดี ซึ่งเป็นส่วนความฉลาดที่จะพัฒนาอยู่ในสมองซีกขวาของคนเรานั่นเอง

ไอเดียที่ผุดขึ้นมาบ่อยๆ นั้นมักจะเป็นสิ่งที่มาคู่กับ CQ มันคือความสามารถภายในที่เมื่อมีพฤติกรรมที่ถูกจุดกับมันก็จะสามารถเป็นบ่อเกิดของไอเดียได้ เช่น ถ้าลูกของคุณนั่งอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ไม่มีภาวะกดดันอะไรมากนักแล้วเขาสามารถสร้างสรรค์และคิดไอเดียอะไรขึ้นมาอวดคุณได้นั้น ก็คือว่าเขาข่ายเด็กที่มี CQ ที่ดีแล้วเป็นต้น

6.PQ(Play Quotient)

แค่ชื่อก็ดูจะสนุกสนานกันมาทีเดียวกับ Q ตัวนี้และมันก็เป็นแบบนั้นเลยเพราะมันคือ “ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น” นั่นเอง แต่มันคือการเล่นที่เกิดขึ้นควบคู่กับการเรียนรู้ด้วยนั่นเองและทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องหันมาเข้าใจคำว่าเล่นกันใหม่แล้วเพราะว่าต่อไปนี้การปล่อยให้เขาได้เล่นมันคือการพัฒนาศักยภาพของเขาให้ผุดออกมานั่นเอง แต่ก็ต้องคอยดูแลให้ขอบเขตของการเล่นเป็นไปอย่างเหมาะสมด้วยนั่นเอง

หากลูกยังเล็กเมื่ออยู่บ้านก็ควรมี Family Time เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้หยิบยกสิ่งต่างๆ ออกมาให้ลูกได้เล่นเพื่อที่จะเรียนรู้หลังจากนั้นเมื่อเขาเริ่มเติบโตก็ปล่อยให้เขาได้ไปโรงเรียนไปเล่นกับเพื่อนๆ การเรียนรู้และพัฒนา PQ ก็จะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับลูกและการมี PQ ที่ดีก็มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตเด็กๆ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานได้ดีด้วยเช่นกัน

7.AQ(Adversity Quotient)

นี่คงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่อยากจะให้ลูกๆ มีติดตัวกันเอาไว้แน่นอนเพราะมันคือ “ความสามารถในการเอาชนะอุปสรรค” การจะมี AQ นั้นก็มีผลมาจากหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงดูและสั่งสอนให้ลูกได้รู้จักกับความอดทนตั้งแต่เล็กๆ และนี่คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คว้าความสำเร็จมาสู่ตัวเองกันได้ เพราะมีความสามารถในการอดทนฝ่าฟันความลำบากและอุปสรรคต่างๆ ได้ดีนั่นเอง

8.HQ (Health Quotient)

สังเกตได้ว่าบางคนจะมีความรักความใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองกันมากๆ แสดงว่าพวกเขาน่าจะเป็นคนที่มี HQ หรือ ความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง ที่ดีนั่นเอง คนที่มี HQ ดีนั้นจะใส่ใจตั้งแต่เรื่องของที่อยู่อาศัย สภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่เป็นมิตรกับตัวเอง ต่อไปจนถึงเรื่องของอาหารการกิน ชอบออกกำลังกายและสรรหาวิธีดูแลตัวเองสารพัด แถมยังรู้จักผ่อนคลายความเครียดอีกด้วย

นี่อาจจะยังเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็นในตัวของลูกเพราะเขาอาจจะยังเด็กไปแต่เชื่อได้ว่ามันจะมีบางจุดที่คุณพ่อคุณแม่น่าจะพอสังเกตได้ว่าเขามี HQ ที่ดีหรือไม่แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังและใส่ใจเขาคอยสั่งสอนให้เขารักและดูแลสุขภาพตัวเอง “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” หันไปบอกลูกๆ เอาไว้ซะตั้งแต่ตอนนี้กันเลยดีกว่า

9.OQ (Optimist Quotient)

ความฉลาดในการมองโลก พร้อมรับและมองเห็นข้อดีของทุกเรื่องนี่คือคุณสมบัติของ OQ นั่นเอง การที่ลูกของคุณมี OQ นั้นจะทำให้เขามองเห็นคุณค่าของตัวเองและรู้จักให้ค่าคนอื่นๆ ด้วย นี่คือองค์ประกอบของจิตใจที่ดี เขาจะเป็นคนกล้าผิดกล้ารับ ยอมแก้ไขให้ดีและถูกต้อง ไม่ใช่การมองโลกสวยแบบไร้สาระแต่เขาจะมีเหตุผลและรู้จักกับการให้กำลังใจทั้งตัวเองและผู้อื่นด้วย

10.TQ (Thinking Quotient)

เดินทางกันมาถึง Q สุดท้ายที่เราจะมาแนะนำให้ได้รู้จักกันในวันนี้แล้วซึ่งนั่นก็คือ ความสามารถในการคิด ซึ่งมันคือผลผลิตที่ออกมาเป็นความคิดที่ดีและมีคุณค่าอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามันจะมีประโยชน์กับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมากแน่นอน เด็กๆ ที่มี TQ ที่ดีโตขึ้นแล้วจะมีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณที่ดีและเหมาะสม รวมทั้งสามารถผสมผสานความคิดต่างๆ ออกมาได้ดีด้วย

TQ ช่วยให้ลูกสามารถเป็นคนที่แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดีในหลายๆ สถานการณ์ สามารถไตร่ตรองคิดพิจารณาถึงความถูกต้องเหมาะสมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และแน่นอนว่ามันจะเป็นประโยชน์กับทั้งตัวเขาเองและผู้อื่นด้วยนั่นเอง

วันนี้ได้มาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้จักกับทั้ง 10 Q กันแล้ว แน่นอนเลยว่าทุก Q จำเป็นที่จะต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนพร้อมทั้งสั่งสอนที่ดีจากคุณพ่อคุณแม่เพื่อที่จะเป็นรากฐานติดตัวลูกๆ ไปในอนาคตและมันยังจะส่งผลดีให้กับคนอื่นๆ รอบตัวเขาอีกด้วย

ผู้เขียนบทความ

Poy T.
 

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. ลูกไม่ยอมนอนทำอย่างไรดี…
  2. เรื่องควรรู้ก่อนพาเจ้าตัวเล็กไปเ…
  3. ของเล่นดี…พัฒนาการเร็ว…มาดูกันเด…
  4. แก้ให้ถูกจุด ลูกดูดนิ้ว
  5. NQ (Natural Quotient) เทรนใหม่ใน…
  6. ทารกรับรู้ได้ แม้หลายภาษา
  7. เป็นเรื่องดี ที่มีลูกดื้อ
  8. รับมือกับลูกที่ร้องไห้ไม่หยุดให้…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP