ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร?

ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร ?
การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

หลายครั้งเลยที่คุณพ่อคุณแม่มักจะเจอกับเหตุการณ์ที่ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ ซึ่งเด็กเล็กมักจะยังสื่อสารไม่ได้มากนักโดยเฉพาะเด็กในวัยทารก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถทำได้ก็คือจะต้องพยายามสังเกตท่าทางของลูกในแต่ละครั้ง และมีการแสดงออกอย่างไร มีความต้องการอะไร ซึ่งพอจะทำให้เข้าใจได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปสำหรับการเลี้ยงดูลูก ซึ่งทุกคำถามมักจะมีคำตอบให้เสมอ

เข้าใจธรรมชาติของเด็ก

  • อาการร้องไห้มักเกิดขึ้นได้กับทารกแรกเกิดไปจนถึงลูกมีอายุ 4 เดือน
  • ทารกแต่ละคนจะมีลักษณะการร้องไห้ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู
  • การแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นจะต้องแสดงออกกับลูกด้วยความอ่อนโยน
  • รู้ช่วงเวลาที่ลูกจะหลับ และคุณแม่ก็ควรจะพักผ่อนเพื่อพร้อมรับมือกับลูกได้
  • หากเริ่มรับมือไม่ไหว ให้ขอความช่วยเหลือจากครอบครัวบ้างเป็นครั้งคราว
  • เด็กทารกจะเริ่มค่อย ๆ ร้องไห้น้อยลง และสื่อสารได้เมื่อเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • การแก้ปัญหาด้วยการเขย่าตัวเด็กแรง ๆ ซึ่งจะทำให้สมองเกิดความเสียหายได้

วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

จากประสบการณ์ของคุณแม่หลายท่าน มักจะพบว่าลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เกิดจากการใส่ใจดูแลลูกได้ยังไม่เต็มที่ และอาจจะเกิดจากการเหนื่อยล้าของคุณแม่เอง อีกทั้งไม่มีคนช่วย โดยในช่วงแรกของการเลี้ยงดูอาจจะต้องเหนื่อยสักหน่อยเพราะลูกยังไม่สามารถจะสื่อสาร หรือแสดงอาการอื่นได้นอกจากการร้องไห้ โดยเบื้องต้นหากลูกไม่ได้เจ็บป่วยหนักก็มีวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นง่าย ๆ ได้แต่หากไม่ได้ผลก็จะต้องหาสาเหตุอื่นเพิ่มเติม

อุ้มทารกไว้

การอุ้มทารกไว้ในอ้อมอกพร้อมกับการโยกเบา ๆ ไปมา จะช่วยให้ลูกเริ่มสงบลงได้ ซึ่งหากมีตัวช่วยเป็นเก้าอี้โยกไปมา ก็จะช่วยให้คุณแม่ไม่เมื่อยหรือลดอาการปวดแขนได้

กอดลูกไว้

บางครั้งหากลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ เพียงแค่นำทารกมากอดไว้ในอ้อมอกขณะที่กำลังนอน ลูกก็จะอยู่ใกล้กับเสียงเต้นของหัวใจแม่ ซึ่งมีความคุ้นเคยและจะสงบลงได้

ปรับท่านอนของลูก

การปรับท่าทางการนอนของลูกก็ช่วยได้ การขยับท่าให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย หรือนอนได้สบายขึ้น เช่นการนอนตะแคง ลูกจะนอนหลับได้ดีกว่าการนอนหงาย

พาไปเปลี่ยนบรรยากาศ

การพาเด็กออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ ก็เป็นการดึงดูดหรือเบี่ยงเบนให้หยุดร้องไห้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเดินเล่นนอกบ้าน เล่นหรือร้องเพลงให้ฟังหรือชวนลูกคุย

แม่ร้องเพลงคลอเบา ๆ

ทารกมักคุ้นเคยกับเสียงของแม่ จึงสามารถที่จะร้องเพลงเบา ๆ เป็นการปลอบใจลูกน้อย ซึ่งอาจจะเป็นเพลงที่ลูกคุ้นเคยอยู่แล้วก็จะช่วยให้ลูกค่อย ๆ หยุดร้องไห้ได้

ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ กับอาการที่พบได้บ่อย ๆ

อาการหิวนม

น่าจะเป็นเรื่องแรกที่จะเกิดบ่อย เพราะทารกจะมีกระเพาะอาหารที่มีขนาดเล็กทำให้อิ่มไว ซึ่งกรณีนี้เมื่อคุณแม่เริ่มให้นมอีกทารกก็จะหยุดร้องไห้

อาการท้องอืด

ซึ่งเกิดจากการไม่ได้ไล่ลมให้ทารกหลังจากการดูดนมจนอิ่ม ทำให้ลูกเริ่มไม่สบายตัว ปวดท้อง และลูกร้องไม่หยุดตอนกลางคืนได้เช่นกัน

ง่วงนอน

มีอาการของเด็กง่วง ตาปรือ เริ่มงอแงหรือลูกร้องไห้โดยที่ไม่สนใจของเล่นหรือมีการหาวบ่อย ๆ  แค่พาลูกเข้านอนก็แก้ปัญหาได้แล้ว

ลูกไม่สบายตัว

ลูกมีอาการไม่สบายตัว จากสภาพแวดล้อมที่อาจจะร้อนหรือหนาวมากเกินไป หรือผ้าอ้อมเปียกชื้น จนทำให้ลูกงอแงร้องไห้ก็เปลี่ยนผ้าอ้อม และเปลี่ยนสถานที่ให้เหมาะสม

ลูกถูกรบกวน

ด้วยเสียงจากภายนอก เสียงดนตรี หรืออยู่ในห้องที่มีรบกวน ซึ่งจะทำให้ลูกร้องไห้โยเย เพียงเปลี่ยนสถานที่ให้เงียบสงบลูกก็จะรู้สึกดีขึ้นได้

ลูกอ้อนให้อุ้ม

บางครั้งลูกก็อยากให้อุ้ม หรือต้องการความอบอุ่น อาจจะเกิดจากการติดมือ เพียงคุณแม่นำทารกมาอุ้มหรือโอบกอด ลูกก็จะหยุดร้องไห้และรู้สึกอุ่นใจขึ้นได้

ความกลัว

เด็กทารกที่ร้องไห้จากความกลัวหรือจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคย หรือลูกร้องตะเบ็งเสียง หรือร้องไห้เสียงดัง เพื่อต้องการให้คุณแม่มาช่วยหรืออุ้มขึ้นนั่นเอง

ต้องการเวลาปรับตัว

บางครั้งทารกแรกเกิดในสภาวะหลังออกมาจากท้องแม่ อาจจะต้องมีการปรับตัวต่อโลกภายนอกหรือบุคคลอื่น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุ

เจ็บป่วย

อาการเจ็บป่วยของเด็กทารก ซึ่งบางครั้งลูกร้องไม่หยุดตอนกลางคืน คุณแม่ต้องตรวจดูอย่างรอบคอบ ว่ามีแผล หรือมีสิ่งผิดปกติกับลูกหรือไม่

การรักษาบางอาการ

บางครั้งการร้องไห้ของเด็กอาจมีสาเหตุมาจากกำลังรักษาทางการแพทย์ ซึ่งทำให้ลูกไม่สบายตัว และคุณแม่ไม่ควรที่จะซื้อยามาให้เด็กรับประทานเอง

มีหลากหลายวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถรับรู้และหาวิธีแก้ไข กับอาการของลูกร้องไห้ไม่มีสาเหตุซึ่งข้อแรกที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีก็คือความใส่ใจ ช่างสังเกตและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไม่เพียงเฉพาะเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว แต่จะต้องให้ความรักและความคุ้นเคยต่าง ๆ กับลูกตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถจะนำมาใช้ในการดูแลลูก และใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ร่าเริงไม่มีอารมณ์หงุดหงิดหรือโมโหง่ายได้อีกด้วย


ผึ้ง

289 views

อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน หลงใหลการดื่มกาแฟ ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ชอบเรื่องตลก เล่นเกมกับลูกบ้าง ดูซีรีส์เรื่องดังบางเวลา ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง

Profile

บทความแนะนำ