อุ้มลูกบ่อย เดี๋ยวลูกติดมือแม่จริงหรือ? ที่แท้ทรู



การเลี้ยงลูกวัยแรกเกิด-1 ขวบ

“อย่าอุ้มลูกมากเดี๋ยวลูกติดมือ”
ประโยคที่คุณแม่หลายๆ ท่านก็คงเคยได้ยินกันมาว่าถ้าอุ้มลูกมากๆ นั้นจะทำให้ลูกติดมือวางไม่ได้เป็นต้องร้อง ต้องอุ้มจนกว่าจะหลับคามือ ขนาดหลับแล้วพอวางปุ๊บยังร้องเลย คุณแม่บางท่านถึงขั้นสับสนว่าเอาไงดี จะอุ้มหรือจะปล่อยให้ลูกร้องจนเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดไปเอง วันนี้เรามาดูกันว่า…ที่แท้ทรูนั้นเป็นอย่างไร

การอุ้มลูก

จากผลงานวิจัยเกี่ยวกับทารกบอกกว่า ทารกตั้งแต่แรกเกิด – 6 เดือน วิธีเดียวที่เค้าจะสามารถสื่อสารได้ก็คือ “การร้องไห้” เท่านั้นซึ่งหากคุณแม่หรือผู้เลี้ยงสามารถตอบสนองลูกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินเข้าหา อุ้มเค้าขึ้นมา ตบหลังเบาๆ พูดปลอบประโลมให้หายกลัว หรือได้รับความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของลูกน้อย สิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างลูกน้อยกับคุณแม่ได้ดี ลูกน้อยจะเกิดความไว้ใจ (Trust)ว่ามีคุณแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ซึ่งการร้องไห้นี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อลูกเติบโตขึ้น เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย อารมณ์ดี สุขภาพจิตดี (ได้ผลทางด้าน EQ อีกแน่ะ) ไม่เรียกร้องความสนใจมากเกินไป(Demanding) หรือจะมีเรียกร้องความสนใจบ้างแต่ก็พอหอมปากหอมคอ ซึ่งเป็นธรรมชาติเด็กทุกคนค่ะ

ผลต่างทางด้านอารมณ์ (EQ = Emotional Quotient)

ตัวอย่างการเลี้ยงดูจากเด็ก 2 กลุ่ม

•กลุ่มแรก

คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ กอดกัน หอมแก้มกัน พูดคุย หยอกล้อ เล่นจ๊ะเอ๋หรือจั๊กจี๋กัน

•กลุ่มที่ 2

คุณพ่อคุณแม่ให้นอนเล่นเอง ในพื้นที่ส่วนตัวของเด็กเอง

จากผลงานการวิจัยพบว่า เด็ก 2 กลุ่มมีความแตกต่างทางอารมณ์อย่างมาก เด็กๆ จากกลุ่มแรกที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูเอาใจใส่ดี จะมีความฉลาดทางด้านอารมณ์ มีความมั่นคงทางจิตใจสูง ไม่งอแง และมีสมาธิดีมาก
ส่วนเด็กกลุ่มที่ 2 ที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยได้เอาใจใส่ ไม่ได้อุ้มเค้า หรือกอดเค้าเท่าที่ควร จะมีภาวะแปลกแยกจากกสังคม หงุดหงิดง่าย ร้องงอแงเป็นเวลานาน และเรียกร้องความสนใจอยู่ตลอดเวลา

ทารกแรกเกิด – 3 เดือน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าปรับตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ เค้าคุ้นเคยกับการอยู่ในท้องแม่อันแสนอบอุ่น เงียบสงบ และปลอดภัย ลูกน้อยยังไม่คุ้นชินกับการที่ต้องออกมาเผชิญโลกกว้าง ดังนั้น ไม่แปลกที่ลูกน้อยจะร้อง เพียงเพื่อต้องการความรัก ความอบอุ่นจากแม่ค่ะ

อุ้มจนหลับคามือ พอวางก็ร้องอีก ทำไงดี?

หากเป็นในกรณีที่ว่าอุ้มลูกแล้ว ลูกก็หลับคามือ แต่พอวางปุ๊บเซนเซอร์ลูกน้อยทำงานทันทีเตือนว่า “แม่วางเราแล้ว”แล้วลูกกลับร้องขึ้นมาอีก?

หากมีคนช่วยเลี้ยงก็ให้สลับกันอุ้ม แต่หากอยู่คนเดียวไม่มีใครช่วยเลี้ยงและคุณแม่หิวข้าวแล้ว แขนก็ล้าเต็มที อาจบอกลูกน้อยขอแม่ไปพักสูดหายใจซักแป้บ เดี๋ยวแม่มาอุ้มใหม่พอลูกหลับในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคุณแม่แล้ว ตอนวางลูกน้อย ให้วางอย่างเบามือที่สุด แล้วใช้มือค่อยๆ วางที่หน้าอกลูกน้อย ให้เค้ารู้สึกอบอุ่น และอุ่นใจ หรืออาจตบก้นเบาๆ เพื่อเป็นการบอกลูกน้อยว่า “แม่ยังอยู่ใกล้ๆ หนูนะลูก

แต่หากลูกอายุ 6 เดือนแล้ว ลูกน้อยยังคงร้องไห้ อ้อนให้คุณแม่อุ้มอยู่ทั้งๆ ที่ยังไม่ใช่เวลานอนคุณแม่ต้องตัดใจ พยายามอุ้มให้น้อยลง โดยการเบี่ยงเบนความสนใจด้วยโมบายที่แกว่งไปแกว่งมา (แต่ต้องอยู่พูดคุยกับลูกด้วยนะคะ) หรือของเล่นอื่นๆ แทนหากคุณแม่ติดธุระต้องทำงานบ้านลองปล่อยลูกไว้ซักพัก ส่งเสียงบอกลูกเป็นระยะๆ ว่าเราทำอะไรอยู่ เสร็จแล้วค่อยเดินมาอุ้มลูกน้อย เพื่อเป็นการฝึกเค้าให้เรียนรู้ “เรื่องการรอคอย” ซึ่งถ้าคุณแม่ทำบ่อยๆ ลูกน้อยจะเกิดการเรียนรู้ได้เองค่ะ

ลูกร้องไม่หยุดซักที?

หากคุณแม่อุ้มก็แล้ว พูดปลอบก็แล้ว อะไรก็แล้ว ลูกยังร้องอยู่ให้คุณแม่ลองหาสาเหตุก่อนว่า ลูกปวดท้อง ท้องอืด หรือไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า แล้วแก้ที่ต้นเหตุนั้นก่อน หากคุณแม่เช็คเรียบร้อยแล้วลูกไม่มีอะไรที่ผิดปกติ ให้สันนิษฐานว่าลูก “ร้องโคลิก (Colic)” ซึ่งจะเกิดกับทารกอายุ 1-3 เดือน เป็นการร้องแบบไม่มีเหตุผล และตรงเวลาเดิมทุกวัน ส่วนใหญ่จะร้องช่วงเย็น – หลังเที่ยงคืน และจะหายเองเมื่อลูกอายุเกิน 3 เดือน (บางรายอาจถึง 5 เดือนก็มี)

เป็นอย่างไรกันบ้างคะคุณแม่ คราวนี้ไม่ต้องลังเล สับสนกันแล้วนะคะ เพราะการอุ้มลูกในวัยแรกเกิด – 3 เดือนนั้น อุ้มได้ อุ้มไปเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกน้อยจะติดมือ กลับกันจะส่งผลดีกับลูกในด้านอารมณ์ และมีผลต่อการเข้าสังคมของเค้าในอนาคตอีกด้วยนะคะ

แม่โน้ต

96,659 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ