การเลี้ยงลูกวัยแรกเกิด-1 ขวบ

ทำไมลูกหายใจครืดคราด เกิดจากอะไร พร้อมวิธีแก้ไข

พ่อแม่มือใหม่หลายคนอาจจะมีทั้งสังเกตลูกน้อยและไม่ได้สังเกตลูกน้อยขณะหลับ ว่าลูกมีอาการนอนหลับดีหรือไม่ มีเสียงดังครืดคราดหรือเปล่า พ่อแม่บางคนบอกว่าสังเกตแล้วแต่ลูกไม่มีอาการครืดคราด หรือแท้จริงแล้ว

“ลูกมีอาการนอนครืดคราด แต่…พ่อแม่ไม่รู้?”

แล้ว…

“การนอนครืดคราดหรือไม่ครืดคราดสำคัญด้วยหรือ?”

จะสำคัญหรือไม่ วันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลของ ป้าหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ มาฝากค่ะ



ให้ความสำคัญกับการหายใจของทารก

การหายใจของทารกเป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ ในเด็กแรกเกิดบางคน ในขณะที่ดูดนมหรือนอนหลับ พ่อแม่มักจะได้ยินเสียงหายใจที่ดังผิดปกติ บางคนหายใจเร็ว บางคนหายใจแรง บางคนหายใจดังฟี้ๆ หรือบางคนก็ดังครืดคราด เกิดจากอะไรไปดูกันค่ะ

“ลูกวัย 2 เดือน มีเสียงดังครืดคราดในลำคอตอนหายใจ ตอนดูดนมจะยิ่งหายใจแรงขึ้น และดูดนมได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะต้องหยุดหายใจเป็นระยะ อยากทราบว่าเกิดจากเหตุใด และจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี”

จากอาการ ป้าหมอนึกถึงสาเหตุได้ 6 กรณีต่อไปนี้ จะวินิจฉัยได้แน่นอนต้องพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัย

  1. แพ้โปรตีนนมวัว
  2. กระดูกอ่อนของหลอดลมยังไม่แข็งแรง (laryngomalacia)
  3. ความผิดปกติแต่กำเนิดของท่อหลอดลมหรือสายเสียง
  4. ภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease หรือ GERD)
  5. เพิ่งหายจากเป็นหวัดหรือโรคหลอดลมอักเสบ
  6. ดื่มนมมากเกินไป (overfeeding)

แบบไหนถึงเรียกว่า “หายใจดังครืดคราด”?

โดยปกติแล้วเด็กเล็กมักจะหายใจเร็ว

  • ทารกแรกเกิด –2 เดือน อัตราการหายใจจะอยู่ที่ 60 ครั้งต่อนาที
  • 2 เดือน –1 ปี อัตราการหายใจจะอยู่ที่ 50 ครั้งต่อนาที
  • 1 ปี – 3 ปี อัตราการหายใจจะเริ่มช้าลง และจะเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที

เด็กเล็กที่หายใจเร็ว แต่ไม่มีเสียงดัง แบบนี้ถือว่าปกติ กลับกันหากขณะที่ทารกกำลังดูดนมหรือขณะนอนหลับ…

  1. มีเสียงหายใจดัง
  2. ดูแล้วลูกหายใจลำบากต้องใช้แรงในการหายใจมากกว่าปกติ
  3. ต้องนอนอ้าปากหายใจ ทำให้ไม่สามารถดูดนมได้อย่างต่อเนื่อง
  4. หายใจสะดุด
  5. หายใจเฮือก

…แบบนี้ถือว่า “ผิดปกติ” ค่ะ

สาเหตุจากการที่ทารกหายใจมีเสียงดัง

แพ้โปรตีนนมวัว

เด็กบางคนอาจแพ้ตั้งแต่อยู่ในท้อง เพราะแม่ดื่มนมเพื่อต้องการบำรุงครรภ์ แต่เนื่องจากระบบย่อยของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ น้ำย่อยยังไม่สมบูรณ์ ทำให้โปรตีนจากนมวัวเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดไปกระตุ้นให้ร่างกายของทารกสร้างภูมิต่อต้านชนิดผิดปกติขึ้นในร่างกาย
ภายหลังหากมีการได้รับนมวัวเพิ่มไปอีก ร่างกายจะทำปฏิกิริยาทันที มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น คันตา คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล เลือดกำเดาไหล มีเสมหะครืดคราดในลำคอ นอนกรน อ้าปากหายใจเสียงดังวี้ด หอบหืด ไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ
การรักษา
หยุดทานนมวัวและผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัว หากเป็นเด็กที่ทานนมแม่ แม่ก็ควรงดด้วยค่ะ

กระดูกอ่อนของหลอดลมยังไม่แข็งแรง(Laryngomalacia)

ทารกที่มีภาวะนี้จะหายใจเสียงดัง หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอ จะได้ยินชัดเจนเมื่อลูกนอนหงาย ดูดนม หรือร้องไห้
การรักษา
ไม่ต้องทำอะไรค่ะ เพราะกว่า 90% ของทารกมีภาวะนี้ซึ่งจะหายได้เองเมื่อทารกเติบโตขึ้นประมาณ 2 ขวบ

มีความผิดปกติของท่อหลอดลมหรือสายเสียง

บางคนมีความผิดปกติของท่อหลอดลมโดยมีเส้นเลือดงอกผิดปกติมาล้อมรอบท่อหลอดลม บางคนมีเนื้องอกที่กล่องเสียง ทำให้หายใจไม่สะดวก แต่ก็ไม่ได้พบบ่อย
การรักษา
ดูจากสาเหตุ เช่น อาจผ่าตัดหรืออาจให้ยารักษาเนื้องอก

ภาวะกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease หรือ GERD)

ทารกที่มีอาการกรดไหลย้อนจะมีอาการ เช่น ขย้อนนม แหวะนม อาเจียนบ่อย ร้องงอแง กลัวการทานนม ลำตัวแอ่นเกร็งเวลาทานนม
การรักษา
วินิจฉัยด้วยการกลืนแป้งหรือตรวจวัดความเป็นกรดที่หลอดอาหาร หรือทดลองให้ยารักษา แล้วดูอาการตอบสนองว่าดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงแนะนำให้กินนมอย่างถูกวิธี โดยเน้นกินทีละน้อยๆ แต่กินบ่อย หลังกิน อุ้มให้ตัวตั้งไว้นานๆ อย่าเพิ่งรีบวางนอนราบ

เพิ่งหายจากอาการหวัดหรือหลอดลมอักเสบ

เพิ่งหายจากอาการหวัดที่มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล หากเด็กสามารถสั่งได้เองก็จะทำให้หายเร็วขึ้น แต่หากยังไม่สามารถทำได้ น้ำมูกหรือเสมหะก็หายได้เองไม่เกิน 2 สัปดาห์

ดื่มนมมากไป (Overfeeding)

อาการที่ทารกดื่มมากไป

  • แหวะนม
  • ร้องเสียงคล้ายแพะ (แอะๆ)
  • มีเสียงครืดคราดในคอ เพราะน้ำนมล้นมาอยู่ที่คอหอย
  • พุงกางตลอดเวลา

วิธีแก้ไข
พยายามอย่าให้นมทุกครั้งที่ร้องหากไม่ถึงเวลานม ควรเบี่ยงเบนไปทำกิจกรรมอื่น เช่น เล่นกับลูก เป็นต้น

อ้างอิง ป้าหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. มาคลายข้อสงสัยเด็กทารกต้องกินนมว…
  2. ดูแลทารกแรกเกิดอย่างไร เมื่อกลับ…
  3. ลูกกับการดื่มน้ำดื่ม
  4. แยกห้องนอนกับลูกเริ่มอย่างไร? กี…
  5. เรื่องควรรู้กับการนอนของลูกวัยขว…
  6. ลูกไม่ยอมนอนทำอย่างไรดี…
  7. ทารกยังคออ่อน นอนหนุนหมอนจะอันตร…
  8. แก้ให้ถูกจุด ลูกดูดนิ้ว

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP