การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

มาค้นพบวิธีดูแลดวงตาของลูกให้ถูกทางกัน

ดวงตาถือเป็นอวัยวะที่เริ่มทำงานทันทีที่ลูกนั้นเกิดออกมาและมันยังต้องคงอยู่ไปกับเขาตลอดชีวิตแต่ในปัจจุบันดวงตากลับต้องเจอกับเรื่องราวและอุปสรรคมาบั่นทอนสุขภาพของมันอย่างมากมายทั้งที่ในบางครั้งดวงตาของเด็กๆ ก็ยังไม่โตพอที่จะต้องพบเจอกับแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์สื่อสารและโทรทัศน์หรือแม้กระทั่งการไปเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นเวลานาน แต่เมื่อการดำเนินชีวิตก็ต้องเดินตามเทคโนโลยีเพื่อให้รอบรู้และทันโลกดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมตัวและเตรียมวิธีรับมือในการดูแลถนอมดวงตาให้กับลูกกันตั้งแต่ยังเด็กกันเลยน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด



มองเริ่มดูแลแก้วตาดวงใจของคุณกัน

1.มาเริ่มกันที่การสังเกต

ทุกวันเมื่อลูกเริ่มต้องออกไปเผชิญกับโลกภายนอกมากขึ้นก็แน่นอนว่าเขามีความจำเป็นที่จะต้องเจอกับมลภาวะกันอย่างแน่นอนทั้งฝุ่น ควัน ละอองต่างๆ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเล็กน้อยเพียงแค่พวกเขากระพริบตาหรือได้รับการล้างตาอย่างถูกวิธีอาการก็ค่อยๆ หายไป

แต่ก็มีในบางครั้งที่เด็กๆ อาจจะไม่รู้ตัวและมีอาการอักเสบที่ตาไม่ว่าจะด้วยจากการขยี้ตาหรือติดเชื้อจากมลภาวะรอบตัวก็ตามนี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยสังเกตอาการของลูกอยู่เสมอว่าเขามีอาการดวงตาแดง คันตา แสบตา น้ำตาไหลไม่หยุด หรือมีขี้ตาตลอดเวลาหรือไม่ เป็นต้น เพียงที่จะได้รักษาและแก้ไขอย่างถูกวิธีนั่นเอง

2.รู้จักกับวิธีการดูแลดวงตาอย่างถูกต้อง

เมื่อต้องเจอกับปัญหาที่มาเกิดขึ้นกับดวงตาของลูกแล้วนั้นขั้นตอนต่อไปก็คือการดูแลรักษาให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพอาการนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องได้รับความใส่ใจและระมัดระวังเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยในแต่ละกรณีก็จำเป็นที่จะต้องศึกษากันอย่างละเอียดกันเป็นกรณีไป

แต่ในส่วนของกรณีพื้นฐานอย่างลูกมีขี้ตามากกว่าปกตินั้นวิธีการดูแลง่ายๆ นั่นก็คือทำความสะอาดด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุกและนำไปเช็ดจากหัวตาไปที่หางตาและการเช็ดตาทั้งสองข้างจำเป็นที่จะต้องใช้สำลีคนละแผ่นด้วยเพื่อป้องกันเชื้อโรคจากตาแต่ละข้างติดกันนั่นเอง

และปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ลูกรอดพ้นจากสิ่งที่จะมารบกวนดวงตาของเขานั่นก็คือการหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของบ้านและอุปกรณ์ของลูกอยู่เสมอนั่นเอง รวมทั้งการรักษาความสะอาดของร่างกายลูกเพราะอวัยวะทุกส่วนสามารถทำให้ดวงตาเกิดอาการระคายเคืองได้เช่นกัน

3.หากจะต้องใช้ยาก็ใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น

นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะว่าดวงตาของเด็กๆ ยังบอบบางและต้องการได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญอย่างแพทย์เฉพาะทางนั่นเอง หากมีความจำเป็นที่จะต้องหยอดตาคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคิดไปเองว่าจะใช้ตัวยาไหนมาหยอด ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งให้เท่านั้น

4.เริ่มสอนให้ลูกรู้จักดูแลตัวเอง

เมื่อพบว่าลูกมีปัญหาที่ดวงตาคุณพ่อคุณแม่ก็จำเป็นที่จะต้องรีบพาไปรักษาและสอนลูกๆ ถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้องกันด้วย หลักๆ เลยคือให้เขามีความอดทนไม่ขยี้ตาจนทำอาการเกิดเกินเลยไปกว่าที่ควร แม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถควบคุมพฤติกรรมของเด็กเล็กให้เป็นไปตามที่คุณสอนได้ทั้งหมดนั้นแต่ก็พูดย้ำเพื่อให้เขาเข้าใจไปเรื่อยๆ นั้นก็อาจจะพอช่วยลดอาการต่างๆ ลงได้บ้าง

5.นอกจากดูแลอย่าลืมพัฒนาสายตาลูกกันด้วย

การฝึกสายตาของลูกอยู่เป็นประจำก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยดูแลให้ดวงตาของเขามีความแข็งแรงแต่การฝึกฝนนี้ก็ควรที่จะเลี่ยงจออุปกรณ์สื่อสารต่างๆ หันมาใช้สมุดภาพและหนังสือและในบางเล่มก็อาจจะใช้กระดาษถนอมสายตาซึ่งเป็นผลดีกับลูกๆ อย่างแน่นอน

ลองหาภาพมาให้เขาได้ทายคำ ทายชื่อ ทายสี ให้มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว จะช่วยทำให้เป็นทั้งการฝึกดวงตา ฝึกสมอง รวมทั้งเป็นการสานสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นได้ดีอีกวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

เคล็ดลับการดูแลลูกน้อยนั้นคุณพ่อคุณแม่น่าจะต้องช่วยกันเพื่อค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อดูแลส่วนต่างๆ ของลูกกันไปอีกเยอะ แต่เชื่อได้เลยว่าความรัก ความใส่ใจที่คุณพ่อคุณแม่คอยดูแลและมอบให้ลูกนั้นจะทำให้เขาสามารถรับรู้ได้และซึมซับไปทั้งวิธีการดูแลตัวเองและรับรู้ได้ถึงความรักความหวังดีของพวกคุณจนมันอาจจะสามารถส่งต่อสิ่งดีๆ เหล่านี้จากเขาไปสู่คนอื่นๆ ได้อีกด้วย…เริ่มต้นจากเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะสามารถพัฒนาเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตกันได้เลยทีเดียว

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. 5 วิธีสอนลูกให้รู้คุณค่าและรักษา…
  2. ไขข้อข้องใจ ทำไมลูกมักดื้อกับแม่…
  3. ลูกมีหัวใจ มีความฝัน พ่อแม่ไม่คว…
  4. สีสันกับพัฒนาการของลูกน้อย
  5. ให้ความรักก่อนให้ความรู้
  6. NQ (Natural Quotient) เทรนใหม่ใน…
  7. งานบ้านสอนลูกได้มากกว่าที่คิด
  8. การดุแบบไหนที่จะทำให้พัฒนาการลูก…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP