แบบไหนที่เรียกว่า พ่อแม่รังแกฉัน

รักแบบไหนที่เรียกว่า พ่อแม่รังแกฉัน
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

เมื่อพูดถึงคำว่า “ลูก” ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก และส่วนใหญ่ก็รักมากเสียด้วยสิ ซึ่งจุดนี้เองที่น่าเป็นห่วง เพราะการที่พ่อแม่รักลูกมากเกินไป อาจกลายเป็น “พ่อแม่รังแกฉัน” ในแบบที่แม้แต่พ่อแม่เองก็ไม่รู้ตัวได้ แล้วก็ลูกก็ได้รับผลนี้ไปเต็ม ๆ

สารบัญ

ปกป้องมากเกินไป

เริ่มจากความรักของพ่อแม่ก่อน รักมาก รักจนกลัว กลัวลูกอด กลัวลูกเจ็บ กลัวลูกหิว กลัวลูกเสียใจ กลัวลูกผิดหวัง และอีกสารพัดจะกลัว เพราะอย่างนี้พ่อแม่จึงทำให้ลูกทุกอย่าง พร้อมที่จะช่วยเหลือทันที เพียงแค่ลูกอ้าปาก (ยังไม่ทันพูด) ใจหนึ่งก็อยากให้ลูกออกไปเผชิญปัญหาเอง แต่อีกใจก็ห่วงลูก สุดท้ายเลือกที่จะทำให้ลูกดีกว่า แม้แต่ขณะที่ลูกวิ่งเล่นแล้วล้ม พ่อแม่ก็ตกใจเสียยกใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับพ่อแม่เลยทีเดียว

ถ้าครอบครัวไหนเป็นแบบนี้ แม่ (หมอ) โน้ตขอทายเลยค่ะว่า ถ้าเป็นลูกชาย เมื่อโตขึ้นเขาจะเป็นเด็กที่ไม่กล้าตัดสินใจ จะมีนิสัยขี้อาย ขี้ขลาด และขาดความเป็นผู้นำ ถ้ามีลูกสาว เมื่อโตขึ้นก็จะเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบให้คนมาเอาอกเอาใจ ต้องการให้ตัวเองเป็นที่รักของทุกคน และไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ปกป้องมากเกินไป

ควรฝึกให้ลูกได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง หากกิจกรรมนั้น ๆ ยังอยู่ในขอบเขต เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ เขาอาจทำผิดบ้าง พลาดบ้างก็ไม่เป็นไร ให้ลูกได้เรียนรู้ และรู้จักการแก้ปัญหาเองในเบื้องต้น แล้วประสบการณ์ก็จะสอนเขาเอง

เติมเต็มสิ่งที่ตัวเองขาดหาย

บางครอบครัวให้ลูกทำโน่น ทำนี่ เพียงเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ตัวเองขาดหายไปในวัยเด็ก อะไรที่ไม่เคยมีก็อยากให้ลูกมี อะไรที่ไม่เคยก็อยากให้ลูกทำ เรียกว่าเป็นการเอาความฝันของพ่อแม่ในวัยเด็กมายัดเยียดให้ลูก

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า เติมเต็มสิ่งที่ตัวเองขาดหาย

เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถต่างกัน มีความชอบสิ่งนั้น สิ่งนี้ไม่เหมือนกัน ควรปล่อยให้ลูกแสดงความสามารถและความชอบ พ่อแม่เป็นส่วนสนับสนุน ที่ปรึกษา และให้กำลังใจลูกเท่านั้น

ขีดเส้นให้ลูกเดิน

เพราะความรักอีกนั่นแหละ ที่ทำให้พ่อแม่ลุกขึ้นมาขีดเส้นให้ลูกเดิน โดยคิดว่าทางนั้นเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับลูก แต่…ไม่เคยถามลูกสักคำว่าลูกชอบหรือไม่ เช่น พ่อแม่รู้มาว่าการให้ลูกเล่นดนตรีโดยเฉพาะเปียโน จะทำให้เด็กฉลาดมากกว่าเด็กที่ชอบการร้องเพลง โดยมีผลการวิจัยรองรับ พ่อแม่ก็บอกให้ลูกเรียนเปียโน เสาร์ อาทิตย์ก็ไม่หยุด จนโลกของเด็ก ความสดใสวัยเด็กหายไป ส่งผลให้ลูกไม่มีเป้าหมายในชีวิต

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ขีดเส้นให้ลูกเดิน

พ่อแม่ควรสังเกตและถามลูกว่าลูกชอบอะไร อยากทำอะไร ซึ่งพ่อแม่ควรยอมรับ เข้าใจ และสนับสนุนลูกเท่าที่จะทำได้

ลูกทำผิดก็ว่าถูก

เพราะ Mind Set ที่ว่า “ลูกฉันไม่ผิด” ไม่ว่าลูกฉันจะทำอะไรกับใครที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ฉันไม่สนใจ เพราะลูกฉันน่ารัก เขาทำถูกต้องเสมอ หากเป็นแบบนี้เมื่อลูกโตขึ้นเขาจะเป็นคนที่ก้าวร้าว ไม่ยอมใคร เจ้าคิดเจ้าแค้น ต้องเอาคืนให้ได้ และกลายเป็นปัญหาสังคมในที่สุด ลูกจะไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด สุดท้ายลูกจะขาดความนับถือตัวเอง

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ขีดเส้นให้ลูกเดิน

พ่อแม่พยายามตั้งสติก่อน ลูกจะทำถูกหรือทำผิดก็ว่ากันตามเนื้อผ้า เมื่อลูกทำผิดก็ต้องสอนเขา อธิบายให้เขาเข้าใจ แม้เขาจะเสียใจที่โดนพ่อแม่ดุในวันนี้ ดีกว่าปล่อยให้เขาโตไป แล้วให้คนอื่นมาว่าแทนเรานะคะ อย่ากลัวลูกเสียใจ อย่ากลัวลูกไม่รัก อธิบายดี ๆ ลูกจะเข้าใจค่ะ

รักนะแต่ไม่แสดงออก

หรือจะเป็นอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง อะไรก็แล้วแต่ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกไม่สามารถรับรู้ได้ว่าพ่อแม่รักเขามากแค่ไหน ความรักที่ไม่มีการชื่นชม หรือมีกำลังให้ลูก เพราะกลัวลูกจะเหลิง เหล่านี้จะส่งผลให้ลูกกลายเป็นคนใจคอคับแคบ ยกย่องชมใครไม่เป็น และเมื่อเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ก็มักจะอิจฉา ที่สำคัญ เขาจะคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก จึงไปขวนขวายหาความรักนอกบ้าน ทำให้โอกาสในการเจอคนไม่ดีมีสูง

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า รักนะแต่ไม่แสดงออก

เรื่องนี้โน้ตให้ความสำคัญอันดับหนึ่งในการเลี้ยงลูก คือ ชื่นชมลูกไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะเหลิง การชื่นชมลูก ให้กำลังใจลูกจะทำให้เขานับถือตัวเอง รู้จักคุณค่าในตัวเอง เพียงแต่วิธีการชมหรือการพูด ก็ควรให้พอดี ไม่มากจนเกินไปเท่านั้น

ใช้เงินทดแทนความรัก

เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก ทำแต่งาน เมื่อได้เงินมาก็มาซื้อขนม ซื้อตุ๊กตาให้ลูก ทดแทนกับเวลาที่หายไป แบบนี้จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กขาดความรักและความอบอุ่น โหยหาความรักตลอดเวลา และไม่พร้อมที่จะแบ่งรักให้ใคร

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ใช้เงินทดแทนความรัก

หาเวลาว่างแล้วทำกิจกรรมด้วยกันในครอบครัว เช่น วิ่งเล่นในสวนสาธารณะ เล่นกีฬา ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งยังเป็นการเพิ่มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ลูกอีกด้วย

ไม่กล้าห้ามปรามลูก หรือสั่งสอนลูกเมื่อลูกทำผิด ทำบาป

เช่น เมื่อลูกถูกเพื่อนชวนให้ไปแกล้งเพื่อนอีกคน จนเพื่อนคนนั้นได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่คุณพ่อคุณแม่ไม่กล้าปรามลูก ไม่กล้าสั่งสอนลูกว่าสิ่งที่ลูกได้ทำลงไปนั้น มันเป็นการทำร้ายร่างกายคนอื่น ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน จนท้ายที่สุด ลูกกลายเป็นเด็กอันธพาล โดยที่ตัวเด็กเองไม่รู้จักว่าอะไรผิด อะไรถูก

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ไม่กล้าห้ามปรามลูก หรือสั่งสอนลูกเมื่อลูกทำผิด ทำบาป

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เริ่มเห็นแล้วว่าลูกมีแนวโน้มหรือไปทำร้ายร่างกายผู้อื่น หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่ผิด ที่ไม่ถูกต้อง คุณพ่อคุณแม่ควรตักเตือนลูก อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่ควรทำ และอะไรที่เป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ ไม่ควรปล่อยปละละเลย

ไม่เคยชมเชยลูก ไม่เคยยกย่องลูก เมื่อเขาประสบความสำเร็จ

คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยชื่นชมลูก ไม่เคยยกย่องลูก เมื่อลูกประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน การทำกิจกรรมที่โรงเรียน หรือแม้แต่ด้านการงาน แบบนี้จะเป็นพ่อแม่รังแกฉันในแง่ที่ทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้ในการชื่นชมคนอื่น ลูกจะยกย่องคนอื่นไม่เป็น ในบางรายอาจเกิดการอิจฉาริษยาเมื่อเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ หรือได้ดีในด้านต่าง บางรายเป็นเอามากอาจถึงขึ้นทำลายคุณงามความดีที่คน ๆ นั้นสร้างมา

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ไม่เคยชมเชยลูก ไม่เคยยกย่องลูก เมื่อเขาประสบความสำเร็จ

ข้อนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กค่ะ ให้คำชื่นชมลูกตามสมควรเมื่อเห็นเขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาได้ตั้งใจทำ เป็นการสร้างการเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-esteem) นั่นเองค่ะ เมื่อลูกโตขึ้นเขาจะส่งต่อสิ่งดี ๆ นี้ สู่คนอื่นได้โดยอัตโนมัติเลยทีเดียว

แม่โน้ต

ความรุนแรงจากการที่เด็กไม่เคยได้รับคำชื่นชมจากคุณพ่อคุณแม่ก็คือ เด็กจะกลายเป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่มีค่า (Low Self-esteem) สุดท้ายแล้ว หากภาวะนี้ไม่ได้รับการแก้ไข เด็กจะกลายเป็นโรคซึมเศร้า ถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ค่ะ

ไม่สอนให้ลูกรู้จักการเสียสละ หรือการเป็นผู้ให้

การเสียสละหรือการเป็นผู้ให้นี้ หมายรวมถึงเรื่องของการทำบุญ ทำทาน ซึ่งถ้าลูกไม่ได้เรียนรู้ในเรื่องของการเป็นผู้ให้แล้ว ลูกจะกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว คิดแต่จะกอบโกยอย่างเดียว มองเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง

วิธีรักที่ถูกทาง ถ้า ไม่สอนให้ลูกรู้จักการเสียสละ หรือการเป็นผู้ให้

การสอนลูกให้ได้ผลสำหรับข้อนี้คือ “การเป็นต้นแบบที่ดี” ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกได้ดูเป็นต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าวัดถวายสังฆทาน การบริจาคเงินเพื่อทำบุญ การบริจาคเสื้อผ้า สิ่งของแก่เด็กยากไร้ เป็นต้น แบบนี้จะทำให้ลูกได้เข้าใจและซึมซับพฤติกรรมได้ค่ะ

การเลี้ยงลูก พ่อแม่ต้องตั้งหลักให้ดี ตั้งสติให้ได้ เพราะความรักและความหวังดีของพ่อแม่นี่แหละค่ะ ที่จะเป็นเข็มทิศนำทางการเลี้ยงลูกของเรา ว่าจะสร้างสุขให้ลูกหรือรังแกลูก เมื่อเขาโตขึ้นและต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง

แม่โน้ต

984,747 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง "แบบไหนที่เรียกว่า พ่อแม่รังแกฉัน"

บทความแนะนำ