ทำอย่างไรถ้าวันหนึ่งลูกเดินมาบอกว่า ชอบเพศเดียวกัน

ทำอย่างไรถ้าวันหนึ่งลูกเดินมาบอกว่า ชอบเพศเดียวกัน
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

ในยุคนี้คุณพ่อคุณแม่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าอะไร ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายสิ่งหลายอย่างมีการแสดงออกมากขึ้น “อีแอบ” เป็นอีกคำหนึ่งที่สมัยก่อนเราอาจเคยได้ยินกัน นั่นก็เพราะว่าสมัยก่อนถ้าผู้ชายคนไหนรักที่จะเป็นเพศหญิงแต่จะไม่สามารถแสดงออกได้ เพราะสังคมไม่ยอมรับ ย้อนกลับมาถามที่คุณพ่อคุณแม่ว่า ถ้าวันหนึ่งลูกเดินมาบอกว่าเขาชอบคนที่มีเพศเดียวกับตัวเอง ซึ่งสมัยนี้เราก็จะได้ยอนกลุ่ม LGBTQ กันมากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ คุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไร? หรือจะรับมืออย่างไร?

LGBTQ คืออะไร?

เป็นคำย่อรวมของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ

  • L คือ Lesbian หญิงรักหญิง
  • G คือ Gay ชายรักชาย
  • B คือ Bisexual ชอบหรือรักได้ทั้งสองเพศ
  • T คือ Transgender คนที่เกิดมาแล้วมีเพศสภาพที่ไม่ตรงกับร่างกาย และสุดท้าย
  • Q คือ Queer คือคนที่รักเพศใดก็ได้ แต่ไม่ได้รักเพศตรงข้าม

ลูกชอบเพศเดียวกัน พ่อแม่ควรทำอย่างไร?

ระยะหลังเราอาจเคยได้ยินเรื่องราวที่ลูกตัดสินใจเดินไปบอกกับคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นว่าเขาเป็น LGBTQ ซึ่งถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่เอง…จะรับมืออย่างไร? เพราะต้องบอกว่ายังมีหลายครอบครัวที่ยอมรับได้ทันที บางครอบครัวขอทำใจก่อน และในขณะที่อีกหลายครอบครัวรับไม่ได้เลย

เป็นผู้ฟังที่ดีก่อน

ให้คุณพ่อคุณแม่ลองมองในมุมกลับกันดูว่าลูกต้องคิดมากแค่ไหน ต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน ที่จะตัดสินใจและก้าวเท้าเข้ามาบอกคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งความจริงคุณพ่อคุณแม่น่าจะดีใจ และภูมิใจเสียด้วยซ้ำนะคะที่ลูกตัดสินใจมาพูดความจริง เพราะนั่นแปลว่าเขาไว้ใจคุณพ่อคุณแม่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกตื่นเต้น ร้องไห้ หรือพูดตะกุกตะกัก ให้พูดกับลูกด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่อ่อนโยนว่าคุณพ่อคุณแม่พร้อมที่จะรับฟังลูกในทุกเรื่อง มีเหตุผลมากพอที่จะไม่ดุด่า หรือตำหนิลูก

ทำความเข้าใจกับความจริงที่เกิดขึ้น

ตั้งสติค่ะ สติมาก่อน หลังจากนั้นค่อย ๆ คิดพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้นจนกระทั่งวินาทีที่ลูกตัดสินใจเดินมาบอกคุณพ่อคุณแม่ และยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น เพราะสิ่งที่ลูกคาดหวังอยากจะได้จากคุณพ่อคุณแม่ก็คือ ความเข้าใจ และการยอมรับในตัวตนของเขา

เรารักลูกมากพอหรือเปล่า

คุณพ่อคุณแม่ลองถามตัวเองอีกซักครั้งว่า เรารักลูกจริงหรือเปล่า รักมากพอในแบบที่ไม่เงื่อนไขเลยจริงหรือไม่ บางคนบอกว่า รักลูก รักมาก แม้ว่าลูกจะไปทำผิดอะไรมา เช่น ไปชิงทรัพย์ ไปฆ่าคน ติดยาเสพติด ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ก็ยังรับได้ และให้อภัยได้ เพราะฉะนั้นกับเรื่องนี้ เรื่องแค่ลูกต้องการใช้ชีวิตในแบบที่เขาเป็น คุณพ่อคุณแม่จะรับไม่ได้เลยหรือ

เราคาดหวังในตัวลูกมากไปหรือเปล่า

ก่อนอื่นต้องให้คุณพ่อคุณแม่นั่งนึกย้อนไปก่อนว่า เราเคยถูกใครคาดหวังในตัวเรามาก่อนหรือเปล่า เราจึงส่งต่อสิ่งนี้ไปที่ลูกทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

เลิกกำหนดมาตรฐานให้ลูก

เป็นคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ต้องใจกว้างค่ะ เลิกตัดสินลูก หรือใคร ๆ ก็ตามเพียงแค่แต่งตัวไม่ตรงเพศ เช่น ผู้หญิงบางคนเป็นคนห้าว ๆ ชอบไว้ผมสั้น หรือแม้กระทั่งบางครั้งมีกิริยาท่าทางแมน ๆ เหมือนผู้ชาย แต่สุดท้ายเขาก็ผู้หญิง 100% เลิกกำหนดมาตรฐานว่าคนเหล่านี้ต้องเป็นทอม ซึ่งไม่ใช่เสมอไป เช่นเดียวกันกับลูกของคุณพ่อคุณแม่นะคะ เขาจะแต่งตัวอย่างไร ไม่สำคัญเท่ากับว่าเขาแต่งตัวได้ถูกกาลเทศะ วางตัวได้เหมาะสมหรือเปล่าเท่านั้น

ไม่โทษตัวเอง

การที่ลูกรักเพศเดียวกัน ไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อคุณแม่ เลิกโทษตัวเอง ตีอกชกตัวว่าที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะความผิดของคุณพ่อคุณแม่เอง เพราะนอกจากจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังสร้างความเสียใจและรอยแผลในใจให้ลูกอีกด้วย

ในวันที่ลูกรู้ตัวเองว่าเขาคือคนที่อยู่ในกลุ่ม LGBTQ สิ่งที่เขาคาดหวังที่จะได้รับจากคุณพ่อคุณแม่ก็คือ ความรัก ความเข้าใจ และการยอมรับในตัวตนของเขา เขาจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ การที่ลูกเราเป็นคนดีก็พอแล้ว จริงไหมคะ


แม่โน้ต

1,475,211 views

Mommy Blogger ที่มียอดวิวในเว็บไซต์ simplymommynote.net มากกว่า 200,000 วิว ต่อเดือน ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Tradigital รักการเขียน มีลูกสาว และครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ชอบเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และสิ่งใหม่ ๆ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ