8 วิธีสอนลูกให้เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาท

8 วิธีสอนลูกให้เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาท
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

“เพราะลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”

เชื่อว่าประโยคข้างต้นที่โน้ตกล่าวมาคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงคุ้นหูกันดี ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงนะคะ แหม…ลูกเรา เราก็ว่าน่ารักของเราอะโนะ แต่…จะทำอย่างไรให้คนอื่นรักและเอ็นดูลูกเราด้วย สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ การสอนให้ลูกรู้จักเรื่องมารยาท กาลเทศะ มีเรื่องอะไร? และอย่างไรบ้าง? ไปไล่เรียงกันเลยค่ะ

Youtube : 8 วิธีสอนลูกให้เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาท

8 วิธีสอนลูกให้เป็นเด็กน่ารัก มีมารยาท

เมื่อครอบครัวมีมีแผนเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จะไปเพราะธุระหรือจะไปเที่ยวก็ตาม นั่นหมายถึงว่าเราต้องออกเดินทางไปนอกสถานที่ ต้องไปใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น การเตรียมตัวในด้านต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เตรียมทั้งข้าวเครื่องใช้ และเตรียมคน ในที่นี้คือ การสอนลูกให้รู้จักในเรื่องของมารยาท กาลเทศะ และการไม่เป็นภาระขอสังคม นั่นเอง มาเริ่มกันด้วย

วางแผนก่อนการเดินทาง

วางแผนก่อนการเดินทาง

เพราะเด็กก็คือเด็ก เด็กเล็กยังต้องการการดูแลจากคุณพ่อคุณแม่อยู่ ดังนั้น ก่อนวันเดินทาง คุณพ่อคุณแม่ควรหาข้อมูลและวางแผนการเดินทางให้ดี ให้เหมาะสม ทั้งเรื่องของเส้นทางที่จะใช้เดินทาง เรื่องของยานพาหนะ รวมถึงเรื่องของระยะทางด้วย

แบ่งหน้าที่ให้ลูก

แบ่งหน้าที่ให้ลูก

ก็เพราะความที่เป็นเด็กอีกนั่นแหละค่ะ เค้าก็จะไม่อยู่นิ่งหรอก แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำให้ลูกอยู่นิ่งได้ ด้วยการมอบหน้าที่ความรับชอบให้เค้า อาทิ ระหว่างการเดินทางอาจมีแวะปั๊มซื้อของกันบ้าง แต่คราวนี้ ให้คุณพ่อลองแบ่งหน้าที่ให้กับลูกด้วยการให้เค้าถือของเล็กๆ น้อยๆ แล้วนั่งรออยู่กับคุณแม่ รอจนกว่าคุณพ่อจะเดินมาหา เมื่อเด็กรู้หน้าที่ รู้เป้าหมายของตัวเองชัดเจนแล้ว เค้าก็จะอยู่นิ่งได้ แม้ซักระยะก็ยังดี อย่างน้อยก็เป็นการฝึกให้เค้ามีความรับผิดชอบได้ค่ะ

ของเล่นชิ้นโปรด ของหนูห้ามแตะ

ของเล่นชิ้นโปรด ของหนูห้ามแตะ

เวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกๆ อุ่นใจก็คือ ของเล่นชิ้นโปรดของเค้าค่ะ อย่าลืมติดมือไปด้วยเด็ดขาด แต่ของเล่นที่หมายถึงนี้ควรเป็นของเล่นที่ไม่มีเสียง ไม่รบกวนผู้อื่นด้วยนะคะ อย่างของน้องมินจะมีตุ๊กตาอยู่ตัวหนึ่งเป็นตุ๊กตาแถมมากับผ้าอ้อมสำเร็จรูป ขนาดไปแค่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย น้องมินยังร้องจะเอาไปด้วยเลย^^ เราก็โอเคค่ะ เอาไปเลยลูก

แผนสำรองเมื่อลูกงอแง

แผนสำรองเมื่อลูกงอแง

ก่อนการเดินทางนอกจากต้องวางแผนหลักๆ แล้ว ยังต้องมีการวางแผนสำรองอีกด้วยนะคะ เพราะหากระหว่างการเดินทางลูกเกิดหิวขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเตรียมนมหรือของว่างรองท้องลูกไว้ก่อน คุณพ่อคุณแม่นึกภาพออกใช่ไหมคะว่าถ้าลูกหิว แล้วไม่มีอะไรให้เค้าทาน อะไรจะเกิดขึ้น อย่าลืมนะคะ ลูกคือผู้มีอิทธิพลในบ้าน 555

สติ สติ สติ

สติ สติ สติ

ด้วยธรรมชาติของเด็ก เวลาที่เค้าไม่สบายตัว หิว หรือหงุดหงิด เค้าจะไม่ทนเหมือนผู้ใหญ่หรอกค่ะ จริงไหมคะคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้น เวลาที่ลูกงอแงขึ้นมา สิ่งสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องคุมสติตัวเองให้ได้ เพราะหากผู้ใหญ่คุมสติกันไม่ได้แล้ว เราหงุดหงิด ลูกก็ยิ่งหงุดหงิด ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัวในทริปกร่อยไปด้วยเลย สิ่งที่ดีที่สุด คือ พยายามเข้าใจธรรมชาติของเด็ก และธรรมชาติของลูกเรา สิ่งนี้ก็จะทำให้เราคุมสติได้มากขึ้นค่ะ

ทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็ก

ทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็ก

จากข้อข้างต้นที่โน้ตกล่าวมา ขอมาขยายความในข้อนี้นะคะ คือ ธรรมชาติของเด็กโดยทั่วไปอาจคล้ายกัน เช่น ง่วงก็ร้อง หิวก็ร้อง ร้อนก็หงุดหงิด แต่…ถ้าเป็นเรื่อง “ธรรมชาติของลูกเรา” ก็จะละเอียดอ่อนลงไปอีก เช่น เวลาที่ลูกหิว ขนมที่จะใช้รองท้องเค้าจะชอบกินขนมอะไร เป็นต้น เพราะเด็กแต่ละคนต่างกัน ดังนั้น คนที่จะทำให้น้ำตาเค้าแห้งเหือดไป กลายเป็นรอยยิ้มที่สดใสได้ ก็จะมีแค่คุณพ่อคุณแม่เท่านั้นแหละค่ะ

เลือกสถานที่ที่เหมาะสม

เลือกสถานที่ที่เหมาะสม

หมายถึงสถานที่ที่เราจะไปเที่ยว ไปกิน ไปดื่มนั้น รองรับความเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็กด้วยหรือเปล่า เพราะร้านอาหารบางประเภทก็ไม่เหมาะกับเด็ก อย่างเช่น ร้านอาหารที่มีเตาปิ้งย่างใหญ่เต็มโต๊ะ เพราะอันตรายอาจเกิดกับเด็กได้

กำชับเรื่องมารยาทกับลูก

กำชับเรื่องมารยาทกับลูก

ในส่วนของเด็กๆ ให้คุณพ่อคุณแม่ทำความตกลงกับลูกให้ดีๆ ให้เข้าใจตรงกัน อาทิ สอนเค้าในเรื่องของการเข้าคิวซื้อสินค้า ไม่ให้แซงคิว การไม่ทิ้งขยะเกลื่อนกลาด ควรแยกขยะก่อนทิ้งด้วยนะคะ (ข้อนี้อย่าคิดแทนลูกว่าลูกจะไม่เข้าใจนะคะ เค้ารับได้ค่ะ โน้ตทำมาแล้ว^^) หรือแม้แต่เรื่องของการไม่ส่งเสียงดังในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการรบกวนผู้อื่น

มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้ามองโดยรวมก็จะเป็นเรื่องของการวางแผนล่วงหน้าเป็นหลัก วางแผนของทั้งข้าวของสัมภารก เอ้ย! สัมภาระ เรื่องของสถานที่ และอีกมากมายที่จะทำได้ก่อนการเดินทาง ซึ่งในเรื่องมารยาทของเด็กๆ นั้น โน้ตเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณพ่อคุณแม่จะเริ่มฝึกเค้าตั้งแต่เด็กๆ เพื่อที่จะให้เค้าได้โตไปเป็นเด็กที่ดี เป็นผู้ใหญ่ที่ดของสังคมค่ะ

แม่โน้ต

330,568 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ