การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

มาสอนให้ลูกกล้าแสดงออกอย่างถูกทางกัน

ในยุคสมัยที่ทุกอย่างไปไวมาไวแบบนี้การสอนให้ลูกกล้าแสดงออกนั้นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อที่จะให้เขากล้าที่จะแสดงความคิดเห็นและมีสังคมมากขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญในการสอนให้ลูกกล้าแสดงออกนั่นก็คือการแสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสมและไม่เป็นการเสียมารยาทนั่นเอง

เมื่อลูกมีความกล้าแสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วนั้นก็เชื่อมั่นได้เลยว่าเขาจะสามารถแสดงออกและได้รับโอกาสดีๆ จากสังคมได้อย่างแน่นอน

การกล้าแสดงออกนั้นเมื่อไปได้ถูกทางแล้วมีผลดีกับลูกมากมายเพราะเขาจะได้ปลดปล่อยจินตนาการออกมาและสามารถนำมันไปต่อยอดได้ในอนาคตเมื่อโตขึ้นนั่นเอง และความกล้าแสดงออกนั้นยังทำให้เขากลายเป้นเด็กที่ดูแลปกป้องตัวเองได้ดีอีกด้วย



มาสอนให้ลูกกล้าแสดงออกอย่างถูกวิธีกัน

1.คุณพ่อคุณแม่คือตัวอย่างที่สำคัญอันดับหนึ่ง

ถ้าไม่ใช่คนที่เห็นกันอยู่ตลอดเวลาและเป็นคนแรกตอนตื่นคนสุดท้ายก่อนนอนก็คงจะไม่มีใครสามารถโน้มน้าวให้เด็กๆ กล้าแสดงออกได้แล้ว
ท่องไว้สั้นๆ เพียงแค่ “อยากให้ลูกเป็นอย่างไร…คุณก็ต้องทำแบบนั้น”

2.การคิดวิเคราะห์เป็นเรื่องที่ต้องรีบปลูกฝัง

แม้ว่าเขาอาจจะยังดูเด็กแต่การสอนให้เขารู้จักคิดวิเคราะห์ก็เป็นเรื่องที่สามารถสอนกันได้ตั้งแต่เด็กและเริ่มได้จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นเดียวกัน
เพียงแค่คุณถามในเรื่องใกล้ๆ ตัว อย่างเช่น ลูกคิดว่าทำไมลูกบอลต้องมีสีขาวดำ ทำไมเมื่อลูกเจอผู้ใหญ่แล้วเราต้องไหว้ หรืออะไรก็ตามที่เป็นเรื่องที่เขาเคยพบเจอลองถามให้เขาได้ลองคิดวิเคราะห์ดูแบบไม่มีถูกหรือผิดเพื่อที่เมื่อเขาได้แสดงความคิดเห็นออกมาเราจะได้รู้แนวทางที่จะใส่ข้อมูลให้เขาต่อไปได้ เมื่อเขาชินกับการคิดวิเคราะห์สิ่งที่จะตามมาก็คือความมั่นใจและกล้าแสดงออกนั่นเอง

3.เขาเห็นต่างไม่ใช่สิ่งที่ผิด

ห้ามเด็ดขาดที่จะดุลูกเมื่อรู้ว่าลูกมีความเห็นที่แตกต่างไปจากคุณ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำการปิดกั้นความคิดจินตนาการและเป็นการลดความมั่นใจของเขาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และยิ่งถ้าเขาโดนการวิจารณ์มากขึ้นเท่าไรนั่นก็ยิ่งทำให้เขาขาดความมั่นใจและไม่กล้าแสดงออกมากขึ้นเท่านั้น

4.หมั่นถามและคอยฟังความรู้สึกของเขาอยู่เสมอ

คุณควรคอยสังเกตอารมณ์ ท่าทาง ของลูกอยู่เสมอและคอยถามลูกอย่างไม่ก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวของเขาเกินไปว่าเขารู้สึกนึกคิดอย่างไรอยู่ คำถามอาจจะง่ายๆ ไม่ต้องซับซ้อนมาก เช่น ตอนนี้ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง เพราะอะไรถึงทำให้ลูกมีความรู้สึกแบบนี้ เป็นต้น

ในการสอนให้เขามีความกล้าแสดงออกนั้นมั่นใจได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่จะสามารถเห็นช่องว่างในการเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้กับลูกอีกมากมาย เร่งปลูกฝังแต่สิ่งดีๆ ให้กับลูกเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆ เพื่อที่เมื่อเขาเริ่มเติบโตขึ้นสิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นนิสัยติดตัวของเขาไปแล้วนั่นเอง

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. ทำอย่างไรไม่ให้ลูกถูกแกล้งในวัยอ…
  2. 6 วิธีสอนลูกให้รู้จักกับการเชื่อ…
  3. เลี้ยงลูกด้วยดนตรี สร้างพัฒนาการ…
  4. ความซนของเด็กเป็นโอกาสในพัฒนาการ…
  5. ให้ความรักก่อนให้ความรู้
  6. เตรียมตั้งรับกับอาการ “ผิดปกติ” …
  7. สาเหตุลูกก้าวร้าว ที่พ่อแม่คาดไม…
  8. มาเสริมพลังสมองให้ลูกวัยแรกเกิดถ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP