โรค

โรคแปลกๆ ในเด็กที่คุณอาจคาดไม่ถึง

แม้ว่าวันนี้เราจะมาแนะนำและพูดถึงโรคที่แปลกและอาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยแต่อย่างไรก็ตามการได้รู้จักเอาไว้แล้วเลี้ยงดูลูกไปอย่างไม่ประมาทน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด และแน่นอนว่าวันนี้คุณพ่อคุณแม่จะได้รู้จักกับโรคที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูกันเอาเสียเลย แต่เปิดใจให้กว้างและลองจดจำติดตัวกันเอาไว้อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นความรู้รอบตัวก็ยังดี



มารู้จักกับโรคแปลกที่เกิดขึ้นในเด็กกัน

โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina)

เริ่มตั้งแต่ชื่อก็อาจจะออกเสียงยากแถมยังแทบจะไม่คุ้นหูกันเลยแต่มารู้จักกันมันหน่อยดีกว่าเพราะความจริงแล้วเป็นโรคที่ติดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับโรคมือเท้าปาก จนทำให้เมื่อเกิดอาการคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนก็สับสนและคิดว่าลูกกำลังเป็นโรคมือเท้าปากอยู่ แต่ความแตกต่างก็คือโรคนี้จะทำให้ลูกเป็นแผลแค่เพียงในปากเท่านั้นแต่ว่าเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ทางการไอจามและน้ำมูก

สังเกตได้อย่างไรว่าลูกอาจจะกำลังเป็นโรคเฮอร์แปงไจนา เริ่มได้จากการสังเกตอุณหภูมิในร่างกายของลูกโดยเขาจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 39.5-40 องศาฯ เลยทีเดียว และเขาก็จะมีแผลในช่องปากบริเวณเพด่านอ่อน ลิ้นไก่ และต่อมทอนซิล และถ้าเกิดอาการขึ้นแล้วสิ่งที่ควรทำก็คือพาเขาไปพบแพทย์ในทันทีนั่นเอง

โรคโมยาโมยา

เป็นโรคที่มีการตีบตันของเส้นเลือดแดงแคโรติด หลอดเลือดในสมองและระบบเลือดที่เลี้ยงสมอง ทำให้เกิดกลุ่มหลอดเลือดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Moyamoya vessels ขึ้นมา ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนหลอดเลือดที่ตีบตันไปและจะพบได้ในเด็กช่วงอายุประมาณ 1-4 ขวบนั่นเอง

อาการที่เกิดขึ้นนั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะเด็กจะมีอาการอ่อนแรงครึ่งซีกรวมทั้งมีอาการชักเข้ามาร่วมด้วยและเมื่อทำการ X-Ray ดูแล้วนั้นก็จะพบว่าสมองของเขาขาดเลือดนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าอาการหนักแบบนี้จำเป็นที่จะต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์ก็จะให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด หรืออาจจะไปถึงขั้นของการผ่าตัดและปิดท้ายด้วยการกายภาพนั่นเอง

กลุ่มอาการเพรเดอร์-วิลลี

นี่คือโรคที่ทั้งแปลกและหายากเพราะว่าโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นจะเกิดมาจากพันธุกรรมความผิดปกติของโครโมโซมที่ 15 ซึ่งมีผลทำให้เด็กนั้นมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงรวมไปถึงมีพัฒนาการในด้านสติปัญญาที่ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรนัก

ซึ่งเมื่อเขาเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้นย่อมมีผลตั้งแต่ทำให้เขาไม่มีแรงในการดูด กลืน เคี้ยว อาหาร ทำให้ส่งผลไปที่น้ำหนักที่จะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่พอเริ่มโตขึ้นกลับมีพฤติกรรมการกินที่เยอะจนไม่สามารถห้ามได้และกลายเป็นโรคอ้วน เบาหวาน ความดันสูง รวมทั้งการหยุดหายใจขณะหลับต่อไปได้ง่ายๆ อีกด้วย

ถ้าเกิดโรคนี้ขึ้นแล้วล่ะก็ต้องปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะควบคุมและดูแลตั้งแต่ยังเล็กให้อาการป่วยอยู่ในการควบคุมดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดและแน่นอนว่ามันคือการดูแลรักษากันในระยะยาวอย่างแน่นอน

แม้ว่าทั้งชื่อโรค อาการ และโอกาสที่จะเกิดขึ้นกับลูกของคุณนั้นจะมีน้อยมากแต่อย่างไรก็ตามการใช้ชีวิตตั้งอยู่บนความไม่ประมาทและหมั่นรอบรู้อยู่เสมอน่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการเลี้ยงลูกน้อยเพื่อที่จะได้รู้ทันทุกสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับเขาได้อย่างที่ไม่คาดคิดนั่นเอง

ผู้เขียนบทความ

Poy T.
 

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. Baby Blue ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด&#…
  2. คุณแม่รู้จักไว้ก็ดี กับโรคฮีนอค
  3. ก่อนตั้งครรภ์มาเช็คกันดีๆ คุณมีโ…
  4. มือเท้าปาก…ไม่อยากเป็น>.<
  5. หัดกับส่าไข้ต่างกันอย่างไร? ต้อง…
  6. ลูกสมาธิสั้นหายได้ง่ายๆ ด้วยความ…
  7. ลูกของคุณกำลังแพ้อะไรอยู่หรือไม่…
  8. โรค “มือ เท้า ปาก” ค…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP