เทคนิคการดูแลลูกน้อยวัย 3 เดือน



แม่แชร์ประสบการณ์

การดูแลสุขภาพลูกน้อยเป็นหน้าที่พื้นฐานของคนเป็นแม่ ซึ่งก็สื่อได้ถึงความเอาใจใส่ แต่อย่าให้ความเชื่อโบราณบางอย่างมาแทรกแซง ขอให้ศึกษาให้ดี เพราะเด็กยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์จะเลือกว่าจะทำอะไรกับร่างกายตัวเองได้บ้าง เด็กเล็กเสี่ยงต่อการป่วยง่ายอยู่แล้ว แต่แม่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการทำให้ลูกสะอาด แข็งแรง กินอิ่ม นอนหลับเพียงพอ เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ

ประสบการณ์จากแม่พลอย

คุณแม่เภสัชกรลูกหนึ่งที่เคยผ่านภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมาได้โดยไม่ต้องใช้ยา ทั้งยังเคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กเล็กมาก่อน ดังนั้นการมีลูกคนแรกจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับแม่คนนี้เท่าไหร่ โชคดีที่ได้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ไปพร้อมๆ กับการทำงานที่บ้านได้ ก็จะพยายามใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์นำมาถ่ายทอด ไม่ว่าจะทฤษฎีทางการแพทย์หรือความเชื่อโบราณทุกอย่างล้วนมีเหตุผล แต่แม่พลอยคิดว่าการเลี้ยงลูกทางสายการนั้นย่อมดีที่สุดค่ะ

การนอน

สำหรับเด็กวัยนี้ควรพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 14-17 ชม.ต่อวัน โดยอาจนอนยาวในตอนกลางคืน และนอนพักเป็นช่วงๆ อย่างน้อยครั้งละ 45-60 นาที ลูกสาวคนแรกของแม่พลอยเองเป็นคนนอนยาวกลางคืนตั้งแต่แรกเกิดเลยค่ะ

ไม่เคยตื่นมางอแงต้องกล่อมให้หลับยาก แค่ปิดไฟเปิดเต้าจุ๊บนอนกอดกันยาวถึงเช้า เชื่อว่าถ้าไลฟ์สไตล์เราเป็นอย่างไร ลูกก็จะพยายามปรับไปพร้อมกัน อย่างเช่นเราปิดไฟนอนตอน 4 ทุ่ม ถ้านอนช้ากว่านั้นลูกก็จะส่งสัญญาณเลย ส่วนกลางวันก็เน้นทำกิจกรรมจนเหนื่อย แต่อย่าให้เหนื่อยเกินไป พอหิวๆ ก็เข้าเต้าแล้วหลับไปเลยค่ะ

การดื่มนม

แม่พลอยเป็นคุณแม่นมแม่สายเต้าล้วนค่ะ เลยไม่ยุ่งยากเรื่องอุปกรณ์ใดๆ หิวเมื่อไหร่ก็เอามาจุ๊บอกแค่นั้น ไม่ได้จำกัดว่าวันนึงจะต้องกินกี่ครั้ง นานกี่นาที เอาตามที่ใจลูกอยากดูดได้เลย วันนึงไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งค่ะ

น้องเป็นคนกินเก่งจนคนทักว่าจ้ำม่ำ จะว่าติดเต้าก็ว่าได้ แต่แม่พลอยเป็นแม่ฟูลไทม์เรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัญหา อาจจะมีช่วงแรกเกิดที่ก็เคยลองให้นมผงบ้าง ลองปั๊มนมแม่ใส่ขวดให้กินบ้าง แต่มันไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์แม่พลอยที่เป็นคนง่ายๆ ก็เลยให้กินแบบตามมีตามเกิด แต่ลูกก็น้ำหนักปกติตามเกณฑ์ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ดี จากนั้นมาก็ไม่เคยต้องยุ่งยากล้างขวดอีกเลย

การอาบน้ำ

ถ้าจะให้แนะนำคุณแม่มือใหม่ แม่พลอยว่าควรซื้อที่รองอาบน้ำติดไว้เลยค่ะ เพราะอย่างลูกสาวบ้านนี้เริ่มน้ำหนักเยอะ ตอนที่ยังนั่งเองไม่ได้เวลาสระผมต้องหนีบลูกไว้มือเดียวมันจะปวดแขนมาก ดังนั้นจึงมีหลักการตามนี้ค่ะ

  1. อาบวันละ 2 ครั้ง
  2. เน้นอาบให้ไว ไม่ควรเกิน 10 นาที
  3. ตรงจุดอับแถวซอกคอ จักแร้ ขาหนีบ ต้องทำความสะอาดให้ดี ไม่งั้นจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว
  4. ห้ามขัดถูแรงๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ฟองน้ำ
  5. ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ทุกครั้ง เพราะทั้งลื่น ทั้งทำให้ผิวแห้งได้
  6. อุณหภูมิน้ำต้องพอดี ไม่ควรร้อนหรือเย็นจนเกินไป
  7. ก่อนใส่ผ้าอ้อมทุกครั้งต้องดูว่ารอบก้นมีรอยแดงหรือไม่ การทาขี้ผึ้งหรือโลชั่นป้องกันการอับชื้นได้
  8. อย่าลืมทำความสะอาดของ ตา หู จมูก ปาก โดยใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือเช็ดก็ได้ค่ะ

การอาบน้ำ

  1. น้ำเปล่า ไม่จำเป็นเพราะในนมแม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก แค่ดูปัสสาวะอย่างน้อย 6 ครั้งก็พอแล้ว
  2. อาหารอื่นๆ ทุกชนิด เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่และจะทำให้กินนมแม่ได้น้อยลง
  3. แป้งฝุ่นทุกชนิด เพราะนอกจากจะทำให้อับชื้นกว่าเดิม ยังทำให้ฝุ่นละอองของแป้งลอยเข้าจมูกเข้าปอดลูกไปอีก ควรใช้เป็นโลชั่นจะดีกว่า
    4.ห้ามดัดขาเด็ดขาด เพราะถ้าดัดไม่ถูกวิธี กระดูกจะหักหรืออาจพิการได้
  4. โกนผม ถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องต่อมไขมันผิวหนังศีรษะอักเสบ ไม่จำเป็นต้องโกน เพราะการโกนจะมีบาดแผลเล็กๆ ที่มองไม่เห็น เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

ก่อนคลอดลูก แม่พลอยชอบดูพวกสารคดีคนป่า ชาวเกาะที่คลอดและเลี้ยงลูกอ่อนในป่า เลยมีคติว่าจะเลี้ยงลูกแบบเป็นธรรมชาติที่สุด ใช้สัญชาติญาณความเป็นแม่ในการดูแลเรื่องต่างๆ ซึ่งหลักทางการแพทย์ก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งเหล่านี้เท่าไหร่นัก ส่วนคำโบราณที่ว่าไว้ ถ้าหาเหตุผลให้ดีๆ เราจะรู้ว่านั่นคือกุศโลบายเพื่อป้องกันภัยอันตรายต่างๆ แก่ลูกน้อยนั่นเอง

แม่ พลอย

2,816 views

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง