6เช็คลิสต์ที่พ่อแม่ต้องเตรียมก่อนพาลูกเที่ยวปิดเทอม

ไลฟ์สไตล์

เข้าเดือนตุลาคม เดือนแห่งความสุขของเด็กๆ เชื่อเหลือเกินค่ะว่าเด็กๆ ต้องรบเร้าให้คุณพ่อคุณแม่พาเที่ยวแน่นอน ของผู้เขียนเองเค้ารบเร้าแทบจะจดเป็นบัญชีหางว่าวเลยค่ะว่าจะให้คุณพ่อคุณแม่พาเที่ยวที่ไหนบ้าง ทำเอาผู้เขียนเก็บไปฝันว่าพาเค้าไปเที่ยวกันเลยทีเดียว

อะ…กลับมาความจริงกันต่อ 555 เมื่อเด็กๆ รบเร้าขนาดนี้ มีรึที่คุณพ่อคุณแม่จะอดใจไม่พาไปไหว เพราะการได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ที่ดีอย่างนึงนะคะ เพราะบางอย่าง…ไม่มีในห้องเรียน

แต่การจะพาลูกๆ ไปเที่ยวนั้นก็ไม่ใช่ว่าคิดจะไปก็ลุกไปเลยนะคะ หากบ้านไหนมีลูกเล็กยิ่งต้องคิดให้รอบคอบว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ลูกยิ่งเล็กมากยิ่งต้องใจเย็นๆ วางแผนให้ดี ว่าแล้วไปทำเช็คลิสต์กันค่ะ



6 เช็คลิสต์ก่อนพาลูกเที่ยว

1.เลือกสถานที่เที่ยว

ถ้าเป็นสมัยก่อนคงใช้คำว่า “กางแผนที่เที่ยว” แต่ยุคนี้เป็นยุคดิจิทัลแล้ว คงต้องใช้คำว่า “ปักหมุดในกูเกิ้ลแมป
คุณพ่อคุณแม่คงต้องทำการบ้านกันนิดนึงนะคะ ว่าจะไปที่ไหนกันดี เลือกที่ใกล้บ้าน ไปต่างจังหวัดที่สามารถไป-กลับได้ในวันเดียว หรือจะไปค้างอ้างแรมต่างจังหวัดที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางซักหน่อย และแต่ละที่ที่คุณพ่อคุณแม่จะไปนั้น จะเป็นประเภทไหนดี อาทิ สวนน้ำ พิพิธภัณฑ์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ฯลฯ เพราะแต่ละที่จะมีการเตรียมข้าวของที่มากขึ้นไปตามระยะทางและระยะเวลาในการค้างคืนค่ะ

2.เลือกที่พัก

หากคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจพาลูกๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบค้างคืน เพื่อต้องการให้ลูกได้เปลี่ยนบรรยากาศของที่พักไปด้วย การเลือกที่พักจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้ค่ะ

  • ควรดูที่ความสะอาดและความปลอดภัยมาอันดับแรก
  • ไม่ควรเลือกห้องพักที่มีลักษณะแบบ Pool Villa (ห้องที่สามารถเปิดประตูไปแล้วลงสระน้ำได้เลย) เพราะเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ทำอะไรเพลินๆ หรือเผลอขึ้นมา ลูกอาจเปิดประตูแล้วลงสระน้ำได้ทันที
  • ไม่ควรเลือกห้องพักที่เล่นระดับหรือมีขั้นบันได เสี่ยงต่อการตกบันไดขาแพลง หรือหกล้มได้
  • หากลูกมีอาการของโรคภูมิแพ้ ไม่ควรเลือกห้องที่ปูพรม เพราะพรมเป็นแหล่งเก็บฝุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระตุ้นอาการของลูกน้อยให้กำเริบได้

3.เวลาในการเดินทาง

หากเป็นไปได้ควรเลือกเวลาการเดินทางที่ไม่รบกวนเวลานอนของลูก แต่หากเลี่ยงไม่ได้ก็พยายามให้กระทบการนอนของลูกให้น้อยที่สุดก็จะดีนะคะ เพราะหากลูกนอนไม่พอแล้ว ลูกๆ จะงอแง ทำให้การเที่ยวครั้งนี้กร่อยไปอีก

4.ของใช้ที่จำเป็นของลูก

ขึ้นชื่อว่า “ของใช้ของลูก” นั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องนั่งมโนกันเลยค่ะว่าช่วงเช้าต้องใช้อะไรบ้าง กลางวันใช้อะไร เย็น ก่อนนอน หรือแม้แต่ระหว่างวันใช้อะไร อาทิ พวกเสื้อผ้าสำรองที่ต้องเผื่อไปซัก 2-3 ชุด เป็นต้น

5.คาร์ซีท

สำหรับเด็กที่มีอายุหรือน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะนั่งคาร์ซีทได้ แนะนำให้นั่งคาร์ซีทนะคะ โดยหันหน้าเด็กไปทางด้านหลังรถ เพื่อป้องกันแรงกระแทกที่อาจส่งถึงกระดูกคอและหลัง หรือ หากเด็กมีอายุเกิน 8 ขวบ หรือมีน้ำหนัก 18 กิโลกรัมขึ้นไป ควรให้ลูกได้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่เดินทางนะคะ จะปลอดภัยที่สุด

6.เตรียมความพร้อมให้ลูก

เมื่อมีกำหนดการที่จะเดินทางกันแน่นอนแล้ว ไม่ควรพาลูกออกไปเที่ยวที่ไหน 1 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อโรคต่างๆ เป็นเหตุให้ป่วยได้ ที่สำคัญ ควรเตรียมยาที่จำเป็นไปด้วย หรือยาประจำตัวลูก

มาถึงรายละเอียดในเรื่องการเที่ยวกันบ้าง หากคุณพ่อคุณแม่รู้แล้วว่าจะไปที่ไหน สามารถเปิดข้อมูลหรือรีวิวของสถานที่นั้นๆ ให้ลูกได้ดูก่อน เพื่อเป็นการบิ้วท์ให้ลูกได้เกิดอาการอยากไป และหากการเดินทางครั้งนี้ เป็นการเดินทางด้วยเครื่องบินครั้งแรกของลูก ควรให้เค้าได้เห็นหรือทำความรู้จักเครื่องบินก่อน

หากบ้านไหนที่มีลูกเล็กยังไม่เลิกนม แนะนำว่าอย่าเพิ่งให้ลูกกินนมอิ่มนะคะ แต่แนะนำให้ลูกดูดนมในจังหวะที่เทคออฟและแลนดิ้งแทน เพื่อเป็นการช่วยลดความดันในช่องหู ทำให้ลูกสบายตัวขึ้นไม่ร้องงอแงค่ะ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ

760 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง