ระหว่าง พ่อ vsแม่ ลูกจะมีนิสัยเหมือนใครมากกว่ากันมีงานวิจัยรองรับ

ไลฟ์สไตล์

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน คงดีใจเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูกน้อย เฝ้าทะนุถนอม เลี้ยงดู อุ้มท้องมาเป็นเวลากว่า 9 เดือนยิ่ง 3 เดือนแรกสำหรับคุณแม่บางคนไม่อยากพูดถึงเลย แพ้ท้องอย่างหนักหน่วง แต่บางคนโชคดีหน่อยไม่แพ้อะไรเลย แถมกินได้เยอะอีกด้วย และก็คงตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เจอหน้าลูกกันเสียที แต่คุณพ่อคุณแม่เป็นเหมือนกันไหมคะที่จะมานั่งคุยกันสองคน

“ลูกเราจะมีนิสัยเหมือนใคร หรือลูกเราจะมีหน้าตาเหมือนใครมากกว่ากัน?”

สำหรับประเด็นนี้โน้ตไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งมีผลการวิจัยรองรับและเคยถูกตีพิมพ์ในวารสารมาแล้ว จึงอยากเอามาฝากคุณพ่อคุณแม่ลองอ่านกันดูนะคะว่าท้ายสุดแล้วลูกเราจะมีนิสัยหรือหน้าตาเหมือนใครมากกว่ากัน



จะเหมือนใครมากกว่ากันระหว่าง พ่อ vs แม่

คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ค่ะว่า…จริงๆ แล้วทารกสามารถแสดงออกถึงลักษณะนิสัยของตัวเองได้ตั้งแต่แรกเกิด อาทิ เป็นคนจริงจัง ขี้รำคาญ อารมณ์ดี ขี้เล่น ขี้อาย กล้าแสดงออก ขี้หงุดหงิด ฯลฯ ซึ่งนิสัยเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ติดตัวเค้าไปตลอดชีวิต

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า…

“ลูกจะมีนิสัยเหมือนใคร?”

เท่าที่มีข้อมูลมาผู้เชี่ยวชาญก็ดูเหมือนไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่เรื่องนี้เท่าไหร่นัก แต่จะเน้นที่ว่า “อะไรที่มีผลต่อนิสัยมากกว่ากันระหว่างธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม?”มากกว่า

ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว “ลักษณะนิสัยของลูก” จะประกอบไปด้วยหลายๆ ปัจจัย เพราะในงานวิจัยพบว่า แม้เด็กที่เป็นฝาแฝดกันถูกเลี้ยงแยกกันต่างครอบครัวตั้งแต่เกิดแต่ก็สามารถมีนิสัยที่เหมือนกันได้ซึ่งเป็นการถ่ายทอดกันทางพันธุ์กรรม แต่การเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมรอบตัวก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน

ลักษณะนิสัยที่ถ่ายทอดมาจากคุณพ่อคุณแม่

  • ความก้าวร้าว
  • ความเมตตา
  • ความเห็นอกเห็นใจ
  • การกล้าแสดงออก
  • ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์
  • ความเป็นผู้นำ
  • ขี้อาย
  • ขี้หวาดกลัว
  • แนวโน้มการชอบหรือการติดอะไรมากเป็นพิเศษ
  • แนวโน้มการเป็นโรคเครียด เป็นต้น

“แล้วหน้าตาลูกกับสติปัญญาล่ะ จะเหมือนใคร?”

ผู้เชี่ยวชาญประมาณไว้ดังนี้ค่ะ

หน้าตา

จากรายงานของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ของอังกฤษและมหาวิทยาลัยมองต์เปลิเญร์ของฝรั่งเศส ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิวัฒนาการและพฤติกรรมมนุษย์ ระบุไว้ว่า…
“แท้จริงแล้ว ทารกแรกเกิดจะหน้าตาเหมือนแม่มากกว่าพ่อ โดยเด็กหญิงจะยังหน้าตาเหมือนแม่เมื่อโตขึ้น ขณะที่เด็กชายหน้าตาจะเริ่มกระเดียดไปทางพ่อมากขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ขวบ”

สติปัญญา

นักวิจัยได้ประมาณเรื่องของสติปัญญาไว้ดังนี้…
“ลักษณะทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมจะมีผลต่อความเฉลียวฉลาดของเด็กในลักษณะครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว เช่น ถ้าหากลูกของคุณมีไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วไปประมาณ 20 คะแนน ก็เป็นไปได้ว่า 10 คะแนนที่ว่านี้ เป็นผลมาจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ และอีก 10 คะแนน เป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู”

นอกจากนี้ ยังได้มีงานวิจัยไปถึงเด็กแฝดเหมือน (ไข่ใบเดียวกัน) ซึ่งได้ส่งเสริมข้อสรุปดังกล่าวอีก โดยระบุให้เห็นว่า…สภาพแวดล้อมมีผลต่อพฤติกรรมและลักษณะนิสัยของเด็กมากแค่ไหน ถ้าหากจะบอกว่าลักษณะนิสัยของเด็กขึ้นอยู่กับ “สภาพแวดล้อมอย่างเดียว” ดังนั้น ฝาแฝดที่ได้รับการเลี้ยงดูและเติบโตมาด้วยกันก็น่าจะมีนิสัยที่เหมือนกันมากกว่าแฝดที่ถูกแยกเลี้ยงถูกไหมคะ

แต่ความจริงกลับพบว่า…

ฝาแฝดที่เติบโตมาด้วยกันก็ยังมีนิสัยใจคอที่แตกต่างกันได้ ไม่ต่างจากฝาแฝดที่ถูกแยกเลี้ยงแต่อย่างใด เพราะพบว่า ฝาแฝดที่ถูกแยกเลี้ยงต่างครอบครัว ต่างสภาพแวดล้อมก็ยังคงมีความชอบ ความสนใจที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงด้านความเชื่อ และด้านวิวิชาชีพ

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่านิสัยนั้นๆ ของลูกจะเป็นเช่นไร เราในฐานะคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเค้า ชี้ให้เค้าเห็นได้ว่านิสัยแบบไหนที่ควรทิ้งไป นิสัยแบบไหนที่ควรมีเอาไว้ติดตัว เราช่วยกันขัดเกลาเค้าได้ค่ะ แต่ที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเปิดใจยอมรับก่อนว่า “ลูกเป็นเหมือนกระจกสะท้อนของพ่อแม่” แล้วเราจะขัดเกลาซึ่งกันและกัน เติบโตไปด้วยกันอย่างมีความสุขค่ะ

แม่โน้ต

27,581 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง