ส่งลูกเรียนแบบไหนดี EP (English Program) หรือสายสามัญ?



ไลฟ์สไตล์

เมื่อถึงวัยที่ลูกต้องเข้าเรียน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะกำลังคิดไม่ตกว่า จะให้ลูกเรียนEnglish Program, เรียน International Program หรือจะเป็นสายสามัญดีวันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจมาฝากค่ะ

International Program และ English Program

รศ.ดร. เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์ประธานโครงการประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูนานาชาติ (International Graduate Diploma Program) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)เปิดเผยว่า การจะให้นักเรียนที่เลือกเรียนแผนนี้ (IE และ EP)แล้วประสบความสำเร็จทั้งด้านการศึกษาและด้านภาษาแล้วควรพิจารณาที่ตัวผู้สอนก่อน ดังนี้

  1. ตัวผู้สอนต้องมีความพร้อมและความสามารถ
  2. ความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับวิชาที่จะสอยเด็ก
  3. มีวุฒิการศึกษาที่ดี

แต่โดยมากที่พบครูและอาจารย์ผู้สอนในแผน IP และ EP เอง ส่วนใหญ่เป็นเพียงเจ้าของภาษา ส่วนมากไม่มีวุฒิการศึกษาเฉพาะทางเกี่ยวกับการสอน หรือไม่มีใบประกาศนียบัตรประกอบวิชาชีพครู ตามที่กฎกระทรวงการศึกษากำหนด โดยเฉพาะหลักสูตรที่จะสอนต้องเป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดหากเป็นแบบนี้แล้วจะทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้หรือไม่สามารถที่จะสอนให้เด็กเข้าใจได้

การประเมินผลในโรงเรียน IP และ EP ยังไม่เป็นสากล

เนื่องจากหลักสูตรที่นักเรียนจะต้องเรียนนั้น ต้องเป็นหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดขึ้น ดังนั้น นักเรียนที่เรียนในโปรแกรม IP และ EP จะใช้หลักสูตรที่แปลจากตำราภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของนักเรียนทั้ง 2 โปรแกรมนี้

ดังนั้น นักเรียนจึงต้องเรียนทั้ง 2 ภาษาคือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะเป็นข้อบังคับที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ การวัดและการประเมินผลยังไม่เป็นสากลเท่าที่ควร คือ การใช้หลักการประเมินตามการเรียนในหลักสูตรภาษาไทย ซึ่งจริงๆ แล้วการจะประเมินว่าหลักสูตรดีหรือไม่ดีนั้น ควรให้ผู้เรียนเป็นผู้ประเมินหรือตัดสินใจเอง

แนวคิดในการเลือกเรียน

  1. ตัวโรงเรียนเองไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  2. ผู้บริหารของโรงเรียน พิจาณาจากวิสัยทัศน์ที่ดีของผู้บริหาร
  3. ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ประโยชน์ของเด็กต้องมาก่อน
  4. มีแนวทางด้านคุณธรรมจริยธรรมที่ดี
  5. ชื่อเสียงโรงเรียน

ทั้งหมดนี้…จะรู้ได้อย่างไร? คุณพ่อคุณแม่ต้องทำการบ้านค่ะ โดยการไปหาข้อมูลจากคนรู้จัก เพื่อนบ้านที่เค้ามีลูกในวัยเรียนเหมือนกัน การได้พูดคุยกับเด็กเอง ถ้าเป็นไปได้ ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนและไปคุยกับผู้บริหารหรือคุณครูในโรงเรียนนั้นๆ ค่ะ ก็จะได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

จะดีมั้ย…หากเลือกโรงเรียนที่มีเกียรติประวัติดี

โรงเรียนที่มีเกียรติประวัติดี คือ โรงเรียนที่มีป้ายโชว์ว่าเด็กนักเรียนคนนี้สอบชิงทุนต่างประเทศได้ หรือเด็กชายคนนั้นสอบติดมหาวิทยาลัยคณะนี้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ อะไรประมาณนี้เป็นต้น จะว่ากันตามจริงแล้ว ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เน้นตรงนี้มาก เพราะหากลูกของเราได้เรียนที่โรงเรียนนี้จริง แต่ตกเย็นต้องมานั่งทำการบ้านกองพะเนิน ไม่มีเวลาเล่น ไม่มีเวลาสนุกตามวัยของเค้าที่ควรจะเป็นก็จะทำให้เด็กเครียดซะเปล่าๆ
สิ่งที่ควรปลูกฝังลูก คือ ความตั้งใจเรียน เพราะหากเด็กมีความตั้งใจ มีความขยันแล้ว เค้าก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ค่ะ โดยคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจ ส่งเสริมเค้าก็พอ

ไม่ควรเน้นแต่วิชาการอย่างเดียว

เด็กหลายคนที่ขยันเรียน ตั้งใจเรียนมากแต่…ขาดทักษะการใช้ชีวิต คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกโรงเรียนที่มีการสอนเรื่องจริยธรรม คุณธรรม การใช้ชีวิตกับคนรอบข้าง หรือการทำกิจกรรมกับคนรอบข้าง เพื่อปลูกฝังให้เค้าเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง และการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคม
ข้อนี้คุณพ่อคุณแม่จะรู้โดยการสอบถามคุณครูที่โรงเรียนได้เลยค่ะ

เลือกโรงเรียนใกล้บ้าน

ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกโรงเรียนใกล้บ้าน ถึงแม้จะเลือกโรงเรียนที่ดีมากอย่างไร แต่หากลูกต้องใช้ชีวิตอยู่บนถนนนานๆ รองจากที่บ้านและโรงเรียนข้อนี้ก็ไม่ไหวค่ะ เพราะเด็กต้องตื่นแต่เช้าตรู่ หากบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานนอกบ้านด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเครียดกันไปใหญ่ ส่งลูกก็สาย เข้างานก็สาย ไม่มีเวลาเหลือทำกิจกรรมร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ พิจารณานะคะ

ค่าใช้จ่าย

การเลือกโรงเรียนไม่ว่าจะเป็น IP หรือ EP หรือ สายสามัญก็ตาม หลักๆ แล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นตัวแปรหลัก ซึ่งถ้าแพงไป คุณพ่อคุณแม่ก็จะรับไม่ไหว ทำให้เกิดความเครียด ส่งต่อไปยังลูกอีก ดังนั้น การเลือกโรงเรียนควรพิจารณาจากกำลังเงินของคุณพ่อคุณแม่เองจะดีที่สุดค่ะ

การเลือกโรงเรียนเอาที่เราไม่เหนื่อยมาก เอาที่ครอบครัวมีเวลาร่วมกัน ได้เที่ยวด้วยกัน มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน จะดีที่สุดค่ะ

แม่โน้ต

100,717 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ