กิจกรรมคลายเหงาคุณแม่ตั้งครรภ์

ไลฟ์สไตล์

คุณแม่หลายๆ ท่าน เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ต่างก็ระมักระวังตัวเองมากขึ้น เพราะกลัวจะไปกระทบกับครรภ์อ่อนๆ แต่ถึงจะต้องค่อยระวังสิ่งต่างๆ ถึงขนาดไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ คุณแม่เพียงแค่ตั้งครรภ์ไม่ได้ป่วย อย่างนี้คุณแม่จะทราบหรือไม่ว่ากิจกรรมอะไรทำได้ อีกทั้งการทำกิจกรรมจะให้ผลอะไรกับตัวคุณแม่บ้าง

กิจกรรมต่างๆ ที่ก่อนตั้งครรภ์แต่ละคนแตกต่างกันไป เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่ก็ต้องตัดกิจกรรมยามว่างที่มักจะทำเสมอออกไป แต่ก็ไม่จำเป็นงดทุกอย่าง กิจกรรมที่คุณแม่ชอบบ้างกิจกรรมยังสามารถทำได้ และเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ ได้ เช่น…



1.ช้อปปิ้ง

การจับจ่ายซื้อของเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนชื่นชอบ ยิ่งมีเทคโนโลยีเข้าถึงมากเสียจนไม่ต้องเดินออกจากบ้านเลย แต่อย่าช้อปปิ้งแต่บนมือถือค่ะ คุณแม่ควรออกไปห้างสรรพสินค้าเพื่อดูสินค้าจริงด้วย เพราะนี้เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่คุณแม่สร้างเองได้ และเมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะสำรวจสินค้าเกี่ยวกับเด็กล้วงหน้า โดยยังไม่ต้องรีบซื้อนะคะ

2.เสริมสวย

1 – 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องอาจจะทำให้เพลีย เหนื่อยและดูไม่สดใส หันหน้าเข้าร้านเสริมสวย ทำผมทรงใหม่ ทำเล็บ หรือเข้าสปา นอกจากจะผ่อนคลายขึ้นแล้ว คุณแม่กลับบ้านไปก็พกความสดใส และลุคใหม่อวดคุณพ่อ

3.ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายในที่นี้ มิใช่การออกกำลังกายแบบเดิมๆ ที่เห็นกันทั่วไป เพราะการออกกำลังกายของผู้ตั้งครรภ์จะแตกต่างจากปกติ คือ ลดความรุนแรง ความสะเทือนที่จะเป็นผลกระทบกับครรภ์ ทั้งนี้มีคอร์ดการออกกำลังกายสำหรับผู้ตั้งครรภ์เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีวีดีโอออกกำลังกายสำหรับผู้ตั้งครรภ์ ให้คุณแม่เลือกดูได้ง่ายๆ แต่การออกกำลังกายต้องมีผู้รู้ หรือผู้อื่นอยู่ใกล้ๆ เพื่อความปลอดภัย

4.ไปเที่ยว

คุณแม่ไปเที่ยวสถานอื่นนอกจากได้ค่ะ แต่ต้องในช่วง 4 – 6 เดือน ที่พ้นช่วงเสี่ยงของการแท้งไปแล้ว หาวันพักผ่อนไปฮันนีมูน เที่ยวชมธรรมชาติ สูดอากาศที่บริสุทธิ์ เช่น ทะเล ภูเขา สถานที่ไปต้องเดินทางสะดวก และไม่ก่อให้อุบัติเหตุ

5.อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ง่ายที่สุด ทั้งยังเป็นการสร้างสมาธิที่ดี เพียงเลือกหนังสือที่อ่านแล้ว ไม่มีเนื้อหาหนักๆ ต้องอ่านแล้วผ่อนคลาย เบาสมอง ได้ความรู้ เหมาะจะนำไปใช้ทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น หนังสือแม่และลูก หรือคู่มือการเตรียมตัวเป็นแม่ หนังสือทำอาหาร หรือหนังสืองานแฮนด์เมด นอกจากจะได้ความรู้ใหม่ๆ แล้ว คุณแม่ยังสามารถถ่ายทอดสู่ทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

6.ฟังเพลง

ลูกแม้จะอยู่ในครรภ์แม่ แต่ก็สามารถรับฟังเสียงได้ คุณแม่นอกจากจะพูดคุย อ่านหนังสือให้ลูกฟังได้แล้ว ยังให้ลูกฟังเพลงได้เช่นกัน แนวเพลงมีหลากหลาย ซึ่งต้องเลือกเพลงที่เหมาะสมกับลูก เช่น เพลงกล่อมเด็ก เสียงดนตรีคลาสสิก โดยนำหูฟังทาบที่ท้อง ควรระวังเสียงที่ดังไป การทำเช่นนี้ลูกจะได้รับฟังเสียงที่แตกต่าง และเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับแม่และลูก

7.ทำงานอดิเรก

หางานทำเล่นๆ เช่น ถักไหมพรม ทำเสื้อลูก ทำถุงมือ ถุงเท้า กระเป๋าสะพาย นอกจากจะฝึกสมาธิแล้ว สิ่งที่คุณแม่ทำขึ้นยังมีประโยชน์ในวันข้างหน้า และยังเก็บเป็นความทรงจำดีได้ค่ะ

8.ทำอาหาร

เนื่องจากตั้งครรภ์ อาหารที่ทานจะต้องปรับเปลี่ยนใหม่เกิบหมด ยิ่งช่วงแพ้ท้องยิ่งทานยาก การทำอาหารเอง นอกจากจะได้คุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ สดสะอาด และปลอดภัยแล้ว ซึ่งหากซื้ออาหาร อาจจะพบสารอาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะกับผู้ตั้งครรภ์ และเป็นอันตรายทั้งแม่และทารกในครรภ์ การทำอาหารเองก็จะทำการหลีกเลี่ยงได้

9.นอนฟังเสียงลูก

ฟังเสียงหัวใจลูก ฟังเสียงการเคลื่อนไหวของลูก เป็นการนอนนิ่ง พักผ่อนในเวลากลางวัน ทั้งการพูดคุย หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง แล้วในลูกในครรภ์โต้ตอบโดยการดิ้น ทั้งนี้เพื่อดูพัฒนาการการเคลื่อนไหวของลูก และคุณแม่จะได้ความสุข ความผ่อนคลายกลับมา

10.ฝากครรภ์

สิ่งที่คุณแม่ขาดไม่ได้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ นี้จะทำให้คุณแม่ไร้ความกังวล ปลอดภัย รวมถึงได้รับคำแนะนำที่ดีจากแพทย์ จึงควรที่จะไปพบแพทย์ทุกๆ เดือนตามนัด

11.อบรมการตั้งครรภ์

โรงพยาบาลมักจะมีคอร์ดอบรมมาเสริม ซึ่งคุณแม่อาจจะเข้ารวม หรือหาที่อบรมที่อื่น ทั้งนี้เพื่อได้รับความรู้การดำเนินชีวิตช่วงตั้งครรภ์อย่างถูกต้อง และเป็นการเตรียมความพร้อมการคลอดในเดือนที่ 9 ล้วงหน้าค่ะ

12.พบปะเพื่อนใหม่

หากได้รับอบรมก็จะได้พบปะคุณแม่ใหม่ๆ และได้พูดคุยในสิ่งที่กำลังคาดการณ์เหมือนกัน ซึ่งจะพบได้จากกิจกรรมอบรม คอร์ดอื่นๆ เช่น ออกกำลังกาย โยคะ การมีเพื่อนใหม่ที่ตั้งครรภ์ก็จะแลกเปลี่ยนความรู้สึก ประสบการณ์ ความแตกต่างของแต่ละคนได้

13.สวดมนต์ นั่งสมาธิ

สวดมนต์ ไหว้พระ ทำสมาธิ จะช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย ไม่มีความกังวล ฝึกสมาธิในการกำหนดลมหายใจที่ดี เพราะช่วงตั้งครรภ์เมื่ออายุครรภ์เยอะ การหายใจของคุณแม่จะหายใจได้ไม่ลึกและสั้นลง การนั่งสมาธิ จึงเป็นการฝึกหายใจที่ดีมมากอย่างหนึ่ง

การทำกิจกรรมล้วนแต่มีประโยชน์ และให้ผลดีแก่ตัวคุณแม่และลูกในครรภ์ เพียงแค่งดทำกิจกรรมที่ออกแรง ยกของหนัก หรือที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ คุณแม่ก็จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และปลอดภัยค่ะ

แมวที่สีเทา

15,580 views

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง