พัฒนาการเด็กและสุขภาพลูกวัย 0-1 ขวบ

12 วิธีที่แม่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ

9 เดือนที่คุณแม่ตั้งครรภ์นับเป็นเวลาที่นานสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่นะคะ ที่อยากเห็นหน้าเจ้าตัวเล็กออกมาส่งเสียงให้เราได้ชื่นใจ เฝ้าดูวันที่ลูกน้อยเติบโตมีพัฒนาการที่ดีสมวัย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ แต่…การที่ลูกน้อยจะมีพัฒนาการที่ดีได้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยได้นะคะ วันนี้เรามี 12 วิธีในแต่ละเดือนที่จะให้คุณแม่ได้ลองนำไปปรับใช้กับลูกน้อยมาฝากค่ะ ไปเริ่มกันเลย



อายุ 1 เดือน

ช่วงนี้ลูกน้อยจะยังมองเห็นภาพต่างๆ ได้ไม่ชัด จะเห็นชัดที่สุดในระยะ 1-2 ฟุตเท่านั้น คุณแม่ลองเอาหน้าไปใกล้ๆ ลูกน้อย ส่งเสียงทักทาย พูดคุยกับลูก รอให้ลูกหันมามองหน้าคุณแม่แล้วค่อยย้ายไปทางซ้าย…ย้ายไปขวาช้าๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้มองตามอย่างช้าๆ ค่ะ

อายุ 2 เดือน

เพื่อพัฒนาการการมองและพัฒนาการมือให้คุณแม่เปิดเพลงเด็กๆ หรือเพลงที่ฟังสบายๆ พร้อมกับเอามือลูกปรบพร้อมกับร้องเพลง หากคุณแม่ทำบ่อยๆ ในที่สุดลูกน้อยก็จะเรียนรู้และเลียนแบบโดยการพยายามออกเสียงเหมือนร้องเพลงและขยับมือเหมือนปรบมือได้เอง เป็นการกระตุ้นพัฒนาการการมองเห็น การเคลื่อนไหว และพัฒนาการทางภาษาไปด้วยในตัว
นอกจากนี้ ลูกน้อยยังเลียนแบบการแสดงออกทางสีท่าทางได้ ไม่ว่าจะเป็นการอ้าปากกว้างๆ การแลบลิ้น รูปปากเวลาคุณแม่ออกเสียงร้องเพลง หรือแม้แต่การแยกเขี้ยวยิงฟัน
สำหรับเพลงนั้นในยุคนี้คุณแม่หลายๆ ท่านต้องการให้ลูกได้มีพัฒนาการในหลายๆ ภาษา คุณแม่อาจเลือกเพลงภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทย หรือภาษาอื่นๆ ก็ได้ตามใจนะคะ อย่างไปกังวลว่าลูกจะสับสน เพราะเคยมีงานวิจัยที่พบเด็กผู้หญิงอายุ 4 ขวบ พูดได้ถึง 4 ภาษามาแล้ว

อายุ 3 เดือน

ลูกน้อยจะเริ่มสนใจมือของตัวเอง พยายามใช้มือปัดป่ายหรือหยิบจับสิ่งของที่ตนเองสนใจ ให้คุณแม่แขวนของเล่นสีสันสดใสในระยะที่ลูกน้อยเอื้อมถึงหากลูกน้อยเอื้อมได้ถึง สามารถคว้าได้ คุณแม่ปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกในความพยายาม ซึ่งถือเป็นเหมือนการเล่นกับลูกน้อยไปในตัว
หากลูกคอแข็งแล้ว เริ่มฝึกจับให้ลูกน้อยนอนคว่ำเวลาลูกตื่น โดยมีคุณแม่คอยเฝ้าดู เพื่อให้ลูกหัดยกศีรษะขึ้นให้พ้นพื้น เอากระจกมาตั้งไว้ เพื่อให้ลูกน้อยพยายามยกศีรษะขึ้นมามองเงาของตัวเองในกระจก แล้วลูกน้อยจะชอบเวลาที่เห็นเงาในกระจกเงยกลับมามองตัวเอง

อายุ 4 เดือน

วัยนี้ลูกน้อยจะเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เริ่มพูดคุยและเคลื่อนไหวแขนขาอย่างมีเป้าหมายและคล่องแคล่วขึ้น แสดงความรู้สึกดีใจเมื่อเห็นของเล่นที่ชอบ และร้องไห้ได้ถ้าถูกแย่งของไป เริ่มรู้สึกจั๊กจี้เป็น คุณแม่เริ่มเล่นจั๊กจี้กับลูกได้ค่ะ แต่อย่าเล่นก่อนนอน 1 ชม. นะคะ เพราะจะทำให้ลูกน้อยหลับไม่ดีค่ะ ตื่นบ่อย

อายุ 5 เดือน

พัฒนาการด้านการมองเห็นและการได้ยินดีเยี่ยมแล้วค่ะ ลูกน้อยเริ่มชวนคุย ส่งเสียง เบอะๆ โดยใช้ริมฝีปาก ให้คุณแม่คุยโต้ตอบบ่อยๆ อ่านหนังสือให้ฟัง ชี้บอกสิ่งของรอบตัว

อายุ 6 เดือน

ลูกเริ่มนั่งทรงตัวและเคลื่อนไหวไปรอบๆ ได้ ลองฝึกให้ลูกคว่ำบนพื้นราบ เอาของเล่นมาหลอกล่อให้ลูกน้อยพยายามเคลื่อนที่ไปหาของเล่น
ทารกวัยนี้เริ่มเอาของเล่นใส่ปาก ดังนั้น ของเล่นต้องปลอดภัยไม่มีสารพิษ ไม่เล็กกว่า 4 ซม. และไม่มีชิ้นส่วนที่จะจะหลุดเข้าคอได้ ควรจัดบ้านให้ปลอดภัยไม่มีจุดเสี่ยงอันตรายต่อลูกน้อย

อายุ 7 เดือน

ลูกน้อยใช้มือหยิบของได้เก่งขึ้น ลองฝึกให้ลูกหยิบของชิ้นเล็กๆ ลองหาของที่ปลอดภัยให้ลูกฝึกการใช้มือ เช่น ช้อน ถ้วยน้ำพลาสติก เป็นต้น

อายุ 8 เดือน

เริ่มเข้าใจศัพท์มากขึ้น ลองชี้ให้ลูกน้อยดูว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร และฝึกให้ลูกหยิบของเล่นเข้า-ออก จากกล่อง

อายุ 9 เดือน

ลูกน้อยชอบเล่นอะไรที่เปิดๆ ปิดๆ ได้ เช่น ฝากล่อง บานประตู หรือหนังสือนิทานปกแข็ง สามารถเล่นได้เป็นสิบๆ ครั้งโดยไม่เบื่อ และถือเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือและสายตาด้วยค่ะ

อายุ 10 เดือน

วัยนี้ลูกชอบเล่นจ๊ะเอ๋เล่นหาของที่ซ่อนอยู่ คุณแม่ลองเอาผ้ามาปิดหน้าแล้วจ๊ะเอ๋ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าคุณแม่ไม่ได้ไปไหน เดี๋ยวมาใหม่ ทำซ้าๆลูกน้อยจะเลียนแบบได้

อายุ 11 เดือน

สอนให้ลูกร้องเพลงพร้อมทำท่าประกอบ เช่น จับปูดำขยำปูนา หรือแมงมุมลายตัวนั้น พยายามพูดคุยกับลูกบ่อยๆ เช่น แม่กำลังทำกับข้าว แม่กำลังถูบ้านอยู่ พยายามใช้คำถามถามลูกบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน ลูกจะชอบเวลาแม่พูดกับเค้า

อายุ 12 เดือน

เด็กบางคนคว่ำเร็ว คลานเร็ว พูดเร็ว เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ต่างกัน การที่ลูกน้อยยังทำบางอย่างได้ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ไม่ใช่ว่าเค้าจะผิดปกติไปซะทีเดียว จะมีก็น้อยมาก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจสามารถไปปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่พยายามกระตุ้นพัฒนาการตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่ลูกยังทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเครียดนะคะ ใจเย็นๆ ค่อยๆ ฝึกเค้า กระตุ้นเค้าไปเรื่อยๆ ซักวันลูกก็ทำได้แน่นอนค่ะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. อาเจียนทุกครั้ง หลังทานนม
  2. สาเหตุใหญ่ ที่ลูกไม่คว่ำตัว?
  3. แนะวิธีแก้…ให้ทารกหายสะอึก…
  4. ฟิงเกอร์ฟู้ด (Finger Food) จุดเร…
  5. ลูกนอนผวา นอนสะดุ้ง เพราะอะไร แก…
  6. กระตุ้นพัฒนาการสมองลูกด้วยการเล่…
  7. พัฒนาการใน 7 วันแรกของลูกน้อย
  8. 9 ข้อที่พ่อแม่สร้างเสียงหัวเราะใ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP