มาเรียนรู้วิธีใช้ยาลดไข้กับเด็กให้ถูกต้องกันดีกว่า



การดูแลสุขภาพเด็ก

เด็กๆ ของคุณอาจจะต้องเผชิญกับการเป็นไข้กันอยู่หลายครั้งทั้งมีอาการตัวร้อน ตัวแดง หน้าแดง ไอ เจ็บคอ ปวดตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร จับๆ ดูแล้วเนื้อตัวลูกก็ดูร้อนผิดปกติก่อนอื่นเลยจะเอาให้ชัวร์ก็ควรที่จะนำปรอทมาวัดไข้ให้ลูกก่อนและถ้าแน่ชัดแล้วว่าอุณหภูมิเข้าข่ายเป็นไข้แน่ๆ ก็ควรรีบพาลูกไปหาหมอและจัดการดูแลรักษากันต่อไป แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นที่อาจจะไม่สามารถพาลูกไปหาหมอได้ทันทีการมียาติดบ้านไว้ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีที่จะช่วยรักษาลูกได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะรู้จักกับตัวยาที่เด็กๆ สามารถทานเพื่อลดไข้ได้อย่างไม่ส่งอันตรายรวมถึงเข้าใจพื้นฐานการใช้งานตัวยาแต่ละตัวให้ถูกต้องและไม่เป็นอันตรายกับลูกในภายหลังเอาไว้ด้วย

เข้าใจตัวยาและใช้ให้ถูกวิธี…ลูกน้อยก็ปลอดภัยหายห่วง

มักจะคุ้นหูกันว่าเป็นไข้ ปวดหัวก็จัดพารากันไปเลยจนโดยบางทีอาจจะยังไม่รู้กันว่าพาราที่พูดถึงอยู่ไม่ใช่ชื่อแบรนด์แต่เป็นชื่อของตัวยานั่นเอง ดังนั้นก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่จึงควรจะมารู้จักกันก่อนว่าตัวยาที่ช่วยในเรื่องของการลดไข้มีด้วยกัน 3 ตัว ซึ่งก็จะมีแต่ละแบรนด์เลือกใช้ผลิตแตกต่างกันไปโดยแต่ละแบรนด์นั้นก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักแต่จุดที่ควรรู้เอาไว้ก็คือถ้าคุณจะเลือกใช้กับลูกแต่ละตัวยามีความแตกต่างและเหมาะสมกับลูกอย่างไรบ้างนั่นเอง

1.พาราเซตามอล

เปิดตัวด้วยชื่อตัวยาที่คุ้นเคยกันมากที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วขนาดของการทานตัวยานี้จะอยู่ที่ประมาณ 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และหมั่นให้ลูกทานทุกๆ 4-6 ชั่วโมงจนกว่าอาการจะดีขึ้น และไม่ต้องกังวลว่าต้องทานก่อนหรือหลังอาหารเพราะตัวยานี้ไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะจึงสามารถทานได้ทันทีที่มีอาการไม่สบาย แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงอายุและน้ำหนักของลูกเอาไว้ด้วยเพราะการทานยาชนิดนี้มากเกินไปจะสามารถส่งผลเสียต่อตับได้ และไม่ควรทานยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน และหากดูท่าแล้วอาการของลูกก็ไม่ดีขึ้นสิ่งที่ควรทำก็คือรีบพาเข้าไปพบหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดจะดีที่สุด

2.ไอบูโปรเฟน

ตัวยานี้จะใช้ได้กับเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และใช้สำหรับกรณีที่มีไข้สูง โดยขนาดของการรับประทานก็คือ 5-19 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 6 ชั่วโมงนั่นเอง สามารถทานเพื่อช่วยลดอาการมีไข้ได้หากทานตัวยาพาราฯ แล้วยังไม่ดีขึ้น แต่ควรทานเสริมในระหว่างมื้ออาหารของลูกในกรณีที่ลูกเพิ่งทานตัวยาพาราฯ ไปไม่ถึง 4 ชั่วโมง และขอย้ำว่าควรทานในช่วงระหว่างมื้ออาหารเท่านั้นเพราะตัวยานี้มีฤทธิ์กัดกระเพาะอาหารและยังมีส่วนทำให้เลือดออกง่ายอีกด้วยจึงควรระวังเป็นพิเศษ

3.แอสไพริน

ตัวยานี้มีผลข้างเคียงทำให้เลือดออกง่ายเหมือนกับไอบูโปนเฟน และห้าม! ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่กำลังเป็นโรคอีสุกอีใสหรือไข้หวัดใหญ่ทานเด็ดขาด เพราะมีส่วนที่ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลางได้นั่นเอง อาการก็อย่างเช่น สมองบวม ไม่รู้สึกตัว ชัก เกิดความผิดปกติขึ้นที่ตับ เซลล์ตับอักเสบในชนิดเฉียบพลันและอาจจะทำให้ตับวายได้อีกด้วย ซึ่งความร้ายแรงที่พูดมาอาจจะมีผลร้ายแรงถึงชีวิตก็เป็นได้ ทางที่ดียาตัวนี้ควรได้รับคำปรึกษาและทำตามคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัดจะดีที่สุด

เมื่อลูกเกิดป่วยไข้กะทันหันคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องมีสติในการดูแลรักษาลูกเป็นอย่างมากพยายามอ่านฉลากและศึกษาวิธีการใช้ยาและอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดีก่อนเพราะร่างกายของเด็กๆ นั้นยังบอบบางเกินกว่าจะป้องกันตัวเองได้ และหากมีอาการอะไรที่เกินกว่าที่เคยรู้มาล่ะก็ควรรีบพาลูกไปหาหมอเพื่อรับการตรวจและรับคำปรึกษาในการดูแลมาจะเป็นการดีที่สุด อย่าลองรักษา ให้ยาลูกด้วยวิธีการที่คิดเองว่าน่าจะถูกเพราะนั่นอาจจะส่งผลเสียที่คุณไม่คาดคิดตามมาก็เป็นได้

Poy T.

15,570 views

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน Facebook

Profile

บทความแนะนำ