แป้งฝุ่นปนเปื้อนทัลค์(Talc), ทัลคัม (Talcum) หรือ แมคนีเซียม ซิลิเคท(MagnesiumSilicate) อันตรายต่อปอดลูกน้อย



การดูแลสุขภาพเด็ก

ขึ้นชื่อว่า “แป้งฝุ่นสำหรับเด็ก” แล้วล่ะก็ เชื่อเลยค่ะว่าคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องนอนใจว่าปลอดภัย ปกป้อง และอ่อนโยนต่อเด็กแน่นอน และที่สำคัญคุณแม่ส่วนใหญ่ที่ใช้ก็จะบอกว่าทาแล้วลูกตัวหอมดี ยิ่งบางตัวที่โฆษณาสรรพคุณไว้ว่า ลดผดผื่น ลดการอับชื้น ยิ่งถูกใจคุณแม่เข้าไปใหญ่ถึงแม้ว่าคุณหมอส่วนใหญ่ก็เคยออกมาให้ความเห็นแล้วว่าไม่ควรใช้แป้งฝุ่นที่มีสารทัลค์กับเด็ก แต่ปัจจุบันคุณแม่หลายๆ บ้านก็ยังคงใช้กันอยู่

แต่ของผู้เขียนเองไม่เคยใช้แป้งกับลูกตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลเลยค่ะ เพราะคุณหมอและพยาบาลต่างก็แนะนำว่า“ไม่ควรใช้แป้งฝุ่นกับเด็ก” โดยเฉพาะกับทารก เพราะฝุ่นแป้งที่ละเอียดจะมีผลกับระบบทางเดินหายใจและปอดดังนั้นไม่ใช้เลยจะดีที่สุดค่ะ สารนี้เองที่เรียกว่า “ทัลค์(Talc)ทัลคัม(Talcum)หรือ แมกนีเซียม ซิลิเคท(Magnesium Silicate”

สารนี้คืออะไร? มีอันตรายอย่างไรต่อร่างกาย? คุณแม่ทั้งหลายห้ามพลาดเรื่องนี้เด็ดขาดนะคะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามาก และเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยมากเช่นกัน เราไปดูกันเลยคะ

สารทัลค์(Talc)ทัลคัม(Talcum) หรือ แมกนีเซียม ซิลิเคท(Magnesium Silicate)คือ อะไร?

3 ชื่อนี้ คือสารตัวเดียวกันเพียงแต่เรียกต่างกันไป และ3 ชื่อนี้เองคือแร่หินคือแร่ชนิดหนึ่งที่ได้มาจากการทำเหมืองหินทาร์ค นำมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง และฆ่าเชื้อ จากกระบวนการนี้แม้จะมีการแยกสิ่งแปลกปลอมออก แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บริสุทธิ์ได้ สิ่งแปลกลปลอมจึงยังคงมีปลอมปนอยู่บ้าง จึงอาจมีคุณสมบัติคล้ายแอสเบสตอส(Asbestos)ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO)และ U.S. Environmental Protection Agencyจัดใหทัลค์เป็น “สารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจำกัดพวกได้

คุณสมบัติของทัลค์

“ทัลค์” เป็นสารอนินทรีย์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ในธรรมชาติผงทัลค์มีคุณสมบัติดูดซับความชื้น ลดผดผื่น ลดการเสียดสีของผิวหนัง โปร่งแสง น้ำหนักเบา และกลืนไปกับผิวผู้ประกอบการและผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงนิยมนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและแป้งเด็กในหลากหลายยี่ห้อ

สารทัลค์มีอันตรายกับเด็กหรือไม่?

เมื่อสูดดมสารทัคล์เข้าไปและสะสมเป็นระยะเวลานานๆ ถึงแม้ในแต่ละครั้งจะมีปริมาณน้อยก็ตาม สารนี้จะส่งผลต่อปอดของลูกน้อย เป็นสาเหตุให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้สารทัลค์เกิดการสะสมในปอด เซลล์บุปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน อย่าลืมนะคะว่าสารทัลค์ “ไม่สามารถย่อยสลายได้” ทำให้ลูกน้อยมีปัญหากับระบบทางเดินหายใจ โดยถ้าในทารกอาจส่งผลให้ปอดอักเสบเป็นเนื้องอกในปอด (Talcosis)และถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

สารทัลค์ส่งผลให้เป็นโรคมะเร็ง จริงหรือ?

หากคุณแม่ยังจำกันได้เมื่อปีที่แล้ว ที่มีข่าวครึกโครมว่าผู้หญิงคนนึงในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้แป้งทาอวัยวะเพศเป็นเวลานานหลายปี สุดท้ายมาพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งรังไข่ และเมื่อพบสาเหตุที่แท้จริงเธอถึงทราบว่าเป็นเพราะสารทัลค์จากแป้งเด็กนั่นเอง เรื่องดังกล่าวมีมูลความจริงอยู่ว่า “สารทัลค์(Talc)” เป็นตัวก่อมะเร็งในรังไข่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับนพ. กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลไว้ว่า IARC (International Agency for Research on Cancer)ที่เป็นหน่วยงานย่อยขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่ทำหน้าที่หลัก คือ เป็นผู้ประเมินและจัดกลุ่มสารก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ ระบุว่า แป้งคืออณูฝุ่นที่สามารถผ่านช่องคลอด ไปมดลูก และจากมดลูก ไปที่ปีกมดลูก จากปีกมดลูกไปสู่รังไข่ได้

ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตแป้งรายใหญ่หลายรายนะคะ ที่ผลิตแป้งเด็กโดยใช้สารอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ในธรรมชาติแทนการใช้สารทัลค์ โดยวัตถุดิบที่เลือกใช้มาจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ หรือ แป้งข้าวโพด เป็นต้นซึ่งไม่สะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่มีสารก่อมะเร็ง ไม่เสี่ยงต่อปอดเล็กๆ ของลูกน้อย แถมยังปกป้องความชื้นและผดผื่นคันได้ดีกว่าสารทัลค์ซะอีกค่ะ

เมื่อทราบกันอย่างนี้แล้ว จากนี้ไปก่อนซื้อแป้งทาตัวให้ลูกน้อย ลองหยิบขึ้นมาแล้วอ่านส่วนผสมก่อนนะคะ ว่ามี “สารทัลค์(Talc) หรือ ทัลคัม(Talcum) หรือ แมกนีเซียม ซิลิเคท(Magnesium Silicate)” หรือเปล่า (บางยีห้อเลี่ยงคำว่า Talc หรือ Talcum แต่ใช้คำว่า Magnesium Silicate แทน)เสียเวลาแค่แป้บเดียว เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยค่ะ

แม่โน้ต

87,397 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ