ผดผื่นทารก รักษาอย่างไร? ป้องกันได้หรือไม่?



การดูแลสุขภาพเด็ก

ช่วงนี้บ้านเราเข้าฤดูร้อนเต็มตัว อย่าว่าแต่จะเที่ยวนอกบ้านเลยค่ะ แต่เดินในบ้านเหงื่อยังท่วมตัวเลย ทำให้ใครหลายๆ คนไม่สบายเนื้อสบายเอาซะเลย รวมถึงลูกน้อยด้วย ผู้ใหญ่ยังพออดทนได้ แต่เด็กเล็กสิคะ…เค้าจะร้องไห้โยเยทั้งวัน อาจเพราะมีผดผื่นขึ้นตามตัวก็เป็นได้

เพราะผิวทารกบอบบางมาก ยิ่งทำให้ผดผื่นขึ้นง่าย วันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลเกี่ยวผดผื่นในทารกจากคุณหมอโรงพยาบาลรามาธิบดีมาฝากค่ะ

วิธีสังเกตว่าเป็น “ผด” หรือ “ผื่น”

•ผื่น = มีลักษณะเป็นปื้น นูนแดง
•ผด = มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ

  • ผดเหงื่อ เป็นตุ่มเล็กใส ไม่คัน ส่วนมากมักเกิดใต้ร่มผ้า
  • ผดร้อน เป็นตุ่มเล็ก มีสีแดงรอบๆ มีอาการคันร่วมด้วย
  • ผดหนอง เป็นตุ่มสีขาวขุ่น มีการอักเสบติดเชื้อ จึงทำให้มีหนองอยู่ภายใน

สาเหตุของผดผื่นในทารก

1.ผดผื่นที่เกิดจากต่อมไขมัน

เพราะรูขุมขนที่ใช้ระบายต่อมไขมันของทารก ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ บวกกับช่วงที่คุณแม่ท้องฮอร์โมนจะขึ้นสูงมาก ถึงแม้คลอดแล้วยังคงมีฮอร์โมนบางส่วนหลงเหลืออยู่ สิ่งนี้ก็เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวหนังอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ ข้อพับต่างๆ รักแร้ หลังหู ซอกคอ ซึ่งมีต่อมไขมันที่มากกว่าส่วนอื่นๆ บางครั้งอาจพบเป็นสะเก็ดสีเหลืองแข็งๆ ผื่นชนิดนี้ป้องกันไม่ได้ แต่จะค่อยๆ ทุเลา และหายไปเองจนกว่าฮอร์โมนจะปรับตัวลดลงมาถึงระดับปกติ

2.ผดผื่นที่เกิดจากต่อมเหงื่อ

ข้อนี้จะคล้ายกับเรื่องของต่อมไขมัน เพราะเนื่องจากต่อมเหงื่อในทารกยังทำงานได้ไม่ดีนัก จึงง่ายต่อการอุดตัน ซึ่งเราจะเห็นได้ในลักษณะของผดใส ผดแดง และผดลึก ซึ่งข้อนี้เกิดขึ้นในทารกบ่อยมาก

3.ผดร้อน

ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนออกมาทางเหงื่อได้ เพราะเกิดจากการอุดตันของต่อมเหงื่อ โดยจะพบเป็นลักษณะของผดที่เป็นตุ่มสีแดง เม็ดเล็กๆ บางครั้งก็พบเป็นน้ำใส พบมากบริเวณไรผม หน้าผาก คอ และหลัง บางรายอาจพบที่บริเวณข้อพับ แขน หรือขาร่วมด้วย จะไม่ค่อยพบบริเวณหน้าท้องหรืออก ผดนี้จะหายเองได้

แต่ถ้าหากคันและเกาบ่อยๆ อาจเกิดการติดเชื้อตามมา คุณแม่ควรสังเกตุและระวังอย่าให้ลูกเกาบ่อยๆ หากติดเชื้อแล้ว อาจทำให้มีหนอง ซึ่งแสดงว่าผิวหนังอาจติดเชื้อแบคทีเรียที่มีมากในหน้าร้อน ทั้งนี้ หากคุณแม่ไม่แน่ใจ ควรพาลูกน้อยไปพบคุณหมอ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธีนะคะ

จะป้องกันผดผื่นให้ลูกได้อย่างไร?

  1. ให้ลูกน้อยอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่อบอ้าว เปิดพัดลมช่วย หรือไม่ก็เปิดเครื่องปรับอากาศ แต่อย่าให้อุณหภูมิต่ำเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายแทน
  2. ไม่ควรใช้ผ้าอ้อมห่อตัวลูกน้อยแน่นจนเกินไป ต่อมเหงื่อจะต้องทำงานหนักขึ้นในการช่วยระบายความร้อน และเสี่ยงที่จะเกิดผดผื่นมากกว่า นอกจากนี้ ด้วยความที่อากาศร้อนเป็นทุน การห่อตัวลูกน้อยยิ่งทำให้เค้าร้อน และหงุดหงิดมากขึ้น
  3. หมั่นอาบน้ำหรือเช็ดตัวให้ลูกน้อย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้ระบายความร้อน และยังทำให้ลูกได้อารมณ์ดีอีกด้วยค่ะ
  4. หากลูกเริ่มมีอาการคัน ให้ใช้คาราไมน์ทาบางๆ ที่ผิวหนังเพื่อบรรเทาอาการคันได้ค่ะ
  5. การอาบน้ำทารก คุณแม่อย่าเพิ่งรีบใช้สบู่หรือแชมพูอาบน้ำนะคะ (ถึงแม้จะของเด็กก็ตาม) เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความชุ่มชื้นที่ผิวหนังของลูกน้อยหายไป ใช้เพียงน้ำเปล่าก็พอค่ะ แต่ถ้าลูกน้อยอายุได้ 6 สัปดาห์แล้ว ถึงใช้ได้ค่ะ แต่ก็ในปริมาณที่น้อยก่อนนะคะ
  6. ล้างตัวลูกน้อยให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่างๆ ซอกคอ หรือขาหนีบ แล้วเช็ดตัวลูกน้อยให้แห้งที่สุดเท่าที่จะแห้งได้ ไม่ให้ลงเหลือความอับชื้นตามข้อพับ ไม่อย่างนั้นจะก่อให้เกิดความอับชื้นที่ผิวหนังของลูกน้อยได้
  7. การเลือกเสื้อผ้าให้ลูกน้อย ข้อนี้ก็สำคัญค่ะ หากเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ตอนกลางวัน ควรเป็นผ้ายืด ถอดง่าย ระบายความร้อนได้ดี (บางครอบครอบครัวให้ใส่เสื้อกล้ามเลยก็มี) และควรทำจากวัสดุที่บางเบาอ่อนนุ่ม เช่น ผ้าฝ้าย และผ้าสำลี เพราะจะช่วยดูดซับความเหงื่อและความชื้นได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์ ก่อนซื้อคุณแม่ควรตรวจดูตะเข็บหรือรอยเย็บต่างๆ ว่าจะมีส่วนไหนที่จะทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคืองหรือไม่ เพราะหากใส่ไปแล้วอาจทำให้เค้าไม่สบายตัว และร้องโยเยได้
  8. หากลูกน้อยยังมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน คุณแม่ยังไม่ควรทาครีมกันแดดให้ลูกนะคะ เพราะผิวลูกยังบอบบางมาก แต่ถ้าครบ 6 เดือนแล้ว สามารถทาได้ค่ะ แต่บางๆ นะคะ

แต่มีข้อระวังนิดนึงค่ะ…

  • ควรดูระดับ SPF ที่มากกว่า 15 ขึ้นไปต้องไม่มี PABA
  • ก่อนพาลูกลงเล่นน้ำ ควรทาครีมกันแดดให้ทั่วบริเวณที่อยู่นอกร่มผ้าและใบหู
  • ทาครีมกันแดดก่อนลงน้ำซัก 30 นาที เพื่อให้ครีมซึมเข้าสู่ผิว

การเกิดผดผื่นในทารกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นง่าย เพราะผิวของลูกน้อยบอบบางมาก หากลูกร้องโยเยไม่หยุด คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตนะคะว่าเค้ามีอะไรที่ไม่สบายตัวมั้ย ช่วงนี้หน้าร้อนอาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวได้ง่ายค่ะ

แม่โน้ต

100,072 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ