การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

3 ข้อสำหรับการเลือกเนอสเซอรี่ให้ลูกน้อย

เด็กในวัยก่อนเข้าชั้นอนุบาลในปัจจุบันจะมีสถานบันและสถานที่รองรับเพื่อเลี้ยงดูและฝึกทักษะก่อนอยู่เสมอซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคุ้นเคยกันดีในชื่อที่เรียกกันว่าเนอสเซอรี่นั่นเอง แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีข่าวสารต่างๆ ออกมามากมายเหลือเกินถึงความผิดพลาดหรือความรุนแรงและเป็นอันตรายกับเด็กเล็กที่เกิดขึ้นภายในเนอสเซอรี่ จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ที่อาจจะกำลังมองหาเนอสเซอรี่ให้ลูกน้อยอยู่เกิดความกังวล วันนี้เราจึงเตรียมเทคนิคการเลือกเนอสเซอรี่มาไว้ให้คุณได้ลองเก็บไปพิจารณากันดูว่าเนอสเซอรี่ที่พวกคุณเล็งเอาไว้พอจะเหมาะสมบ้างหรือเปล่า…จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย



อะไรบ้างที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเนอสเซอรี่

ค่าใช้จ่าย

นี่คือเรื่องแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาและวางแผนกันให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่ให้เรื่องนี้กลายมาเป็นปัญหาระยะยาวของครอบครัวในอนาคตนั่นเอง

ที่ตั้ง

เรื่องนี้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเพื่อให้เป็นการสะดวกสบายกับการเดินทางและทั้งคุณพ่อคุณแม่เองรวมถึงลูกน้อยจะได้ไม่เหนื่อยมากนั่นเอง

นโยบายของทางเนอสเซอรี่

เนอสเซอรี่นั้นเด็กที่ไปอยู่อาจจะอายุน้อยมากทำให้ต้องถามไถ่นโยบายและกฎระเบียบกันให้ดีก่อน อย่างบางที่สนับสนุนการให้นมแม่ บางที่มีการให้ผลไม้แทนขนมหวาน เป็นต้น

คุณภาพ

ในข้อนี้รวมทั้งในเรื่องของสถานที่และความปลอดภัยด้วย เพราะเด็กมักจะซนจึงต้องตรวจสอบความเรียบร้อยให้ดี อย่างเช่นไม่มีประตูที่เด็กสามารถออกไปสู่ถนนข้างนอกได้ง่ายๆ มีการรักษาความปลอดภัยของผู้ปกครองที่มารับส่งเด็กและคนที่เข้าออกเนอสเซอรี่ มีระบบป้องกันภัยต่างๆ สนามเด็กเล่นมีคุณภาพดีแข็งแรง มีกล้องวงจรปิด เป็นต้น

บุคลากร

เริ่มต้นจากการตรวจดูให้แน่ใจว่ามีบุคลลากรเพียงพอที่จะดูแลเด็กๆ ได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสม เข้าใจการเลี้ยงเด็กทั้งเรื่องของร่างกายและจิตใจรวมทั้งเข้าใจการส่งเสริมทั้งพัฒนาการและทักษะต่างๆ ให้กับเด็กๆ ได้อย่างเหมาะสม ถ้ามีใบรับรองการก่อตั้งสถานประกอบการด้วยแล้วยิ่งเป็นสถานที่ที่น่าเลือกขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว

มีระบบการดูแลสุขภาพของเด็กที่ได้มาตรฐาน

เด็กๆ ส่วนใหญ่ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงกันมากนักดังนั้นจึงควรมองหาเนอสเซอรี่ที่สามารถแยกลูกคุณออกจากเด็กๆ ที่ป่วยหรือมีที่พักและดูแลเมื่อลูกของคุณเกิดป่วยขึ้นมากะทันหันพร้อมทั้งยังสามารถดูแลลูกได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

กิจกรรมในแต่ละวันของเนอสเซอรี่เป็นอย่างไรบ้าง

ทั้งการเรียนรู้และการได้เล่นของเด็กๆ ในวัยนี้นั้นควรควบคู่ไปด้วยกันอย่างสมดุลเพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะและพัฒนาการของเขาให้สมวัยนั่นเอง บางทีถ้าให้เล่นมากเกินไปไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เลยก็อาจจะถูกใจเด็กแต่เมื่อเขาต้องเข้าโรงเรียนก็อาจจะทำให้เขาช้ากว่าเพื่อนๆ และกลายเป็นปัญหาของเขาในอนาคตก็เป็นได้

เริ่มจากการเลี้ยงลูกจากบ้านให้มีจิตใจและร่างกายที่แข็งแรง คอยถามไถ่สิ่งที่ลูกเจอและรู้สึกอยู่เสมอ ให้เขากล้าพูดและอุ่นใจเมื่อคุณพ่อคุณแม่อยู่กับเขา และไม่กลัวที่จะก้าวออกไปเผชิญโลกภายนอกเพียงลำพังบ้าง พร้อมทั้งเป็นการเริ่มต้นการเข้าสังคมที่ดีกับลูก ทั้งหมดนี้ทั้งทางครอบครัวและเนอสเซอรี่เองต้องมีความเป็นไปต่างๆ ไปในทางเดียวกันเพื่อที่จะทำให้เกิดผลที่ดีที่สุดกับลูกนั่นเอง

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. เรื่องควรรู้ก่อนพาเจ้าตัวเล็กไปเ…
  2. 5 วิธีสอนลูกให้รู้คุณค่าและรักษา…
  3. Terrible Twos ดูอีกที ข้อดีมีเยอ…
  4. ให้ลูกได้รู้จักกับดนตรี…แล้วทักษ…
  5. 10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกั…
  6. นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ท…
  7. ไขข้อข้องใจ ทำไมลูกมักดื้อกับแม่…
  8. เด็กเล็กก็ปวดหลังได้…ถ้าต้องเจอก…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP