การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

NQ (Natural Quotient) เทรนใหม่ในการเลี้ยงลูก…ตามธรรมชาติ

การเลี้ยงลูกเป็นอะไรที่ต้องใช้ “ทั้งศาสตร์และศิลป์” ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อก่อนเราอาจเคยได้ยินกันมาใช่มั้ยคะเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกให้มีIQ, EQ และ SQ ผู้เขียนเคยมีเขียนไว้แล้วว่าแต่ละอย่างคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ค่ะ ผู้เขียนมีเทรนใหม่มาฝากคุณพ่อคุณแม่สำหรับการเลี้ยงลูก นั่นคือ NQ หรือ Natural Quotient ค่ะ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยค่ะ



NQ หรือ Natural Quotient คือ?

คำว่า “Natural” หรือมีรากศัพท์มาจาก “Nature” ซึ่งแปลว่า ธรรมชาติ

เลี้ยงลูกให้อยู่กับธรรมชาติหรอ?

ใช่ค่ะ แต่อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด การเลี้ยงลูกให้เค้าได้อยู่กับธรรมชาติ สัมผัสต้นไม้ ดิน แหล่งน้ำ ฯลฯ นับเป็นสิ่งที่ดีเพราะเค้าก็จะได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างรอบตัวด้วยตัวเอง แต่…อีกหนึ่งความหมายของคำว่า “Natural” ในที่นี้คือ…
คุณแม่ต้องใส่ใจ เข้าใจธรรมชาติ พฤติกรรม นิสัย รวมไปถึงเรื่องพัฒนาการของลูกด้วย โดยเด็กแต่ละคนมีความคิด ความชอบ และพัฒนาการด้านต่างๆ ที่แตกต่างกัน คุณแม่ควรเลี้ยงดูเค้าแบบไม่กดดัน แต่ค่อยสอนหรือค่อยๆ ให้เค้าเรียนรู้ไปตามธรรมชาติที่เค้าสนใจ ไม่บังคับให้ลูกมีพัฒนาการที่เกินตัว ซึ่งเค้าก็จะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณแม่พยายามสอนอยู่ดี

3 ตัวช่วยกับการเลี้ยงลูกตามธรรมชาติ

การที่จะเลี้ยงดูลูกตามธรรมชาติให้ได้ผลนั้น ต้องประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

Natural Shine

เพราะธรรมชาติของเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ชอบต่างกัน พฤติกรรมต่างกัน เรียนรู้ได้เร็วหรือช้าต่างกัน มีความถนัดต่างกัน มีพัฒนาการที่ช้าเร็วต่างกัน ดังนั้น จะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้

แนวทางการส่งเสริม

  • คุณแม่ต้องสังเกต เรียนรู้ และทำความเข้าใจธรรมชาติของเค้าก่อน โดยต้องเปิดใจยอมรับความเป็นลักษณะเฉพาะตัวของลูก
  • สังเกตพฤติกรรม รวมถึงนิสัยลูกก่อนว่าเป็นเด็กเลี้ยงง่าย หรือเลี้ยงยาก งอแง หรือยิ้มง่าย อารมณ์แจ่มใส หรือขี้โมโห
  • เมื่อคุณแม่สังเกตและเก็บข้อมูลได้หมดแล้ว ให้ทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกเป็น เพื่อปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เข้ากับลูกได้อย่างเหมาะสม แต่แรกๆ คุณแม่คงต้องเหนื่อยกันหน่อยในการปรับตัว ต้องให้เวลาในเรื่องนี้ซักนิด
  • ทั้งนี้ หากลูกเป็นคนที่มีพฤติกรรมไม่ค่อยเหมาะสม คุณแม่คงต้องปรับเปลี่ยนหาวิธีใหม่ เพื่อให้เข้ากับธรรมชาติของลูก

Natural Parent

ข้อนี้ก็คือ “ธรรมชาติของคุณพ่อคุณแม่” นั่นเองค่ะ นอกจากเด็กที่มีธรรมชาติเฉพาะตัวแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ย่อมมีค่ะ ซึ่งธรรมชาติที่ว่านี้ก็มีต่างกันไป คุณพ่อคุณแม่มีแนวความคิดต่างกัน การเลี้ยงดูมาก็ต่างกัน การใช้ชีวิตก็ต่างกัน ทัศนคติก็ต่างกัน รวมถึงนิสัยก็ต่างกัน และอีกหลายๆ เรื่องที่ต่างกัน

แนวทางการส่งเสริม

  • เมื่อคนสองคนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แล้วมีลูก คุณพ่อคุณแม่เองก็ควรปรับตัว ปรับใจ ปรับทัศนคติ ปรับมุมมองในการเลี้ยงลูกให้เป็นไปในทางเดียวกัน มีแนวทางที่ตรงกัน เพื่อให้การเลี้ยงดูลูกประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้เหมือนกัน
  • เมื่อมีลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับลูก ต้องรู้จักยืดหยุ่น รู้จักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง รวมไปถึงลักษณะนิสัยของตัวเองให้เข้ากับลูก เพื่อการเลี้ยงลูกจะได้มีความสุข ไม่เครียด ไม่กดดัน ตัวอย่างนิสัยบางส่วนที่ควรปรับเช่น จากคนที่เคยทำงาน พอหลังเลิกงานแล้วก็ไปเที่ยวเตร่ เฮฮากับเพื่อน กลับบ้านดึกดื่น เคยเป็นนักเที่ยว นักดื่ม หรือแม้แต่นักสูบ แบบนี้ก็ต้องลด ละ เลิก เพื่อลูกและครอบครัวนะคะ

Natural Emoluments

นอกจากตัวเด็กเอง ตัวคุณพ่อคุณแม่เองแล้ว ยังมีอีกหนึ่งธรรมชาติ นั่นคือ “ธรรมชาติของรายได้” ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธว่าสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยต้องปรับให้เข้ากับลูกและกับทั้งตัวของคุณพ่อคุณแม่เองด้วย

แนวทางการส่งเสริม

  • เลี้ยงลูกไปตามความเหมาะสมของรายได้ที่รับ คือไม่ว่าจะใช้จ่ายเรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในวัยทารก อาทิ การซื้อเสื้อผ้า ของเล่น ของใช้ อาหาร ควรยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามรายได้ที่ครอบครัวได้รับ เช่น มีน้อยก็ใช้น้อย ไม่ก่อเกิดหนี้ครัวเรือน
  • เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น สอนให้ลูกรู้จักนำธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นของเล่นเสริมทักษะและพัฒนาการ อาทิ เอาไม้ไอติมมาทำเป็นกล่องใส่ดินสอ ใบไม้สามารถนำมาทำเป็นเรือหรือเป่าให้มีเสียงก็ได้ เป็นต้น เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นจินตนาการแล้ว ยังทำให้ลูกได้รู้จักคุณค่าของธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

เพราะเราหนีเรื่องของ “ธรรมชาติ” ไม่พ้น ดังนั้น เราจึงควรนำธรรมชาติของทั้งเด็ก ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และสิ่งต่างๆ รอบตัวมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์นะคะ

อ้างอิงข้อมูล พญ.สุธิรา ริ้วเหลือง จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น และ motherandcare.in.th

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. เตือน! ลูกกรี๊ด เอาแต่ใจ ไม่ควรโ…
  2. ลูกไม่ยอมนอน…อาจมีอะไรมากกว่าที่…
  3. Terrible Twos คืออะไรน๊ะ
  4. 12 เทคนิคฝึกทักษะการพูดที่ดีให้ก…
  5. งานบ้านสอนลูกได้มากกว่าที่คิด
  6. เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ย…
  7. อยากให้ลูกฉลาด แค่ฝึกให้กินข้าวเ…
  8. มาค้นพบวิธีดูแลดวงตาของลูกให้ถูก…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP