ลูกไม่ยอมนอน…อาจมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

เมื่อถึงเวลาเข้านอนแต่เจ้าตัวเล็กยังงอแงไม่ยอมนอนจะเล่านิทานกี่เรื่องพาเล่นอะไรก่อนนอนจนคุณพ่อคุณแม่หมดมุขกันแล้วก็ยังดูจะไม่ได้ผลแถมบางครั้งยังเป็นคุณพ่อคุณแม่เองมากกว่าที่เริ่มง่วงก่อนลูกกันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ลูกได้พักผ่อนอย่างไม่เพียงพอตื่นมาก็งัวเงีย ไม่มีพลังงาน แถมยังทำให้ฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายไม่ได้ออกมาอย่างเต็มที่อีกด้วย จะทำอย่างไรกันดีกับปัญหานี้ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดก่อนว่าจริงๆ แล้วมันมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่



มาเริ่มจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวลูกกันก่อน

  1. ไม่มีเสียงมารบกวนการนอนของลูก ช่วงแรกๆ ลูกอาจจะหลับได้ง่ายๆ แล้วอยู่ๆ ก็ดันเกิดเป็นเด็กหลับยากขึ้นมาซะแบบนั้นความจริงแล้วเมื่อเขาหลับไปเขาอาจจะต้องเผชิญกับเสียงรบกวนที่ทำให้เขานอนไม่หลับหรือรบกวนการนอนของเขาและในบางครั้งมันอาจจะทำให้เขากลัวได้อีกด้วย จึงทำให้เขาเริ่มกลายเป็นเด็กนอนยากอย่างที่คุณเห็นนั่นเอง หรือถ้าเป็นครอบครัวที่นอนร่วมกันก็จำเป็นที่จะต้องขอความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่าถ้าหลังจากที่ปิดไฟแล้วทุกอย่างจำเป็นที่จะต้องเงียบ ไม่ใช่ว่าคุณพ่อลุกขึ้นมาเช็คเมลล์ คุณแม่ต้องตอบไลน์ นี่คงรบกวนการนอนของลูกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
  2. ห้องนอนต้องมืดสนิท นี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัยและโดยเฉพาะกับเด็กเล็กแล้วด้วยนั้นหากมีแสงหรืออะไรมารบกวนเขาก็อาจจะทำให้การนอนของเขายากขึ้นได้หรือถ้าลูกเป็นเด็กที่กลัวความมืดก็พยายามทำให้ไฟสว่างแบบสลัวที่สุดเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่นั่นเอง
  3. ตรวจดูอุณหภูมิให้ดีว่าอยู่ในจุดที่ทำให้ลูกนอนสบายแล้ว นี่คือสิ่งสำคัญและเด็กๆ อาจจะไม่รู้ตัวว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เขานอนหลับไม่สบายจนทำให้กลายเป็นเด็กนอนยากในที่สุด และที่สำคัญอุณหภูมิยังมีผลกับร่างกายของลูกด้วยเพราะอาจจะทำให้เขาเกิดไม่สบายขึ้นมาได้นั่นเอง
  4. ความสะอาดของห้องและที่นอน นี่คือเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะทำให้เขานอนไม่สบายแล้วอาจจะทำให้เขาเป็นภูมิแพ้หรือเกิดอาการระคายผิวจนเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้เลยทีเดียว
  5. ที่นอนควรโล่งนอนสบาย จริงอยู่ว่าเด็กๆ อาจจะชอบหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตาต่างๆ มาอยู่เป็นเพื่อนเข้าเวลานอนแต่มันอาจจะไม่ดีกับเขาเท่าไรเพราะสิ่งเหล่านี้ถ้ามีมากไปอาจจะไปทำให้เขานอนหายใจไม่ออกและยังเป็นแหล่งของฝุ่นละอองที่ทำให้เขาเกิดเป็นภูมิแพ้ขึ้นมาได้อีกด้วย

ตรวจสภาพแวดล้อมครบมาเช็คอาการเจ็บป่วยไม่สบายของลูกกันต่อ

ในส่วนนี้จะไม่มีข้อมูลชัดเจนที่สามารถฟันธงได้ว่าการที่ลุกของคุณนอนยากนั้นเป็นผลโดยตรงมาจากโรคภัยไข้เจ็บเพราะในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องใช้การสังเกตจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก แต่โรคที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เด็กนอนยากนั่นก็คือหูชั้นกลางอักเสบที่มักเป็นโรคดูโอ้ที่มาพร้อมกับโรคหวัดนั่นเอง พอถึงเวลากลางคืนที่ต้องนอนลูกก็จะเกิดอาการปวดหูขึ้นมา มีอาการหูอื้อ นี่คือสาเหตุหลักๆ จากโรคนี้ที่ทำให้ลูกนอนยากเพราะเขานอนไม่สบายและไม่สบายนอนหลับได้นั่นเอง

แต่ก็ยังมีในส่วนของโรคปวดตามข้อ กรดไหลย้อน และโรคอื่นๆ ได้อีกที่ทำให้เขาเป็นเด็กที่นอนไม่ค่อยหลับ…เอาเป็นว่าหากคุณพ่อคุณแม่ลองพิจารณาดูแล้วว่าสภาพแวดล้อมในการนอนของลูกก็ดูจะดีทุกอย่างก็ควรหันมาสนใจโรคต่างๆ ที่อาจจะกำลังคุกคามลูกอยู่ก็เป็นได้

ปิดท้ายด้วยการย้อนมาดูที่การเลี้ยงดูลูก

นี่ไม่ใช่ส่วนที่จะบอกว่าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกไม่ดีแต่จะเป็นส่วนที่ให้ลองทบทวนว่ามีจุดไหนที่ตามใจลูกมากเกินไปหรือไม่นั่นเอง

  1. ให้ลูกนอนกลางวันนานเกินไป การนอนกลางวันสำหรับเด็กนั้นควรอยู่ที่ประมาณวันละ 2-3 ชั่วโมง เพราะถ้าเขานอนนานเกินไปก็นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมตอนกลางคืนเขาถึงได้นอนยากแบบนี้
  2. สนใจและตอบสนองลูกในทุกครั้งที่เขาร้อง การรีบวิ่งไปโอ๋ลูกทันทีที่เขาร้องทำให้เขาเรียนรู้ว่าการร้องแบบนี้ทำให้พ่อแม่เข้ามาหาเขาได้ นี่จึงอาจจะเป็นการเรียกร้องความสนใจอย่างหนึ่งและเป็นสาเหตุให้เขาร้องไห้บ่อยขึ้นอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตให้ดีว่าอาการแบบนี้ลูกร้องเพราะอะไรหรือเป็นแค่การเรียกร้องความสนใจเฉยๆ เพราะแม้แต่ในเวลากลางคืนเขาก็ยังจะทำแบบนี้เหมือนเดิมถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังเลือกที่จะวิ่งไปหาเขาทุกครั้งที่ร้อง
  3. ตัวติดกับลูกไม่ห่างไปไหน นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในเวลากลางคืนถ้าเขาไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาแล้วอาจจะร้องเรียกคุณหรือเป็นกังวลจนไม่ยอมนอนง่ายๆ ถ้าไม่เห็นคุณอยู่ด้วย ดังนั้นควรเริ่มต้นให้มีระยะห่างระหว่างคุณกับลูกบ้างเพื่อที่จะช่วยสร้างความเคยชินให้กับลูกของคุณนั่นเอง

การที่ลูกน้อยนอนหลับยากนั้นย่อมส่งผลกระทบมาให้คุณพ่อคุณแม่ด้วยเมื่อคุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่ได้นอนอย่างเพียงพอก็อาจจะส่งผลเสียกับทั้งการเลี้ยงดูลูกและหน้าที่การงานได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นลองตรวจเช็คข้อต่างๆ ด้านบนที่ได้แนะนำกันไปในวันนี้ดูแล้วค่อยๆ ลองปรับจนลูกกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายหลับง่ายจนทำให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นด้วยเช่นกัน

Poy T.

2,852 views

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง