ลูกติดหวาน ตัวการโรคร้าย แก้ไขอย่างไรดี

ลูกติดหวาน ตัวการโรคร้าย แก้ไขอย่างไรดี
การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญก็คือ เรื่องของ “ลูกติดหวาน” เพราะความหวานกับเด็กเป็นของคู่กัน เด็กบางคนพอได้กินหวานแล้วติด กู่กลับยาก (ยังไม่ถึงกับกู่ไม่กลับนะ) ซึ่งยังแสดงว่ายังพอมีทางแก้ไขได้ วันนี้โน้ตมีเทคนิคในการปลูกฝังการกินที่ถูกต้อง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขสำหรับเด็กที่ติดหวานไปแล้วมาฝากค่ะ

Youtube : ลูกติดหวาน ตัวการโรคร้าย แก้ไขอย่างไรดี

อาหารที่ถูกหลักโภชนาการของลูกน้อย

อายุแรกเกิด – 6 เดือน

เด็กในวัยแรกเกิด – 6 เดือนควรทานแต่นมแม่อย่างเดียว

เด็กในวัยนี้ควรทานแต่นมแม่อย่างเดียว แต่หากเด็กที่ไม่สามารถทานนมแม่ได้ก็ให้ทานนมผงสำหรับเด็กแรกเกิดแทน เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนดีอยู่แล้ว อีกทั้งย่อยง่าย เป็นมิตรกับระบบย่อยอาหารของทารก

อายุ 6 – 9 เดือน

อายุ 6 – 9 เดือนทานอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ

ทานอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ ควบคู่ไปกับนม เน้นให้ครบ 5 หมู่ เน้นรสธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงรสอะไรนะคะ

อายุ 9 – 12 เดือน

อายุ 9 – 12 เดือนเพิ่มอาหารเสริมเป็น 2 มื้อ

เพิ่มอาหารเสริมเป็น 2 มื้อ ควบคู่ไปกับนมอยู่ สามารถเสริมผลไม้เป็นของว่างได้ เน้นผลไม้ที่นิ่ม ทานง่าย ย่อยง่าย

อายุครบ 1 ขวบ

อายุครบ 1 ขวบสามารถทานอาหารให้ครบ 3 มื้อได้
สามารถทานอาหารให้ครบ 3 มื้อได้แล้วค่ะ ส่วนนมให้เป็นเพียงของว่างแทน แต่ยังคงเน้นรสธรรมชาติอยู่ ไม่ปรุงรสมากหรือถ้าไม่ปรุงเลยยิ่งดี

ลูกติดหวานแล้วแก้อย่างไร?

ลูกจะติดหวานหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูจากทางครอบครัวเป็นหลัก แต่…ถ้าลูกติดหวานไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องการจะแก้ไข ก็ยังสามารถทำได้ค่ะ

ลด ละ เลิก ของหวาน

ลด ละ เลิก ของหวาน

การจะให้เด็กลด ละ เลิกอะไรซักอย่างต้องใช้เวลาค่ะ ให้คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ ลดปริมาณของหวานลง อาทิ ของหวาน น้ำหวาน และขนมกรุบกรอบ โดยเสริมของว่าเป็นพวกผลไม้แทน

เปลี่ยนขนมที่วางบนโต๊ะกินข้าวเป็นผลไม้

เปลี่ยนขนมที่วางบนโต๊ะกินข้าวเป็นผลไม้

เป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศจากเดิมที่มีถุงขนมวางบนโต๊ะกินข้าวมาเป็นวางผลไม้แทน

เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

คุณพ่อคุณแม่คือ ต้นแบบที่ดีของลูก เพราะลูกจะเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่กินผลไม้ กินผัก ให้ลูกดูเป็นประจำ เรียกว่าทำให้ลูกเห็นเลยค่ะว่า การที่คุณพ่อคุณแม่กินผักผลไม้นั้น มันเป็นชีวิตประจำวันของคุณพ่อคุณแม่ แล้วลูกก็จะเลียนแบบเอง

ทำกับข้าวกินเอง รสอ่อนๆ

ทำกับข้าวกินเอง รสอ่อนๆ

สำหรับครอบครัวไหนที่เคยชินรสจัดมาก่อนจะมีลูก หลังจากนี้ไปต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองด้วยแล้วล่ะค่ะ หันมาทำอาหารทานเอง ปรุงรสอ่อนๆ ซึ่งก็เป็นการบังคับให้คุณพ่อคุณแม่กินรสอ่อนไปด้วยในตัว เป็นการรักษาสุขภาพตัวเองได้อีกทางหนึ่งเลยทีเดียว

ชมเชยตามสมควร เมื่อลูกทำได้

ชมเชยตามสมควร เมื่อลูกทำได้

ในระหว่างการฝึกลูกน้อยให้ลดหวาน แล้วเปลี่ยนมาทานผักหรือผลไม้แทน หากลูกทำได้ คุณพ่อคุณแม่ควรชมเชยลูกตามสมควร เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเค้า ให้เค้าได้รู้ว่าลูกมาถูกทางแล้ว ลูกจะดีใจและจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

อย่าบังคับ

อย่าบังคับ

ในช่วงแรกหากลูกยังไม่เข้าใจ ไม่ให้ความร่วมมือก็อย่างเพิ่งไปบังคับนะคะ เพราะเค้าจะเกิดการต่อต้าน แล้วอาจจะกลายเป็นกินหวานหนักขึ้นก็ได้

ตั้งกฎระเบียบ กติกาชัดเจน

ตั้งกฎระเบียบ กติกาชัดเจน

เช่น ของว่างในหนึ่งวันสมมติว่ามี 2 มื้อ จากเดิมเป็นพวกขนมหวานหรือขนมกรุบกรอบทั้งหมด ก็ค่อยๆ ปรับมาเป็นผลไม้ 1 มื้อ และขนม 1 มื้อแทน หลังจากนั้นค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นผลไม้ทั้ง 2 มื้อแทน

อธิบายผลเสียจากการทานหวาน

อธิบายผลเสียจากการทานหวาน

ข้อนี้โน้ตใช้วิธีคุยกับลูกแบบผู้ใหญ่เลยค่ะ เช่น ถ้าหนูกินหวานมากอาจเป็นเบาหวานได้นะคะ ลูกก็ถามต่อว่า “แล้วรักษาอย่างไร?” โน้ตก็อธิบายต่อ อธิบายในเรื่องจริง เค้าจะเข้าใจหรือไม่ ไม่เป็นไรนะคะ เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือ ต้องการให้ลูกรู้ว่าผลเสียของการหวานจะเป็นอย่างไร รวมถึงผลเสียของการไม่กินผักผลไม้จะเป็นอย่างไร ซึ่งได้ผลดีทีเดียว

มาถึงตรงนี้แล้ว โน้ตอยากบอกว่าทุกอย่างต้อง “ใช้เวลา” ค่ะ โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการแก้ไขหรือปรับพฤติกรรมอะไรซักอย่างของลูก แต่สิ่งหนึ่งเวลาที่โน้ตสอนลูก โน้ตจะอธิบายความจริง สอนในเรื่องจริง อย่าเพิ่งคิดว่าลูกไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งคิดแทนลูก อธิบายไปเรื่อยๆ ค่ะ วันหนึ่งเค้าจะเข้าใจได้เอง เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวนะคะ

แม่โน้ต

330,525 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ