5 เทคนิคในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูก พ่อแม่ทำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

5 เทคนิคในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูก พ่อแม่ทำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ


ความมั่นใจและกล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่หวังว่าอยากให้ลูกมีบุคลิกแบบนี้ แต่ในความเป็นจริง…ไม่เลย ลูกไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความมั่นใจ หลายครอบครัวจึงคิดหาวิธีว่าทำอยางไรดีนะที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกได้ วันนี้โน้ตมีเทคนิคที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันมาฝากค่ะ

5 เทคนิคในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูก

หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก

คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตและใส่ใจในอากัปกิริยาหรือพฤติกรรมของลูกให้มากขึ้นสักนิดนะคะ ดูว่าในแต่ละวันลูกมีพฤติกรรมอย่างไร เช่น สุข เศร้า กลัว ฯลฯ หากมีโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ถามไถ่ลูกว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง ไปโรงเรียนสนุกไหม? ได้เรียนวิชาอะไร? เป็นต้น เพื่อให้ลูกได้เล่าเรื่องราวออกมาเอง แต่หากลูกยังไม่สบายใจที่จะเล่า คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องบังคับลูกนะคะ รอจังหวะจนกว่าลูกจะพร้อมค่ะ

ไม่ทำลายความเชื่อมั่นของลูก แม้ว่าลูกอาจตัดสินใจผิด

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นกันหรือการทำการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรห้ามหรือทำลายความเชื่อมั่นลูกหากลูกติดสินใจผิด เพราะจะเท่ากับว่าเป็นการซ้ำเติมลูกเข้าไป แต่ให้ใช้วิธีค่อย ๆ พูดให้ลูกลองทบทวนอีกครั้ง หากลูกยังไม่ออก ให้คุณพ่อคุณแม่อธิบายผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นหากลูกเลือกทำแบบนั้น ลูกจะได้เห็นภาพและเข้าใจมากขึ้นค่ะ หากลูกตัดสินใจถูกต้องก็อย่าลืมพูดชื่นชมให้กำลังใจลูกตามสมควรด้วยนะคะ

ไม่เอาลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น

ไม่ควรแม้แต่จะคิดค่ะคุณพ่อคุณแม่ เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งคิดว่าเด็กคนนั้นดี แต่ลูกเราไม่ดีเท่า เป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตของตัวเองเปล่า สู้เอาเวลาไปเล่น ไปพูดคุยกับลูก ใช้เวลาทุกนาทีให้มีคุณภาพกับลูกดีกว่าเยอะค่ะ เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ไม่คิดเรื่องการเปรียบเทียบ วันหนึ่งเกิดเผลอหลุดปากพูดออกไปจะยิ่งทำให้ลูกขาดความมั่นใจและเสียใจ สุดท้ายเรื่องของการเสริมสร้างความมั่นใจให้ลูกจะกลายเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เด็กบางคนอาจกลายเป็นปมในใจไปจนโตก็ได้ค่ะ

ฝึกให้ลูกมองโลกในแง่บวก

ฝึกอย่างไรดี? ง่าย ๆ เลย เริ่มที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นต้นแบบที่ดีก่อนค่ะ ทำให้ลูกเห็นว่าการคิดดี มองโลกในแง่บวกจะส่งผลอะไรกับชีวิตบ้าง และเพิ่มในเรื่องการสอนเข้าไป 2 อย่างนี้ก็จะเป็นการฝึกและการปลูกฝังลูกให้มองโลกในแง่บวกได้ค่ะ

รักลูก กอดลูก หอมลูก

ข้อนี้ยิ่งเป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ถ้าเรารักลูก ก็ควรแสดงออกว่ารัก อาจจะด้วยการกอดลูก หอมลูกในทุก ๆ วัน เพราะเด็กที่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่มากพอ เค้าจะมั่นใจว่าเมื่อใดก็ตามที่เค้าตัดสินใจอะไรผิดพลาดไป คุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ สิ่งนี้จะทำให้ลูกกล้าคิด กล้าแสดงออกมีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ

ผลเสียจากการที่เด็กเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง

กลัวในทุกเรื่อง

เฉพาะข้อนี้ก็แทบจะครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะกลัวในเรื่องการตัดสินใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเพราะกลัวผิด และถูกตำหนิ กลัวเพื่อนหัวเราะเยาะ กลัวความล้มเหลว (แต่ก็ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจอยู่ดี) กลัวถูกการเปรียบเทียบ และอีกหลาย ๆ เรื่องตามมา

เก็บตัว

กลายเป็นเด็กที่ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่สังสรรค์กับใคร เป็นเด็กเก็บตัว เค้าจะอุ่นใจที่สุดเมื่ออยู่คนเดียว แต่หากเด็กต้องเจอกับเรื่องราวอะไรร้ายแรงที่กระทบกับจิตใจ เป็นไปได้สูงว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้

การจะฝึก ปลูกฝัง หรือเสริมสร้างเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่งให้กับลูก นับเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ภูมิคุ้มกันร่างกายยังให้คุณหมอฉีดยาได้ แต่ภูมิคุ้มกันทางจิตใจต้องเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

แม่โน้ต

278,390 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ