7 วิธีส่งเสริมและรักลูกให้ถูกทาง เพื่อให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

7 วิธีส่งเสริมและรักลูกให้ถูกทาง เพื่อให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเคยผ่านการเป็นเด็กมาก่อน เคยมีความฝันวัยเด็กมาก่อน บางคนทำตามความฝันจนมันเป็นจริงได้ แต่ในขณะที่ยังมีอีกหลายคนที่ต้องยอมปล่อยฝันนั้นไปด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป เมื่อมีลูก ลูกก็ย่อมมีความฝัน มีจินตนาการเป็นของตัวเอง เฉกเช่นเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่ในวัยเด็ก แต่จะทำอย่างไรให้เราได้ส่งเสริมและรักลูกอย่างถูกทาง ไม่บังคับลูกเกินไป จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง มั่นใจที่จะทำตามความฝันของตัวเอง วันนี้โน้ตมีเทคนิคมาฝาก 7 ข้อด้วยกันค่ะ

7 วิธีส่งเสริมและรักลูกให้ถูกทาง

ลูกฝันอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ให้ฝันตามลูก

เพราะรักลูก” “เพราะอาบน้ำร้อนมาก่อน” และอีกหลาย ๆ เหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่มักใช้เป็นข้ออ้างในการยัดเยียดฝันตัวเองให้ลูก อาจจะทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัวก็ตาม

เพราะสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังทำอยู่นี้ นอกจากจะทำให้ลูกไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว เขาจะยังไม่มีความมั่นใจในตัวเองอีกด้วยนะคะ สิ่งที่ทำออกมา อาจทำได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าที่ควร สุดท้ายแล้วความเครียด ความกดดันจะอยู่ที่ลูกเต็ม ๆ แต่ก็จะมีผลกับคุณพ่อคุณแม่ทางอ้อม

ให้มองว่าจินตนาการหรือสิ่งที่ลูกชอบย่อมมีสาระในตัวของมัน

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ประโยคนี้ยังคงใช้ได้ดี แม้แต่การ์ตูนที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะขำขันอย่างเดียว แต่ถ้าจะให้ดีแล้ว คุณพ่อคุณแม่ลองนั่งดูไปพร้อมลูกด้วย เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจว่าทำไมลูกถึงชอบการ์ตูนเรื่องนั้นมาก แถมยังเป็นการลดช่องว่างระหว่างครอบครัวอีกด้วยนะคะ

จะว่าไป ยกตัวอย่างอย่างเรื่องงานสถาปัตยกรรม ก่อนการสร้างอาคารต่าง ๆ สถาปนิกก็ยังต้องนั่งออกแบบ นั่งร่างแบบกันก่อน ก่อนจะมาใช้วิธีคำนวณทาคณิตศาสตร์ เป็นต้น หรือไม่นะคะ ให้คุณพ่อคุณแม่คิดในแง่บวกว่าทุกอย่างมีข้อดีเสมอ แล้วใช้แง่บวกนี้สอนลูก

เชื่อลูกของตัวเองมากกว่าคนอื่น เลิกกลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร

จริงอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน แม้ในบางเรื่องที่ลูกเราจะเชื่อต่างจากเรา ถึงแม้ว่ามันจะสวนกระแส หรือสวนทางกับความคิดของผู้ใหญ่หลาย ๆ คน แต่ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่คิดถึงลูกเป็นอันดันแรก เชื่อมั่นในลูกให้มาก ๆ มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ต้องแคร์ความคิดคนอื่นมากซะจนมีผลกระทบต่อการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่นะคะ

คุณพ่อคุณแม่ลองคิดตามนะคะ ลูกจะเสียใจแค่ไหน หากรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อใจเขา ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาคิด?

ไม่เปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น

เรื่องนี้โน้ตก็เขียนมาตลอดค่ะว่า คนทุกคนมีดีในตัวเอง เด็กทุกคนมีดี มีเก่งกันคนละด้าน มีพรสวรรค์ มีทักษะกันมาคนละแบบ การเปรียบเทียบไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกดีขึ้นเลย มีแต่ผลเสีย เพราะนอกจากจะกดดันลูกตัวเองแล้ว ยังเป็นการกดดันตัวเองแบบไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ

ให้อิสระลูกทั้งในการเลือกเล่นและเลือกเรียน

การเล่นในแต่ละอย่าง แต่ละแบบจะมีการเรียนรู้ มีความสนุกที่ต่างกันไป ลูกอาจชอบแบบนั้น ไม่ชอบแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้เลือกเล่นเองดีกว่า รวมถึงการเรียน ควรให้ลูฏได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะเขาจะทำได้ดี

ขออนุญาตยกตัวอย่างโน้ตเอง ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษา เกรดในเทอมสุดท้ายได้ 2.75 แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ตัวเองอยากเรียน เทอมแรกได้เกรด 3.82 ตอนจบได้เกรด 3.5 กว่า ๆ ประมาณนี้

เชื่อใจและมั่นใจลูกของตัวเองให้มาก

คำว่า “เชื่อใจ” มันมีค่ามากนะคะสำหรับเด็กน้อยคนหนึ่ง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่ไม่เชื่อใจลูกตัวเอง ทุกอย่างก็…จบ จบและเจ็บด้วย เพราะกลายเป็นว่าลูกจะไปไหนทำอะไรก็มองว่าไปทำเรื่องไม่ดีทั้งนั้น แล้วลูกจะเอาความมั่นใจมาจากไหน จากที่เป็นเด็กดีอาจทำให้ลูกเลือกเดินใหม่ ทางที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็ได้

วิธีเลี้ยงลูกด้วยการส่งเสริมลูกและรักให้ลูกถูกทางเปรียบเสมือนการวางรากฐานให้ลูกได้มีความเชื่อมั่นในตัวเองทีละน้อย ๆ จนวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ถูกปลูกฝังในตัวลูกมาเป็นระยะเวลานานก็จะเปล่งประกายออกมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ภูมิใจในสักวันค่ะ

แม่โน้ต

219,423 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ