การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

8 ข้อ ที่พ่อแม่ “ไม่ควรบังคับ” ลูก เสี่ยงลูกดื้อเงียบพร้อมแนวทางให้ลูกทำตามแต่โดยดี

คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า “ความรักของพ่อแม่” นั้นบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่มากจริงๆ ความรักของพ่อแม่นั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มันคงอธิบายไม่ได้ง่ายเหมือนสารประกอบไฮโดรคาร์บอน รู้แค่ว่า ความรักของพ่อแม่ มีแต่ “ความหวังดี” เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเจ้าความหวังดีนี้เอง ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิด ใช้ไปในทางที่บังคับลูกให้ทำโน่น ทำนี่ เมื่อเค้ายังไม่พร้อม ลูกอาจทำตามที่พ่อแม่บังคับจริง แต่ลูกก็อาจ “ดื้อ” ซึ่งบางคนดื้อออกมาชัดเจน ในขณะที่บางคนก็ “ดื้อเงียบ

8 ข้อที่พ่อแม่ควรระวัง มีอะไรบ้าง และควรทำอย่างไรดีหากไม่ต้องบังคับ และลูกยอมทำตามแต่โดยดี ไปดูกันค่ะ



8 ข้อที่พ่อแม่ไม่ควร “บังคับ” ลูก

ต้องบอกก่อนค่ะว่า การเลี้ยงลูกให้เติบโตที่มีความแข็งแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจนั้น พ่อแม่ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกและพฤติกรรมลูกในแต่ละช่วงวัยด้วย แน่นอนอาจจะไม่ได้เหมือนกันเป๊ะกับทฤษฎีทุกคน เพียงแค่อ่านแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับลูก
การบังคับขู่เข็ญ” ในเวลาที่ลูกไม่พร้อมจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

อย่าบังคับให้ลูกพูดคำว่า “ขอโทษ”

เพราะความที่ลูกยังเด็ก เค้าอาจจะทำอะไรไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด หรือหากรู้แล้วแต่ก็ยังทำ พ่อแม่ก็อย่าเพิ่งบังคับให้ลูกต้องพูดขอโทษในทันทีหากขณะนั้นลูกยังไม่พร้อม ถึงแม้ว่าลูกยังเล็กแต่เค้าก็อายเป็น
หากพ่อแม่ดูแล้วลูกยังไม่พร้อม รอให้ลูกอารมณ์เย็นก่อน แล้วค่อยพูดคุยกับเค้าด้วยเหตุผลว่าอะไรถูก อะไรผิด อธิบายให้เค้าได้เข้าใจ แบบนี้จะทำให้ลูกเอ่ยปากขอโทษด้วยความเข้าใจนะคะ

อย่าบังคับให้ลูกไหว้

เรื่องของการไหว้ การทำความเคารพผู้ใหญ่ เป็นสิ่งสำคัญละดับต้นๆ ที่หลายครอบครัวใส่ใจและคอยที่จะอบรมลูกให้อยู่ในกรอบ แต่ด้วยความที่เป็นเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องให้ไหว้ใครซึ่งเค้าไม่รู้จัก หรือรู้จักแต่ก็ไม่ไหว้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กค่ะ
ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ ถึงแม้จะเป็นธรรมชาติของเด็ก แต่เด็กก็ยังจำเป็นต้องได้รับการอบรมอยู่ตลอด และพ่อแม่ควรทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เด็กๆ จะซึมซับพฤติกรรมจากพ่อแม่ และเมื่อเค้าพร้อมเค้าจะทำตามได้โดยไม่ต้องเคี่ยวเข็ญ

อย่าบังคับให้ลูกกิน

เด็กกินยาก” อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกที่หลายครอบครัวต้องเจอและด้วยความที่พ่อแม่หวังดี รักลูก อยากให้ลูกทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็สรรหาเมนูใหม่ๆ มาให้กิน แต่ลูกดันผลักจานออก ซึ่งผู้เขียนมี 2 วิธีแนะนำ (จริงๆ มีเยอะกว่านี้) คือ

  • ซ่อนผัก คือ หาเมนูที่มีส่วนผสมจากผัก แล้วอาจจะใช้วิธีหั่นเป็นชิ้นเล็กผสมลงไป เพื่อให้ลูกมองไม่เห็น
  • ชวนลูกเข้าครัวให้ลูกช่วยเตรียมผัก แบบง่ายๆ แล้วนำไปปรุงอาหาร เมื่อถึงเวลาอาหาร ชวนลูกชิมฝีมือตัวเอง ลูกจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เค้าได้ช่วยแม่ค่ะ

อย่าบังคับให้อ่านหนังสือ

การรักการอ่าน” เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนใฝ่ฝัน อยากให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน แต่การบังคับในวันที่เค้ายังไม่พร้อม อาจยิ่งทำให้เค้าไม่อยากจับหนังสืออีกเลยก็เป็นได้ ดังนั้น ลองเปลี่ยนมาเป็นให้พ่อแม่อ่านให้ฟัง แล้วพากย์เป็นเสียงตัวละครต่างๆ ก็จะช่วยเพิ่มความน่าตื่นเต้นได้ หรือสมัยนี้มี Talking Pen (แต่ก็ค่อนข้างแพงอยู่) ซึ่งจะมีเสียงเอฟเฟ็คต่างๆ ก็จะทำให้ลูกอยากอ่านหนังสือมากขึ้น

อย่าบังคับให้ลูกเรียนพิเศษในสิ่งที่เค้าไม่ชอบ

แน่นอน การได้ทำในสิ่งที่รักย่อมจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า รวมไปถึงลูกก็จะมีความสุข แต่หากพ่อแม่บังคับหรือเคี่ยวเข็ญให้ลูกต้องเรียนพิเศษในสิ่งที่เค้าไม่ชอบ เค้าจะยิ่งฝังใจและไม่ชอบวิชานั้นๆ ไปเลยก็ได้

อย่าบังคับให้ลูกต้องแบ่งปันทุกอย่าง

ถูกค่ะ “การแบ่งปัน” เป็นสิ่งที่ดี แต่…ลูกมีสิทธิที่จะไม่แบ่งปันในสิ่งที่เป็นของรักของหวงของเค้า หากพ่อแม่บังคับให้ลูกต้องแบ่งปันในทุกเรื่อง โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูก อาจทำให้ลูกเกลียดการแบ่งปันในที่สุด

อย่าบังคับให้เลิกเล่นเกม หรืออินเตอร์เน็ต

เด็กที่เกิดในยุคนี้ ซึ่งเป็น “ยุคดิจิทัล” เป็นยุคของเค้า หากพ่อแม่ต้องห้ามเค้าทำโน่น นี่ นั่น ในทุกเรื่อง อาจส่งผลเสียต่อลูก ทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ในเรื่องของเกมหรืออินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน หากเมื่อถึงเวลาเล่นก็ควรให้เค้าได้เล่น ได้เรียนรู้ แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรทำก็คือ การตกลงกันก่อนดู เช่น ดูได้กี่ชั่วโมง เมื่อถึงเวลาเลิกก็ต้องเลิก เป็นต้นกลับกันหากเด็กแอบไปเล่นลับหลังพ่อแม่ อย่างนี้จะดูแลยากค่ะ

อย่าบังคับให้ลูกนอน

ข้อนี้ก็เหมือนผู้ใหญ่แหละค่ะ ถ้าเราไม่ง่วงก็คงนอนไม่หลับ ดังนั้น การตั้งเวลาเข้านอน เช่น 20:30 น. ก็เป็นเพียงแนวทางให้ลูกรู้ว่าได้เวลานอน แต่คงไม่ใช่หัวถึงหมอนแล้วหลับปุ๋ยเหมือนเครื่องชัทดาวน์อะไรอย่างนั้น กว่าเค้าจะนอนคุยเล่นกับพ่อแม่ กว่าเค้าจะกลิ้งซ้ายกลิ้งขวา ก็ปล่อยเค้าเถอะคะ ไม่ต้องบังคับ ถ้าง่วงมากๆ เดี๋ยวเค้าก็หลับได้เอง

การบังคับหรือการเคี่ยวเข็ญ” นั้น เป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะความที่เป็นเด็กพ่อแม่ยังต้องคอยบอกคอยสอนกันอีกเยอะ เพียงแต่จะได้ผลดีมากหากใช้ให้ถูกจังหวะค่ะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. 10พฤติกรรมที่ควร “เลิกทำ” เมื่อม…
  2. เลี้ยงลูกยุค Thailand 4.0
  3. มาพาลูกออกไปเรียนรู้ธรรมชาติกัน
  4. มาเช็คพัฒนาการเบื้องต้นของเด็กวั…
  5. ลูกชอบตีหน้าพ่อแม่ บางทีหยิก บาง…
  6. มาสอนให้ลูกกล้าแสดงออกอย่างถูกทา…
  7. รู้ให้ถึงสาเหตุ…ทำไมลูกขี้…
  8. ความซนของเด็กเป็นโอกาสในพัฒนาการ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP