หญิงตั้งครรภ์เดินทางอย่างไรให้ปลอดภัย?

สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

เดือนนี้เป็นเดือนเมษายน เดือนที่มีเทศกาลวันสงกรานต์ วันรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีวันหยุดยาวติดกัน บางครอบครัวก็ใช้วันลาพักร้อนลาต่อกันยาวๆ เพื่อที่จะได้หยุดพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง อาจจะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือบางครอบครัวอาจเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็ตาม หากเรากำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วยล่ะก็ ต้องเตรียมการกันมากเป็นพิเศษนิดหนึ่งนะคะ เรามาดูในรายละเอียดกันเลยค่ะ



คุณแม่ตั้งครรภ์จะเริ่มเดินทางได้เมื่อไหร่?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ยังอยู่ในช่วง…

  • ไตรมาสแรก(3 เดือนแรก) แนะนำว่ายังไม่ควรเดินทาง เพราะยังมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ และอาจมีอาการอ่อนเพลียอยู่ นอกจากนี้ หากร่างกายคุณแม่ได้รับแรงกระแทกบ่อยๆ อาจทำให้แท้งได้
  • ไตรมาสที่สอง (4-6 เดือน) เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทาง เพราะร่างกายคุณแม่เริ่มปรับตัวได้แล้ว อาการแพ้ท้องน้อยลงเยอะ ท้องก็ยังไม่ใหญ่มาก แต่ก็อย่าเพิ่งเดินทางหรือท่องเที่ยวในที่ที่ต้องใช้กำลังร่างกายมากนะคะ ขึ้นเขาอย่างนี้พักก่อนค่ะ^^ถึงแม้เค้าจะทำเป็นบันไดก็ตาม หรือไปในสถานที่ที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางนานๆ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการเดินทางโดยพาหนะต่างๆ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ พาหนะในการเดินทางและรายละเอียดต่างๆ ระหว่างเดินทางเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน มีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องคำนึงเรามาดูกันค่ะว่าแต่ละข้อมีอะไรบ้าง

เดินทางโดยรถยนต์

  • ควรหยุดพักรถอย่างน้อยทุกๆ 1-2 ชม. เพื่อให้คุณแม่ได้ลงมายืดแข้งยืดขา ยืดกล้ามเนื้ออย่างน้อย 5-10 นาที บรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งระหว่างหน้าอกและหน้าตัก โดยเลี่ยงไม่ให้สายเข็มขัดรัดผ่านท้อง
  • คุณแม่ท้องมักจะอ่อนเพลียง่าย ดังนั้นควรพกหมอนรองคอไปด้วย เพื่อลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ
  • หากเริ่มรู้สึกว่าอากาศในรถไม่ถ่ายเท คุณแม่เริ่มมีอาการวิงเวียน หน้ามืด ให้เปิดกระจกลงบ้างเป็นครั้งคราว
  • เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์มักจะหิวบ่อย ของโน้ตเองไม่มีอาการแพ้ท้องอะไร หิวทุก 2 ชม. เลยค่ะ 555ดังนั้นหากจำเป็นต้องเดินทางไกล ควรเตรียมอาหารว่างที่มีประโยชน์ติดรถไปซักหน่อย (เอาจริงๆ ก็ไม่หน่อยนะ 555) เช่น นมสด ถั่ว ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไกลคนเดียว

2.เดินทางโดยเครื่องบิน

  • หากมีแผนการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ก่อนจองตั๋ว ควรสอบถามจากสายการบินนั้นๆ ก่อนนะคะว่าอนุญาตให้คุณแม่ตั้งครรภ์เดินทางได้หรือไม่
  • หากมีอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ทางสายการบินจะขอใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นการยืนยันเกี่ยวกับวันกำหนดคลอด และเพื่อให้มั่นใจว่าคุณแม่จะไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือภาวะคลอดก่อนกำหนด
  • การเดินทางโดยเครื่องบินนี้ อาจทำให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้าลง คุณแม่ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และเคลื่อนไหวร่างกายทุก 15-30 นาที

ฉีดวัคซีนคุณแม่ตั้งครรภ์ ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

หากคุณแม่จำเป็นต้องเดินทางไปในประเทศที่ต้องรับวัคซีน ให้แจ้งคุณหมอทุกครั้งว่าคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ เพื่อที่คุณหมอจะได้พิจารณาเลือกวัคซีนชนิดที่เชื้อตายแล้วมาฉีดให้ ซี่งหากใช้วัคซีนที่เชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่อ่อนกำลังลงแต่ยังไม่ตาย อาจส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้

พึงระวัง…อาหารและเครื่องดื่มต่างประเทศ

เพราะคุณแม่ท้อง อะไรๆ ก็ควรที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารต่างถิ่น เพราะหากไม่คุ้นเคยแล้ว อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง หรืออาหารเป็นพิษได้ ซึ่งยาบางชนิดของประเทศนั้นๆ อาจไม่เหมาะที่จะใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์

เป็นอย่างไรกันบ้างคะคุณแม่ วันหยุดยาวอย่างนี้หากมีแผนที่จะไปเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนล่ะก็ ลองวางแผนกันให้ดีๆ เช็คเส้นทาง จุดพักรถ ข้างของเครื่องใช้ของคุณแม่ที่จำเป็น ฯลฯ หรือทำเช็คลิสต์กันไว้เลยก็เป็นการดีนะคะ จะได้ไม่ตกหล่น เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ เพื่อเพิ่มความสุขให้ตัวเอง ลูกน้อย และครอบครัวค่ะ ที่สำคัญ เมื่อคุณแม่มีความสุข ลูกน้อยก็รับรู้ได้และมีความสุขไปด้วยค่ะ

อ้างอิง honestdocs.co

แม่โน้ต

27,589 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง