การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

รู้ให้ถึงสาเหตุ…ทำไมลูกขี้กลัว

อาการขี้กลัว” สามารถเกิดได้กับเด็กทุกคน แต่ความกลัวที่นานไปก็ยังไม่หายซักที จนทำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มกังวลใจ และหนักใจ เด็กบางคนเป็นช่วงเดียวของวัย พอโตขึ้นก็หาย แต่สำหรับบางคนความกลัวนี้ยังคงฝังอยู่ในจิตใจไปจนโต เรื่องราวของการขี้กลัวนี้เป็นเรื่องปกติของเด็กมั้ย? โตขึ้นจะหายหรือเปล่า? หรือพ่อแม่จะช่วยลูกอย่างไรได้บ้าง? ผู้เขียนมีรายละเอียดมาฝากคะ



ทำความเข้าใจพื้นฐานเด็กก่อน

  1. พื้นฐานอารมณ์เด็กที่มีมาตั้งแต่เกิด เด็กกลุ่มนี้จะหวั่นไหว และอ่อนไหวง่ายมาก
  2. ไม่พ่อก็แม่ คนใดคนนึง หรืออาจจะทั้งคู่ ที่มีอุปนิสัยขี้กลัว เด็กๆ จะเฝ้าดูพฤติกรรมของพ่อและแม่ จนซึมซับ ทำตามโดยไม่รู้ตัว
  3. รักลูกไม่ถูกทาง เด็กถูกเลี้ยงแบบประคบประหงมมากเกินไป ถูกห้ามไกือบทกอย่าง พ่อแม่ไม่ให้ลองสิ่งใหม่ๆ หากเลี้ยงแบบนี้ไปเรื่อยๆ เด็กจะกลายเป็นเด็กขี้กลัว และไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ๆ บางรายหากเป็นหนักๆ อาจถึงขั้นเป็นโรควิตกจริตได้เลยทีเดียว
  4. เด็กเคยเจอกกับ “เหตุการณ์รุนแรง” หรือ “วิกฤติ” ที่ยากจะลืมในชีวิต เช่น พ่อแม่แยกทางบ้านแตกสาแหรกขาด เด็กขาดความอบอุ่นไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครดี เคยได้รับอุบัติเหตุแล้วต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน

อาการขี้กลัวของเด็กแต่ละช่วงวัย

เด็กวัย 6 – 7 เดือน

ปกติเด็กในวัยนี้จะกลัวคนแปลกหน้า หรือบางทีแม้แต่ญาติที่เค้าไม่คุ้นเคย ไม่ค่อยเจอกันบ่อยๆ หรือบางทีเพื่อนๆ ของคุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมที่บ้าน

หากคนอื่นมาขออุ้มลูก แล้วลูกเกิดร้องไห้ขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าไปอุ้มลูกเอง และปลอบใจลูกอาจจะเดินไป เดินมาให้ลูกเพลินๆ ซักพักเค้าก็จะหายกลัวส่วนญาติ พี่ น้อง หรือเพื่อนๆ เองก็ควรเข้าใจเด็กในวัยนี้นะคะ ว่าเค้าจะมีอาการกลัวคนแปลกหน้า ดังนั้น เปลี่ยนจากการขออุ้ม เป็นจับมือทักทายกับเด็ก ยิ้มเล่นกับเด็กน่าจะดีที่สุดค่ะ

เด็กวัย 2 – 3 ขวบ

หรือที่เราเรียกกันว่าวัยเตาะแตะนั่นเอง เด็กวัยนี้เค้ามักจะกลัวความมืด กลัวผี กลัวสัตว์ประหลาด กลัวเสียงลมพัดแรง กลัวเสียงฟ้าผ่า กลัวฝันร้าย กลัวการแยกจากแม่ไปอยู่กับคนแปลกหน้า กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว กลัวตุ๊กตา mascot ต่างๆ กลัวเสียงกดชักโครก กลัวเสียงเครื่องดูดฝุ่น กลัวคุณหมอ กลัวการฉีดวัคซีน กลัวการเจาะเลือด แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่ เด็กแต่ละคนก็จะกลัวแต่ละอย่างไม่เหมือนกันนะคะ

คุณพ่อคุณแม่จะช่วยลูกให้หายกลัวได้อย่างไรบ้าง?

จากที่ได้กล่าวมา วัยเตาะแตะจะกลัวสิ่งต่างๆ ค่อนข้างเยอะ เกือบทุกสิ่งเลยก็ว่าได้ นั่นเป็นเพราะเค้า “ไม่รู้” ว่าสิ่งๆ นั้นมันเกิดจากอะไร? ดังนั้น เพื่อให้ลูกคลายความกลัวลง คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยลูกด้วยวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ

ยอมรับ

หากลูกมีความกลัวเกิดขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรยอมรับในสิ่งที่เค้ากลัว อย่าหงุดหงิด โมโห หรือรำคาญ เหมือนว่าไม่เห็นมีอะไรที่น่ากลัวเลย

กอดลูก

คุณพ่อคุณแม่จะอุ้มหรือกอดลูกไว้ก็ได้ แล้วค่อยๆ เดินไปหาสิ่งนั้นที่ลูกกลัวอย่างช้าๆ ถ้าลูกไม่ยอมจริงๆ ก็ไม่ต้องไปบังคับเค้านะคะ ให้เดินออกมาจากตรงนั้น

อธิบายเรื่องจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น

ขณะที่เกิดเหตุการณ์ที่ลูกกำลังกลัว ให้อธิบายถึงให้ลูกฟังในสิ่งที่เกิดขึ้น “อย่าโกหก” ลูกเด็ดขาด อย่าพูดเพียงเพื่อต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะเด็กจะได้รับข้อมูลที่ผิด

เวลาฉีดวัคซีน อย่าโกหกลูกว่าไม่เจ็บ

เวลาที่ลูกถึงเวลาที่จะต้องไปฉีดวัคซีน อย่าโกหกลูกว่า “ไม่เจ็บ” ยังงัยเข็มฉีดเข้าเนื้อมันต้องต้องเจ็บอยู่แล้ว เพียงแต่บอกในความเป็นจริงและถูกต้องว่า “เจ็บแป้บเดียวก็หาย” ลูกจะรับรู้และเข้าใจในเรื่องของความจริง เค้าจะทำใจและรับมือกับมันได้ดี

อ่านนิทานที่ช่วยต่อสู้กับความกลัว

คุณพ่อคุณแม่ลองหานิทานที่ต่อสู้กับความกลัวในสิ่งต่างๆ มาอ่านให้ลูกฟังเรื่อยๆ จะช่วยได้มากทีเดียว

เลี่ยงการใช้สิ่งของที่ลูกกลัวซักพัก

สิ่งของชิ้นไหนที่ลูกกลัว และไม่ได้จะเป็นในชีวิตประจำวัน ให้คุณพ่อคุณแม่เลี่ยงการใช้ไปซักพัก แล้วค่อยๆ เอาออกมาให้ลูกได้เห็น ค่อยๆ ให้เค้าได้สัมผัส เพิ่มความคุ้นเคยทีละนิดๆ ก็ช่วยได้ค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำเลยก็คือ การที่รู้ว่าลูกกลัวอะไรแล้วยิ่งขู่ เช่น ถ้าดื้อมากๆ เดี๋ยวให้หมอมาฉีดยาเลย เป็นต้น นอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กหายกลัวแล้ว กลับกลายเป็นยิ่งกลัวฝังใจไปเลย คุณพ่อคุณแม่ควรเข้าใจและให้เวลากับเค้าในการช่วยให้ลูกคลายความกลัว ซักวันเค้าจะดีขึ้นและความกลัวเหล่านี้จะหายไปค่ะ

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. เตรียมพร้อมทักษะให้ลูกวัยอนุบาล
  2. สอนอย่างไรให้ลูกรู้จักเอาตัวรอด
  3. วิธีทำให้ลูกตั้งใจทำมากขึ้นคืออะ…
  4. เทคนิคง่ายๆ สอนลูกให้เชื่อฟัง
  5. เลี้ยงลูกยุค Thailand 4.0
  6. มาเสริมพลังสมองให้ลูกวัยแรกเกิดถ…
  7. มาเช็คกันว่าลูกของคุณกำลังจะกลาย…
  8. 8 วิธีสอนลูก ปลูกฝังให้แบ่งปัน (…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP