มารยาทบนโต๊ะอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรฝึกลูก

มารยาทบนโต๊ะอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรฝึกลูก
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

เพราะเด็กยังมีอีกหลายสิ่งที่เขายังไม่รู้ และมีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือเรื่องของ “มารยาทบนโต๊ะอาหาร” เรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการที่ต้องพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน หลายครั้งที่เราจะเห็นข่าวว่าเด็ก ๆ ทำตัวไม่น่ารัก และก่อความรำคาญให้กับผู้ที่มากินอาหารโต๊ะข้าง ๆ

Marelee Mckee ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกมารยาท จากศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องบุคลิกภาพจากเมืองวินเทอร์พาร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมากล่าวว่า เด็กเมื่อเข้าวัย 5 ขวบขึ้นไป สามารถที่จะบังคับกล้ามเนื้อมัดเล็กให้จับช้อนส้อมกินข้าวเองได้คล่องขึ้นแล้ว แต่มีบ้างบางครั้งที่ยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาทิ ตักอาหารหกออกนอกจาน เคี้ยวเสียงดัง หรือพูดแทรกขณะที่คนอื่นพูดอยู่

เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังลูกได้ตั้งแต่เด็ก ๆ บางอย่าง บางเรื่องอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มักจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวได้ง่าย เมื่อต้องเข้าสังคม ใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

มารยาทบนโต๊ะอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรฝึกลูก

มีมารยาทอะไรที่สำคัญในการฝึกลูกบ้าง ไปดูกันค่ะ

เรื่องการนั่งกินอาหาร

สำหรับเด็กที่สามารถทรงตัวนั่งได้เองแล้ว ให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกเขาด้วยการให้เขานั่งกินอาหารที่เก้าอี้ของตัวเองซึ่งเป็นเก้าอี้สำหรับเด็กโดยเฉพาะ แบบนี้จะทำให้ลูกได้เห็นและเรียนรู้มารยาทในการกินอาหารจากคุณพ่อคุณแม่ เมื่อลูกไดเห็นได้เรียนรู้ทุกวัน พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะซึมซับไปสู่ลูกได้เองค่ะ

ไม่เคี้ยวอาหารเสียงดัง

แรก ๆ ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจเสียทีเดียวว่า เพราะอะไรถึงต้องเคี้ยวไม่ให้มีเสียงดัง บางครั้งเวลาที่คุณพ่อคุณแม่บอกลูก ลูกอาจจะยังไม่หยุดทำในทันที แต่อย่างเพิ่งดุหรือต่อว่าลูกนะคะ แต่ให้แก้ด้วยการที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เมื่อเคี้ยวเสร็จค่อยสอนลูกว่าการเคี้ยวไม่ให้มีเสียงดังนั้นมันดีกว่าการเคี้ยวแบบมีเสียงดังอย่างไร อาทิ การเคี้ยวเสียงดังจะเป็นการสร้างความรำคาญให้คนรอบข้างได้และเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่งค่ะ

ไม่พูดระหว่างที่เคี้ยวอาหาร

ลูก ๆ อาจจะอารมณ์ดี ความสุข ที่คุณพ่อคุณแม่พาออกมาเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวนอกบ้าน อาจทำให้ลืมตัวไป เผลอตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวไป คุยไป คุณพ่อคุณแม่ควรบอกลูกว่าเคี้ยวอาหารให้หมดปากก่อนแล้วค่อยพูด เพื่อป้องกันอาหารไหลลงคอ เกิดอาการสำลัก และเพื่อป้องกันเศษอาหารกระเด็นหลุดออกจากปาก รวมถึงขณะที่ลูกเคี้ยวไปพูดไปนั้น ทำให้คนอื่นมองเห็นอาหารที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปาก แน่นอน…คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูและไม่มีใครอยากดู

ใช้ช้อนกลางให้เป็นนิสัย

การฝึกให้ลูกได้ใช้ช้อนกลางนั้นเป็นเรื่องดีและจำเป็นมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันไม่ให้เศษอาหารของตนเองตกใส่อาหารจานอื่นแล้ว ยังเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคหรือโรคติดต่ออันเกิดจากการที่เราต้องกินอาหารร่วมกับผู้อื่นอีกด้วยนะคะ

ควรเริ่มกินอาหารเมื่อทุกจานมาเสิร์ฟครบแล้ว

บางครอบครัวไม่ได้ถือสาเรื่องนี้เท่าไหร่เพราะถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่เราต้องไปกินอาหารร่วมกับคนอื่นนอกบ้าน ควรสอนลูกว่าจะกินอาหารได้ก็ต่อเมื่ออาหารของคนอื่นมาครบแล้วเช่นกัน ถึงแม้ว่าอาหารของเราจะมาเสิร์ฟก่อนคนอื่นก็ตาม

ไม่ควรพูดแทรก

หากลูกต้องการพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไร แต่ขณะนั้นยังมีคนอื่นพูดอยู่ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่าให้รอจังหวะคนอื่นพูดจบก่อน ไม่ควรพูดแทรก เพราะการพูดแทรกเป็นการเสียมารยาทเช่นกันค่ะ

การฝึกสอนของคุณพ่อคุณแม่จะประสบผลสำเร็จได้ดีก็ต่อเมื่อหมั่นฝึก หมั่นสอนลูกเป็นประจำ และที่สำคัญอย่าลืมว่าลูก ๆ มักเลียนแบบพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างไรลูกมักจะเป็นอย่างนั้น “เพราะลูก คือ กระจกเงาของพ่อแม่” ค่ะ

อ้างอิง
Motherhood.co.th
Verywellfamily.com
Mannermentors.com

แม่โน้ต

219,277 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ