การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

สอนอย่างไรให้ลูกรู้จักเอาตัวรอด

สังคมสมัยนี้อยู่ยาก
ลำพังว่าผู้ใหญ่เวลาไปไหนมาไหนยังต้องคอยระแวดระวังตัวเอง แล้วเด็กๆ หรือลูกของเราล่ะคะ เค้ายังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากนัก ยิ่งเมื่อถึงวัยที่เค้าต้องเข้าโรงเรียน หรือต้องออกไปเจอกับสิ่งต่างๆ รอบตัว เจอกับคนแปลกหน้ามากมาย เค้าจะเอาตัวรอดได้มั้ย? เค้าจะรู้ทันคนเหล่านี้หรือไม่?
วันนี้ผู้เขียนมีแนวทางการเอาตัวรอดมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้พิจารณา และลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ



พื้นฐานการเอาตัวรอด

ยกตัวอย่างให้ลูกรู้จักและเข้าใจเหตุการณ์ที่ทั้งปลอดภัยและไม่ปลอดภัย

ข้อนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เพราะในสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี จากทั้งคนแปลกหน้าและคนที่เรารู้จัก บางครั้งมีท่าทางที่เป็นมิตร ดูมีน้ำใจ ใจดี แต่เค้าอาจทำในสิ่งที่เราไม่คาดคิดก็เป็นได้ สอนให้ลูกรู้ว่าถ้าเจอคนแบบนี้เราควรสังเกตอย่างไร หรือถ้ามีคนแปลกหน้าชวนไปไหนมาไหนโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้หรือจะจูงมือเราไป ลูกควรทำอย่างไร รวมไปถึงการปฏิเสธที่จะรับของจากคนแปลกหน้า เพราะอะไร และทำอย่างไร หรือถ้าหากรับสิ่งของจากคนแปลกหน้าไปแล้ว ผลที่ลูกจะได้รับเป็นอย่างไรได้บ้าง เป็นต้น
นอกจากเหตุการณ์ที่ดูไม่ปลอดภัยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องอธิบายให้ลูกได้เข้าใจแล้ว เหตุการณ์ไหนที่ทำแล้วจะเกิดความปลอดภัย คุณพ่อคุณควรยกตัวอย่างควบคู่กันไปด้วยนะคะ ลูกจะได้เห็นถึงความสำคัญในการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นค่ะ

ฝึกให้ลูกเป็นเด็กช่างสังเกต

ลูกมักจะเลียนแบบพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่
คุณพ่อคุณแม่คงไม่ปฏิเสธคำพูดนี้ใช่มั้ยล่ะคะ เพราะแม้บางทีคุณแม่กลัวจิ้งจก ลูกก็จะแอบสังเกตพฤติกรรมคุณแม่ และก็กลัวตามคุณแม่ในที่สุด แต่เกี่ยวอะไรกับ “การฝึกให้ลูกเป็นเด็กช่างสังเกต?

เกี่ยวมากมายค่ะ เพราะ…หากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนที่ช่างสังเกต ใส่ใจในสิ่งรอบข้าง ลูกก็จะจดจำพฤติกรรมเหล่านี้ และซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ควร “ฝึก” ลูกเพิ่มเติม โดยย้ำให้เค้าสังเกตและใส่ใจในสิ่งรอบข้างมากขึ้น เรียกได้ว่าสามารถจดจำข้อมูลที่สำคัญของสถานที่นั้นๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใกล้เคียง ที่ตั้งของบ้าน ชื่อซอยบ้าน เบอร์โทรศัพท์คุณพ่อคุณแม่

ที่สำคัญ สอนให้ลูก “มีสติ” สิ่งเหล่านี้ควรฝึกเค้าบ่อยๆ พูดให้เค้าฟังหรือชี้ชวนให้เค้าเห็นบ่อยๆ เพราะวันนึงหากเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นมาเค้าจะได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

ติดอาวุธให้ลูก เพื่อใช้ในสถานการณ์คับขัน

อาวุธ” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงปืนผาหน้าไม้แต่อย่างใดนะคะ แต่หมายถึง การฝึกวิ่ง การฝึกศิลปะป้องกันตัว อาจส่งลูกไปเรียนมวยไทยหรือเทควันโดก็ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องกำชับลูกนะคะว่าการที่เราเรียนศิลปะป้องกันตัวแบบนี้ก็เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวในยามคับขันเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อให้ไปรังแกคนอื่น หากใช้ถูกที่ถูกเวลา เราจะสามารถใช้สิ่งที่เราเรียนมานี้เอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ลองซ้อมบทกันดูก็ได้ค่ะ ลองป้อนคำถามว่าถ้ามีคนท่าทางไม่น่าไว้วางใจมาถามแบบนี้เราควรปฏิเสธอย่างไร การยกตัวอย่างเหตุการณ์บ่อยๆ จะทำให้ลูกได้ฝึกคิดและสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบนี้ได้ไวขึ้นค่ะ

ปลูกฝังจิตสำนึกในการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น

นอกจากจะสอนให้ลูกเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดได้อย่างปลอดภัยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังในเรื่องจิตสำนึกที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยหากมีโอกาส แต่อย่าลืมดูแลตัวเองก่อน หากตัวเองปลอดภัยดีแล้วค่อยหันไปให้ความช่วยเหลือผู้อื่น และที่สำคัญต้องสอนให้ลูกกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นด้วยเช่นกันค่ะ

มาถึงตรงนี้ต้องบอกว่าในแต่ละวันมักมีข่าวที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกอกตกใจกันไม่เว้นแต่ละวันเลยทีเดียว ที่สำคัญ สังคมปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็น “สังคมแห่งโลกโซเชียล” ไปแล้ว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและใกล้ชิดลูกให้มากๆ ชี้ให้ลูกเห็นถึงอันตรายและสอนให้ลูกรู้วิธีปฏิเสธคนแปลกหน้าที่มาจากโลกโซเชียลด้วยนะคะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. รับมือกับลูกอย่างไรดี…เมื่อลูกชอ…
  2. บ๊ายบายอนุบาล…มาเตรียมลูกให้พร้อ…
  3. ทำอย่างไรไม่ให้ลูกถูกแกล้งในวัยอ…
  4. เลี้ยงลูกแบบไหนกัน!
  5. 6 วิธีสอนลูกให้รู้จักกับการเชื่อ…
  6. จะดีมั้ย? ถ้าเลือกเรียนแบบโฮมสคู…
  7. คุณพ่อคุณแม่กำลังทำสิ่งเหล่านี้ใ…
  8. มาช่วยลูกฝึกมือพัฒนาการเขียนกันด…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP