คนท้องควรบำรุงด้วยนมทุกวัน…จะดีจริงหรือ



อาหารสําหรับคนท้อง

เพราะความที่ว่าที่คุณแม่ต้องการให้ลูกในท้องมีความสมบูรณ์และแข็งแรงมากที่สุด จึงพยายามเลือกอาหารที่น่าจะบำรุงได้ดีที่สุดเช่นกัน หนึ่งในเป้าหมายของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ คือ นมวัว แต่…ทราบมั้ยคะว่า การที่เรายิ่งบำรุงให้ว่าที่คุณแม่ได้ดื่มนมวัวมากเท่าไหร่ จะกลับกลายเป็นผลเสียมากเท่านั้น

ปัจจุบันพบว่ามีเด็กที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโรคแพ้อาหารและโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

แคลเซียม…สารอาหารที่คนท้องต้องการ

ปกติแล้วคนท้องจำเป็นที่จะต้องได้รับแคลเซียมมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว เพราะจะได้นำแร่ธาตุดังกล่าวนี้มาเสริมและพัฒนาโครงสร้างร่างกายของลูกในท้อง กลับกันหากคุณแม่ท้องไม่สามารถได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทั้งคุณแม่และลูกน้อย อาจเนื่องมาจากอาการแพ้ท้องมากจนทานไม่ได้ คุณแม่จะมีโอกาสเสี่ยงสูงค่ะ ที่ร่างกายจะขาดแคลเซียม ซึ่งปริมาณแคลเซียมที่คุณแม่ควรได้รับ คือ 1,000-1,500 มิลลิกรัมต่อวันค่ะ

การฝากครรภ์

โดยทั่วไปแล้ว ทันทีที่คุณแม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก สิ่งแรกที่อยากแนะนำให้คุณแม่ทำคือ การฝากครรภ์ค่ะ เพราะหลังจากที่ฝากครรภ์กับคุณหมอแล้ว คุณหมอจะจ่ายแคลเซียมเสริมให้ทาน และเพียงพอต่อร่างกายของคุณแม่แน่นอนค่ะ และที่สำคัญเมื่อคุณแม่ได้รับการดูแลจากคุณหมอแล้ว คุณแม่ต้องดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ควบคู่กันไปด้วยนะคะ

ทานอย่างไรให้สุขภาพดีทั้งแม่และลูก

ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่

ช่วงที่คุณแม่ท้องนั้น นอกจากแคลเซียมที่ร่างกายของคุณแม่ต้องการมากกว่าปกติแล้ว ยังมีสารอาหารตัวอื่นที่ต้องการมากไม่แพ้กัน คือ โปรตีน โดยมีความต้องการเพิ่มขึ้นถึงวันละประมาณ 25 กรัม และต้องการอาหารที่ให้พลังงานเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 300 กิโลแคลอรี่ หรือยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ทานข้าวเพิ่มขึ้นวันละ 1 ทัพพี ทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำเพิ่มขึ้นวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ เป็นต้น

ไม่จะเป็นต้องงดอาหารกลุ่มเสี่ยง ตามที่มีรายงานว่าแพ้บ่อย

อาหารกลุ่มเสี่ยงของโปรตีน คือ อาหารที่มีรายงานว่าถ้าคุณแม่ท้องทานโปรตีนชนิดนั้นๆ เข้าไปแล้วอาจมีผลทำให้ลูกมีอาการแพ้โปรตีน โดยอาหารกลุ่มเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่น นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แป้งสาลี และอาหารทะเล

ข้อนี้ก็มีคุณหมอบางท่านแนะนำว่า จริงๆ ถ้าคุณแม่ไม่ได้แพ้อาหารชนิดดังกล่าว ก็ไม่จำเป็นต้องงดอาหารกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ก็ได้ เพราะอาหารเหล่านี้ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่และลูกในท้องที่จะช่วยเสริมสร้างร่างกายของลูกให้แข็งแรงสมบูรณ์

ไม่ควรทานอาหารกลุ่มเสี่ยงว่าแพ้ในปริมาณที่มากกว่าปกติ

อาหารทุกอย่างโดยเฉพาะอาหารในกลุ่มเสี่ยง หากคุณแม่ไม่แพ้อาหารเหล่านี้ก็ทานได้ แต่…ไม่ใช่ว่าจัดหนัก จัดเต็มนะคะ ควรทานแต่พอดีและหลากหลาย ปกติตอนที่ไม่ได้ท้อง ดื่มนมวัววันละ 1-2 แก้ว ทานไข่วันละ 1 ฟอง แต่พอรู้ว่าตัวเองท้อง บำรุงใหญ่เลย กลายเป็นดื่มนมวันละ 1-2 ลิตร ทานไข่วันละ 2-3 ฟอง แบบนี้ไม่ควรทำนะคะ เพราะจะส่งผลให้น้ำหนักของคุณแม่ขึ้นมากไป (ซึ่งน้ำหนักโดยรวมทั้งหมดตลอดการตั้งครรภ์ไม่ควรเกิน 12 กิโลกรัม) และอาจจะยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ลูกแพ้อาหารชนิดนั้นๆ อีกด้วยค่ะ

ทานนมถั่วเหลืองแทนนมวัว ในปริมาณที่มากกว่าปกติ

คุณแม่บางท่านได้รับข้อมูลมาว่า การทานนมวัวมากไป เสี่ยงลูกแพ้นมวัว เลยหันมาทานนมถั่วเหลืองในปริมาณที่มากกว่าปกติ เพื่อเป็นการทดแทน แต่รู้หรือไม่คะ การทานแบบนี้จะยิ่งทำให้ลูกเสี่ยงแพ้ถั่วเหลืองได้

คุณแม่ท้องและคุณแม่ที่ให้นมลูกทานจุลินทรีย์สุขภาพ

จุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลลัส, บิฟิโดแบคทีเรียม เป็นความเชื่อที่ว่าหากทานจุลินทรีย์ดังกล่าวนี้แล้ว จะช่วยลดโอกาสในการเกิดภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบในลูกได้ แต่ความจริงแล้ว ผลในการป้องกันการเกิดภูมิแพ้ อาจต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์ที่ทาน ปริมาณ และระยะเวลาที่ทานประกอบกันค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคุณแม่ หากต้องการให้ทั้งลูกแข็งแรง ตัวคุณแม่เองก็แข็งแรง สามารถทำได้ง่ายนิดเดียว โดยเริ่มจากการกินก่อน กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างสมดุล ที่สำคัญไม่ทานอะไรซ้ำๆ กันทุกวัน และควรจะอยู่ในปริมาณที่พอดี เท่านี้ลูกน้อยก็จะแข็งแรง เติบโตสมวัยแล้วค่ะ

แม่โน้ต

101,229 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ