เลี้ยงลูกยุค Thailand 4.0

เลี้ยงลูกยุค Thailand 4.0
การเลี้ยงลูกวัย 3-5 ขวบ

Thailand 4.0”…เชื่อว่าคำนี้คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินหรือผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้วซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว Thailand 4.0 ก็คือ ในอนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคดิจิทัล ยุคที่ใช้หุ่นยนต์ มากกว่าคนแต่ขณะเดียวกัน “ครอบครัว” ต้องช่วยกันเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะ “ด้านทรัพยากรมนุษย์” นั่นคือ “การเลี้ยงลูกให้สอดคล้องกับความเป็น Thailand 4.0” เพราะอย่าลืมว่าหุ่นยนต์เกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยการสร้างสรรค์ของมนุษย์นั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่สังคมต้องการจากมนุษย์เรา หรือจากเด็กยุคใหม่ คือ

“ความคิดสร้างสรรค์การคิดวิเคราะห์ที่ฉับไวการสื่อสาร และการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดี (SQ)”

เริ่มตั้งเป้าให้ลูก

อย่างแรก คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งเป้าในการเลี้ยงลูกไว้ก่อน อย่าตั้งเยอะนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นกดดันทั้งคุณแม่และลูก อาจจะเริ่มจาก…

สอนให้ลูกคิดเป็น

เพราะการสอนให้ลูกคิดเป็นนี้ก็แทบจะครอบคลุมในทุกเรื่องเลย อาทิเช่นการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรทำอะไร รู้จักหาวิธีการสื่อสาร เป็นต้น หรือหากในเรื่องของศีลธรรมเช่น สอนให้เด็กก็จะรู้จักดี ชั่ว รู้จักการเสียสละ เป็นต้น

สอนให้รู้จักการปรับตัวเข้าสังคมและสถานการณ์ (SQ)

อาทิเช่น การสอนให้ลูกเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย รู้ว่าสถานการณ์ไหนควรวางตัวอย่างไร รู้วิธีการผูกสัมพันธ์อย่างเหมาะสม รู้จักการใช้คำพูด รู้จักการแบ่งปัน เป็นต้น

สังเกตมั้ยคะว่า จาก 2 ข้อที่ได้กล่าวไป ไม่มีอะไรที่เน้นเลยว่า “ลูกต้องเรียนเก่ง” เพราะการเรียนดี เรียนเก่งไม่สามารถการันตีได้ว่าลูกจะประสบความสาเร็จในชีวิต

ไม่ใช่ว่า “ความรู้” จากโรงเรียนไม่สำคัญนะคะ เพียงแต่ว่าคุณพ่อคุณแม่อย่าหวังพึ่งจากทางโรงเรียนฝ่ายเดียว ทางครอบครัวต้องเป็นตัวหลักในการปูทางให้ลูกด้วย ให้ลูกรู้จักคิดเป็นจนวันนึงเค้าสามารถบอกเราได้ว่า “เค้าอยากเป็นอะไร?

คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่คอยผลักดันลูกด้วยการ “สร้างโอกาส” ให้เค้าฝึกให้เด็ก “ได้เรียนรู้” มากกว่า “การท่องจำจากตำรา” เพียงอย่างเดียวมาขนาดนี้แล้วจึงขอยกตัวอย่าง การเรียนการสอนในวัยประถมของประเทศฟินแลนด์กันซักหน่อยเพราะที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก

ที่นั่นเด็กในวัยประถมศึกษากำหนดให้เรียนในห้องเรียนเพียง 5 ชม.ต่อวัน นอกนั้นเป็นการศึกษาจากนอกห้องเรียนล้วนๆ มีอยู่วันนึง เด็กชายคนนึงออกไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าของโรงเรียนหลังเลิกเรียน แล้วก็ไปเจอกับตั๊กแตนสีเขียว อีกวันนึงเจอบกัตั๊กแตนสีน้ำตาล เค้าจับมันใส่ขวด เก็บอย่างดีวันรุ่งขึ้นเค้านำ 2 ขวดนี้ไปถามครูชีววิทยาว่าเป็นสายพันธุ์อะไร ซึ่งเป็นการทำให้เพื่อนได้เรียนรู้ไปด้วย และทำให้เค้าจำได้ดีกว่าอ่านจากตำรา

ที่สำคัญ ไม่มีการสอบวัดเกรด ไม่มีการทำให้เด็กรู้สึกเด่นว่าเรียนเก่งหรือรู้สึกด้อยว่าเรียนอ่อน

คุณพ่อคุณแม่ตั้งเป้าให้ตัวเอง

“เอ…พ่อกับแม่ต้องมีเป้าด้วยเหรอ?”

คำตอบคือ “มีแน่นอนค่ะ” เป้าของคุณพ่อคุณแม่นั่นคือ “สติ
สติ ที่ไม่หลงเอาลูกของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง ไม่หลงอยู่ในการแข่งขัน แข่งเรียน แข่งกันว่าเงินเดือนของลูกใครดีกว่าหรือน้อยกว่า จนกลายเป็นเพิ่มแรงกดดันให้ตัวเองและลูก เพราะเด็กไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า “ความรักและความสุขจากครอบครัว” ลองคิดให้ดีเราอาจเคยเจอหรือเคยรู้มาว่าคนที่เรียนเก่งแต่ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ชีวิตล้มเหลวก็มี

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจตั้งแต่แรกเกิดกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ “สารอาหารที่ลูกได้รับ” โดยทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทั้งสมองและร่างกายที่มีพัฒนาการดีสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

จะว่าไปทั้งหมดทั้งมวล การเลี้ยงลูกยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะเด็กในยุค Generation Z(เด็กที่เกิดหลังปี 1995)ผนวกกับสังคมเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก เป็นสังคมดิจิทัลมากขึ้น ดังนั้น คงเลี่ยงไม่ได้ที่ลูกจะสนใจ “เรื่องหน้าจอ” ตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็คงต้องให้เล่นอย่างถูกทางหรือจำกัดเวลาในการเล่นไม่เกิน 1 ชม. ต่อวันและต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนะคะ

4.0” คือ การที่ประเทศไทยเราจะพัฒนาไปเป็น Thailand 4.0 ไม่ใช่กดดันว่าต้องให้ลูกเรียนได้ “เกรด 4.0” นะคะ เพราะเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องการเห็นลูก “มีความสุขเมื่ออยู่กับครอบครัว” มากกว่า


แม่โน้ต

1,719,818 views

Mommy Blogger ที่มียอดวิวในเว็บไซต์ simplymommynote.net มากกว่า 200,000 วิว ต่อเดือน ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Tradigital รักการเขียน มีลูกสาว และครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ชอบเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และสิ่งใหม่ ๆ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ