ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้ถูกวิธี ห่างไกลการติดเชื้อ

ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้ถูกวิธี ห่างไกลการติดเชื้อ
การคลอดและหลังคลอด

แรกเริ่มเดิมที คุณแม่หลายๆ ท่านคงเลือกที่จะคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ แต่…อาจจะมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าบางอย่างส่งผลให้คุณแม่ไม่สามารถคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติได้ คุณหมอจึงต้องตัดสินใจทำการคลอดด้วยวิธีผ่าแทนโดยยึดถือเรื่องความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกเป็นหลัก
เมื่อคุณแม่ต้องใช้วิธีการผ่าคลอด จะมีวิธีดูแลรักษาแผลอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ หรืออาการอย่างไรที่คุณแม่ควรรีบไปพบคุณหมอ เราไปไล่เรียงดูกันทีละข้อเลยค่ะ

ลักษณะของแผลผ่าคลอด

แผลผ่าคลอดสามารถทำได้ใน 2 ลักษณะ ดังนี้ค่ะ

การผ่าคลอดแนวตั้ง

โดยทั่วไปการผ่าคลอดนั้นต้องผ่าลงไปถึง 7 ชั้น โดยเริ่มจากผ่าตัดเนื้อผ่านชั้นผิวหนัง ถัดไปจะเป็นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ต่อมาคือชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มชั้นท้อง ผนังเยื่อหุ้มมดลูก และชั้นสุดท้ายคือ กล้ามเนื้อชั้นมดลูก

การผ่าคลอดแนวตั้งจะเริ่มผ่าตั้งแต่ใต้สะดือลงมาถึงหัวหน่าวประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งการผ่าคลอดแนวตั้งนี้จะทำให้การเข้าถึงช่องท้องได้ง่าย และที่สำคัญจะช่วยให้แหวกกล้ามเนื้อได้โดยไม่ทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด

ข้อดี การผ่าคลอดแนวตั้ง

  • เป็นแนวการผ่าคลอดที่มาตรฐานที่สามารถผ่าตัดอวัยวะอื่น ๆ ในช่องท้องได้อีกด้วย
  • ใช้เวลาในการเข้าถึงช่องท้องได้เร็ว เหมาะกับกรณีที่ต้องทำการผ่าตัดทำคลอดอย่างเร่งด่วน
  • หากมีกรณีจำเป็น สามารถขยายแผลได้ง่ายกว่า
  • ช่วยให้ทารกคลอดออกมาง่ายกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ทารกอยู่ผิดท่า หรือมีตัวใหญ่มากกว่าปกติ
  • พบภาวการณ์แทรกซ้อนจากแผลผ่าตัดได้น้อยกว่า อาทิ ก้อนเลือดในผนังหน้าท้อง

ข้อเสีย การผ่าคลอดแนวตั้ง

  • จะเจ็บแผลผ่าตัดมากกว่า เหตุจากบาดแผลอยู่ในแนวตั้ง ทำให้จะลุกจะนั่งลำบาก
  • การฟื้นตัวทำให้ช้ากว่า
  • มีแผลเป็นมากกว่า
  • จะเห็นรอยแผลได้ชัดเจน ไม่สามารถใส่เสื้อแบบเปิดพุงได้

การผ่าคลอดแนวนอน หรือบิกินีไลน์

ถ้าเทียบกับข้อแรกแล้ว ข้อนี้จะดีตรงที่ว่ามีแผลเป็นน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า เนื่องจากหลังคลอด หน้าท้องของคุณแม่จะมีความหย่อนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแพทย์จึงเลือกที่จะเปิดผิวหนังให้เข้าไปข้างใน เมื่อถึงชั้นของกล้ามเนื้อก็จะเปลี่ยนไปเป็นผ่าแบบแนวตั้งเหมือนวิธีปกติ วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ช้ำ และแผลเป็นบนผิวหนังจะสวยกว่าแบบแนวตั้ง

ข้อดี การผ่าคลอดแนวนอน หรือบิกินีไลน์

  • เจ็บแผลน้อยกว่า เพราะรอยแผลผ่าที่เป็นแนวนอนนั้นจะนอนไปตามรอยพับของหน้าท้อง ทำให้เวลาที่ลุกหรือจะนั่งก็จะเจ็บน้อยกว่า
  • แผลเป็นก็จะน้อยกว่า เพราะรอยแผลจะอยู่ตามแนวรอยพับของหน้าท้องพอดี
  • สามารถซ่อนแผลได้ ปิดบังแผลได้ดี สามารถใส่เสื้อผ้าเปิดพุงได้

ข้อเสีย การผ่าคลอดแนวนอน หรือบิกินีไลน์

  • ใช้เวลาในการเข้าถึงหน้าท้องนานกว่า เหมาะกับการผ่าตัดทำคลอดที่ไม่เร่งด่วนมากนัก
  • การผ่าคลอดแนวนี้จะทำให้ยากกว่า โดยเฉพาะกรณีที่คุณแม่มีพังผืดในช่องท้อง
  • ช่วยคลอดทารกได้ยากกว่า เนื่องจากตำแหน่งของรอยแผลนั้นต่ำ อาจต้องเพิ่มอุปกรณ์ช่วยทำคลอด
  • หากต้องทำการผ่าตัดตำแหน่งอื่นในช่องท้องก็จะทำได้ยากกว่า

ทั้งนี้ อาจมีคุณแม่บางท่านอาจมีแผลนูนแดง (คีลอยด์) ได้ “แผลผ่าคลอดนูนแดง (คีลอยด์) แก้ไขได้ไหม ทำอย่างไรให้ยุบลง


แผลผ่าคลอดนูนแดงขึ้นมาชัดมาก จนทำให้ขาดความมั่นใจเลย ทำอย่างไรให้มันหาย? มีหลายวิธีค่ะ คลิกที่นี่

อาการแบบนี้ควรพบแพทย์

  • หากคุณแม่พบว่าตัวเองมีอาการดังกล่าวนี้ ควรไปพบคุณหมอทันทีค่ะ
  • มีอาการเจ็บบริเวณแผลหรือมดลูกมากขึ้น
  • มีรอยแดง บวม หรือแสบร้อนที่แผล
  • มีหนองที่แผล (ไม่ว่าจะไหลหรือไม่ไหลออกมาก็ตาม)
  • ตกขาวมีกลิ่นน้ำคาวปลา
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือ มีลิ่มเลือดออกมามาก
  • ขาบวมหรือเจ็บขา
  • มีไข้ขึ้นมากกว่า 38 องศาเซลเซียส

ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไร?

หลังคลอด คุณหมอจะดูแลแผลผ่าตัดให้เรียบร้อย แต่จากนี้ไปคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีที่จะดูแลแผลผ่าและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด ดังนี้ค่ะ

  • ไม่ยกของหนักในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด
  • ล้างมือก่อนสัมผัสแผลทุกครั้ง
  • ควรทำการล้างแผลและทำความสะอาดผิวบริเวณโดยรอบแผลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผิวบริเวณเชิงกราน
  • หากมีปลายไหมโผล่ออกมา ไม่ควรดึงเอง แต่ควรแจ้งคุณหมอทันที เพื่อเล็มปลายไหม ป้องกันไม่ให้ไหมเกี่ยวเสื้อผ้า ทำให้ระคายเคืองแผลได้
  • ไม่อาบน้ำแบบในอ่าง ควรเปลี่ยนเป็นอาบจากฝักบัวแทน
  • ใช้สบู่อาบน้ำที่มีฤทธิ์อ่อน ไม่ถูสบู่หรือทาแป้งลงบนแผลโดยตรง
  • ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาดทุกครั้ง
  • สวมเสื้อผ้าหรือชุดชั้นในที่หลวม ไม่รัดหรือเสียดสีกับแผล
  • ปรึกษาคุณหมอก่อนทุกครั้ง หากจะใช้ยาเพื่อรักษาแผลผ่า
  • ควรเช็ดบริเวณเหนือแผลให้แห้งอยู่เสมอ ป้องกันการอับชื้นของเหงื่อ
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูง หรือเกิดรอยแดงที่แผล ควรพบคุณหมอทันที เพราะแผลอาจติดเชื้อได้

วิธีการดูแลแผลผ่าคลอดไม่ให้ติดเชื้อ

นอกจากการดูแลแผลอย่างเคร่งครัดแล้ว คุณแม่ยังต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้ออีกด้วยนะคะ ทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

  • ก่อนกลับมาพักฟื้นที่บ้าน คุณแม่ควรสอบถามเรื่องการดูแลแผลจากคุณหมอให้เข้าใจเสียก่อน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  • หากต้องทานยาปฏิชีวนะ ควรทานจนหมด ไม่ควรหยุดยาเองหรือลดปริมาณโดยไม่ผ่านการวินิจฉัยของคุณหมอ
  • ทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างสม่ำเสมอ
  • เพราะคุณแม่ต้องให้นมลูก ดังนั้น ควรปรึกษาคุณหมอว่ามีท่าไหนบ้างที่จะสามารถอุ้มให้นมลูกได้โดยไม่ไปกดทับที่แผลขณะให้นม
  • ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพราะจะทำให้เสียดสีกับแผลได้
  • หากมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ให้ทำการตรวจวัดไข้ทันที
  • หากสงสัยว่าแผลอาจมีการติดเชื้อ ให้รีบไปพบคุณหมอ เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

ทั้งนี้ ทั้งนั้น คุณแม่หลังคลอดที่มีแผลผ่าตัด เมื่อหมดฤทธิ์ยาชาแล้วอาจจะมีอาการเจ็บหรือปวดแผลเป็นระยะ ซึ่งคุณหมอจะให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดของคุณแม่ แต่ที่สำคัญ คุณแม่ควรลุกเดินบ้าง เพื่อไม่ให้แผลติดเป็นพังผืด อาจจะเจ็บแผลบ้างแต่ก็จะฟื้นตัวและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้เร็วมากขึ้น อย่าลืมนะคะ เมื่อคุณแม่กลับบ้าน ยังมีลูกน้อยอีก 1 ชีวิตที่คุณแม่ต้องดูแล สู้ๆ นะคะ

แม่โน้ต

434,749 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความที่เกี่ยวข้อง "ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรให้ถูกวิธี ห่างไกลการติดเชื้อ"

บทความแนะนำ