ไลฟ์สไตล์

9ข้อ เช็คว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่ดีแล้วหรือยัง

ทันทีที่รู้ว่ามีลูก โดยเฉพาะลูกคนแรก คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านตั้งปณิธานว่า“จะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด” และ “จะเป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้”แต่…เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีอย่างที่ตั้งใจแล้วหรือยัง
วันนี้ผู้เขียนมีแนวทางการเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีมาฝากค่ะ



การเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดี…ต้องทำอย่างไร

1.ทำกิจกรรมร่วมกัน

เพราะการสร้างพื้นฐานที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจให้กับลูกตั้งแต่เล็กๆ จะทำให้ลูกเติบโตมาเป็นเด็กที่มี EQ (Emotional Quotient)ดี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาชวนลูกทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน เช่น วิ่งเล่น ปลูกต้นไม้ อ่านนิทาน วาดรูป ร้องเพลง หรือหากวันหยุดอาจพาลูกไปศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่ได้ทั้งสนุกและได้ทั้งความรู้อีกด้วยค่ะ

2.ไม่เปรียบเทียบลูกตัวเองกับคนอื่น

การที่จะสอนให้เด็กคนหนึ่งมีกริยามารยาทดี มีวินัย และรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบนั้น ต้องใช้เวลา เด็กบางคนสอนง่าย เด็กบางคนสอนยาก แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ค่อยๆ สอนไปทุกวันๆ ทำให้เค้าได้เคยชิน เค้าก็จะซึมซับได้เองจนติดเป็นนิสัยไปจนโต

เพราะฉะนั้น ถ้าทุกอย่างต้องใช้เวลา คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปรียบเทียบลูกเรากับใคร กลับกันการเปรียบเทียบนี้จะมีแต่ทำให้ลูกเสียใจนะคะ

3.พาลูกเดินเล่น และพูดคุยกับลูก

ข้อนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ตั้งแต่ลูกยังแบเบาะอุ้มเค้าพาเค้าเดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ ก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูกน้อย

ถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยสามารถเดินได้เอง ในระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่พาเค้าเดินเล่นให้ชวนลูกพูดคุยไปด้วย ชี้ชวนให้ดูดอกไม้หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ นอกจากจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในครอบครัวแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะความรู้รอบตัวให้กับเค้าอีกด้วยนะคะ

4.ความผิดลูกที่ผ่านไปแล้วก็ลืมๆ ไปบ้าง

คนเราต้องเคยทำผิด ทำพลาดกันมาแล้วทุกคน ขนาดผู้ใหญ่อย่างเราก็เคยทำผิดมาแล้วเช่นกันเพราะฉะนั้นเด็กที่เพิ่งเกิดมาไม่กี่ปีก็ย่อมต้องมีผิดพลาดแน่นอน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรยกเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาพูดอีก หรือเอามาเป็นประเด็นที่คอยจับผิดลูกตลอดไปจนกระทั่งลูกโตนะคะ

5.ใส่ใจในการเลือกอาหารให้ลูก

“โภชนาการที่ดี” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูก เรียกได้ว่าทันทีที่ลูกสามารถทานอาหารเสริมได้ คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเลือกอาหารให้ลูกน้อยโดยให้ลูกได้ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพราะการที่ลูกได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ จะส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางร่างกาย และส่งผลดีต่อสภาพจิตใจอีกด้วยนะคะ

6.ใส่ใจในพฤติกรรมของลูก

เด็กจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงวัยหากมีเวลาคุณพ่อคุณแม่ควรหาข้อมูลเพื่อรับมือกับลูกน้อยไว้ก็จะดีนะคะ เพราะเชื่อเหลือเกินว่าลูกๆ ต้องทำให้คุณพ่อคุณแม่โมโหได้ทุกวันแน่นอน แต่คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติ แล้วค่อยๆ หาจังหวะสอนเค้า หรือพูดคุยกับเค้าดีๆ เค้าก็จะฟังคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นค่ะ

7.เชื่อมั่นในตัวลูก

ผู้เขียนเคยพาลูกไปลองเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ลูกอายุได้ 2 ขวบกว่าๆ (คุณแม่อยากจะลองดูว่าถ้าลูกเราได้เข้าเรียนและเจอกับคุณครูแล้ว เค้าจะมีการปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน) พอเริ่มเรียนเค้าจะไม่อยู่นิ่ง เค้าเดินเรื่อยๆ ในห้อง คุณครูต้องเดินตาม (พอดีคลาสนั้นมีลูกเราเรียนคนเดียว) เรียนผ่านไปประมาณ 2-3ครั้ง เค้าสามารถเต้นหรือทำตามเพลงที่คุณครูสอนได้ จากเรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนรู้ว่าเด็ก แม้จะไม่อยู่นิ่ง แต่หูของเค้าฟังตลอดตาเค้าก็ดู แม้จะไม่ได้นิ่งดูตลอดเวลาก็ตามแต่เค้าก็สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดเพราะฉะนั้นอย่าดูถูกความสามารถนะคะ

8.เคารพในการตัดสินใจของลูก

เด็กในวัย 1-3 ขวบ จะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง อยากเลือกนู่นเอง เลือกนี่เอง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างเสื้อผ้า เตียงนอน ผ้าห่ม แปรงสีฟัน ฯลฯ หรือไปจนเรื่องของการสอนให้แบ่งปัน เพราะของบางอย่างก็เป็นของรักของหวงของลูก ลูกย่อมมีสิทธิที่จะไม่แบ่งปันของที่เค้ารักได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบังคับลูกนะคะ เพราะไม่เช่นนั้น เค้าจะมองว่า “การแบ่งปัน คือ การพลัดพรากสิ่งที่เค้ารักไป” แล้วเค้าจะไม่ชอบการแบ่งปันค่ะ

9.พร้อมที่จะกอดลูกเสมอ

ถึงแม้ในเวลาที่เค้ามีพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก เช่น ร้องกรี๊ด เอาแต่ใจ งอแง ไม่ฟังใคร ฯลฯ ลูก…ก็ยังคงต้องการความรัก ต้องการอ้อมกอดที่อบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่เหมือนเคย เพราะสิ่งนี้จะทำให้เค้ารู้ว่า ไม่ว่าเค้าจะเป็นอย่างไรก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่คอยให้กำลังใจ และอยู่เคียงข้างเค้าเสมอ

ทั้งหมดที่ผู้เขียนกล่าวมา เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีครบหมดค่ะ เพียงแต่ว่า เวลาที่ลูกๆ ทำให้โมโห บางข้อด้านบนก็อาจหายไปบ้าง เพราะฉะนั้นทางที่ดี คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติ ก่อนที่จะทำหรือพูดอะไรกับลูกอย่าลืมนะคะ อย่าดูถูกความสามารถลูก เพราะเค้าจะจำในสิ่งที่เราพูดได้ทุกคำเลยทีเดียว

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. การออมเงินอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องรีบ…
  2. แต่งห้องนอนลูกน้อยดี พัฒนาการดี
  3. มาจัดการโซเชียลมีเดียให้ลงตัวกับ…
  4. รับมือกับปัญหาท้องก่อนวัยอันควรอ…
  5. ระหว่าง พ่อ vsแม่ ลูกจะมีนิสัยเห…
  6. เตรียมสัมภาระ พาลูกเที่ยวต่างประ…
  7. เลือกเสื้อผ้าให้คุณแม่ตั้งครรภ์อ…
  8. มาเรียนรู้วิธีคลายเครียดฉบับคุณแ…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP