สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

เปิดรายชื่อยาที่คนท้องห้ามทาน!

ระหว่าง 9 เดือนที่คุณแม่ต้องอุ้มท้องลูกนั้น แน่นอนคงต้องมีซักวันที่คุณแม่จะไม่สบายบ้าง ปวดเมื่อยเนื้อตัวกันบ้าง ถ้าไม่ได้ท้อง “ยา” จะเป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณแม่จะนึกถึงเพื่อช่วยบรรเทาอาการ แต่…หากแม่ท้อง ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ หรือทางที่ดีปรึกษาคุณหมอที่คุณแม่ฝากครรภ์ค่ะว่ายาอะไรที่คนท้องห้ามทาน



การใช้ยาในคนท้อง

หากคุณแม่เกิดมีอาการไม่สบาย การเลือกใช้ยานั้นมีผลมาก เพราะยาจะส่งผลต่อลูกในท้องโดยผ่านทางรก ยาบางชนิดมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกในท้องได้ ทั้งนี้ รวมถึงผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีโอกาสตั้งท้องอาจจำเป็นต้องมีการประเมินเรื่องการใช้ยาร่วมด้วยค่ะ
ยาบางชนิดนอกจากจะมีผลกับลูกในท้องในระยะครรภ์3-4 เดือนแรกแล้ว อาจยังมีผลต่อลูกในระยะใกล้คลอด หรืออาจมีผลต่อการแข็งตัวของหลอดเลือดในระหว่างการคลอดอีกด้วยค่ะ

ผลของการทานยาต้องห้ามสำหรับคนท้อง

หาคุณแม่ท้องได้รับยาต้องห้ามเข้าไป ผลที่เกิดขึ้นกับลูกในท้องแต่ละระยะจะไม่เหมือนกัน โดยแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะปฏิสนธิไม่ปฏิสนธิหรือแท้ง
  • ระยะ 1-2 สัปดาห์แรก(ระยะเอ็มบริโอก่อนฝังตัว) ส่งผลให้เซลล์ลดลงและแท้ง
  • ระยะ 2-8 สัปดาห์(ระยะสร้างอวัยวะต่างๆ) ลูกจะพิการตั้งแต่กำเนิด, เกิดมะเร็งในภายหลัง, ลูกในท้องเติบโตช้า
  • ระยะ 3-9 เดือน ลูกมีน้ำหนักตัวน้อย, การเจริญเติบโตของศีรษะและระบบประสาทผิดปกติ, อวัยวะเพศภายนอกมีความผิดปกติ

ปัจจัยในการเลือกใช้ยาสำหรับคนท้อง

การเลือกใช้ยาสำหรับคนท้องต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยด้วยกัน

1.ช่วงอายุครรภ์ที่ได้รับยาหรือสารเคมี

แบ่งเป็น 3 ไตรมาส ได้แก่

  • ไตรมาสที่ 1 คือ อายุครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 0-3
  • ไตรมาสที่ 2 คือ อายุครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4-6
  • ไตรมาสที่ 3 คือ อายุครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 7-9

เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อลูกในท้องตั้งแต่ไตรมาสแรก หรือบางชนิดก็มีผลในทุกไตรมาส ซึ่งทางที่ดีในไตรมาสแรกคุณแม่ควรเลี่ยงการใช้ยาก่อนนะคะ เพื่อป้องกันผลเสียที่เกิดขึ้นกับลูกในท้องค่ะ

2.ชนิดและปริมาณของยาหรือสารเคมีที่ได้รับ

หากคุณแม่จำเป็นที่จะต้องใช้ยา ควรใช้ในขนาดที่ต่ำที่สุดในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ควรใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันหรือการใช้ยาสูตรผสมในการรักษาโรคต่างๆ

3.ปัจจัยทางพันธุกรรม

4.ภาวะของตัวคุณแม่เอง

เช่น อายุ ภาวะโภชนาการ หรือโรคประจำตัว

5.คุณแม่ท้องควรเลือกวิธีการรักษาโดย “ไม่ใช้ยา” เป็นอันดันแรก

แต่หากไม่ได้ผล ค่อยใช้ยาในการรักษา แต่ก็ควรใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดและระยะเวลาสั้นที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกในท้องได้รับอันตรายจากการใช้ยา

6.การจะใช้ใดๆ ก็ตามควรอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอหรือเภสัชกรอย่างใกล้ชิด

การจัดกลุ่มยาตามความปลอดภัยของลูกน้อยในท้อง

องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดกลุ่มยาตามความปลอดภัยของทารกในครรภ์ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1. Pregnancy Category A จากการศึกษาในมนุษย์พบว่าไม่มีอันตรายต่อลูกในท้อง
  2. Pregnancy Category B จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ยาที่อยู่ในประเภทนี้ไม่มีความเสี่ยงในการทำให้ตัวอ่อนในท้องผิดปกติ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น ยาในกลุ่มนี้สามารถใช้ได้กับคุณแม่ท้องได้อย่างปลอดภัย
  3. Pregnancy Category C จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ยานี้มีความเสี่ยงที่จะให้ตัวอ่อนในครรภ์ผิดปกติ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์ ดังนั้น การใช้ยาในกลุ่มนี้ควรมี “การประเมิน” จากคุณหมอระหว่างประโยชน์ที่ได้รับยากับความเสี่ยงต่อความผิดปกติของลูกในท้อง โดยเน้นที่ได้ประโยชน์มากกว่าอันตราย
  4. Pregnancy Category D ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ เป็นยาที่มีความเสี่ยงผิดปกติต่อลูกในท้อง ดังนั้น คุณหมอต้องพิจารณาแล้วว่าหากใช้ยานี้ต้องได้รับประโยชน์มากกว่าโทษ จะใช้ในกรณีที่ต้องช่วยชีวิตคุณแม่หรือใช้รักษาโรคที่ร้ายแรงซึ่งไม่สามารถใช้ยาที่ปลอดภัยมากกว่าได้หรือไม่ได้ผลตามที่คุณหมอต้องการ
  5. Pregnancy Category X จากการศึกษาพบว่ายาในกลุ่มนี้มีผลทำให้ลูกในท้องมีความผิดปกติ และมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายมากกว่าประโยชน์ ดังนั้น ยาประเภทนี้ห้ามใช้ในคุณแม่ท้องหรือผู้หญิงที่มีความเสี่ยงที่จะท้อง

ขอบคุณภาพจาก : amarinbabyandkids

ผู้เขียนบทความ

แม่โน้ต

แม่โน้ต

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. คนท้องขาบวม อย่ามองว่าเรื่องเล็ก…
  2. คนท้องนวดได้ไหม จะอันตรายกับลูกใ…
  3. สุขภาพช่องปากเรื่องที่ห้ามมองข้า…
  4. คุณแม่ท้องสามารถให้นมลูกคนพี่ได้…
  5. รับการตรวจดาวน์ซินโดรม (Down Syn…
  6. ต้องระวัง! หากคุณแม่มีอาการปวดหั…
  7. คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่…ห้าม…
  8. การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP