สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

ยาต้องห้ามสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ อาจเกิดการเจ็บป่วยได้ เมื่อมีอาการเล็กๆ น้อยๆ คุณแม่บางท่านเลือกที่จะดูแลตัวเองมากกว่าจะไปพบแพทย์ ก็มักจะไม่พ้นการใช้ยา ซึ่งยาบางกลุ่มอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นบทความนี้จึงนำเรื่องยาที่ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์มาให้คุณแม่ได้ทราบไว้จะได้ระวังค่ะ

เมื่อคุณแม่ใช้ยาจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้วย เพราะยาในกระแสเลือดของคุณแม่จะซึมผ่านรกเข้าสู่กระแสเลือดของทารกในครรภ์ เช่นเดียวกับน้ำ สารอาหาร และออกซิเจนที่ทารกได้รับทางสายสะดือ ดังนั้น ยาจึงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้โดยขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ อายุของทารกในครรภ์ และชนิด/ขนาดของยาที่คุณแม่รับประทาน ยาบางชนิดนอกจากจะมีผลต่อลูกน้อยในครรภ์ในระยะ 3-4 เดือนแรกแล้ว ยังอาจมีผลต่อทารกในระยะใกล้คลอด หรือมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดในระหว่างการคลอดได้ด้วย



ยาต้องห้ามโดยเด็ดขาด

เพราะเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยมีดังนี้

1.ยาลดไขมันในเลือด กลุ่ม Statins

ได้แก่ Simvastatin, Rosuvastatin, Atorvastatin ปกติยากลุ่มนี้คุณแม่ไม่สามารถหาซื้อมารับประทานเองได้ หากไม่ได้รับการตรวจไขมันในเลือดก่อน แต่หากเป็นคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องนี้แล้วใช้ยานี้มาก่อนตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนที่จะวางแผนตั้งครรภ์ หรือหากตั้งครรภ์กะทันหัน ควรรีบหยุดยานี้แล้วปรึกษาแพทย์ด่วนค่ะ

2.น้ำมันโบราจ (Borage Oil)

น้ำมันโบราจเป็นอาหารเสริมที่ได้จากการสกัดน้ำมันจากเมล็ดพืช Starflower ที่พบในแถบเอเชีย ยุโรป และแอฟริกาใต้ โดยมีสรรพคุณด้านความงาม เกี่ยวกับผิวพรรณ มีโอเมก้า 6 เป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา คุณแม่ต้องจำไว้เลยนะคะว่าถ้าจะหาซื้ออาหารเสริมบำรุง ต้องหลีกเลี่ยงชนิดนี้เด็ดขาด เพราะมีผลอาจทำให้เกิดการแท้งและทารกพิการได้ค่ะ

3.น้ำมันละหุ่ง (Caster Oil)

เมื่อตั้งครรภ์อาจเกิดภาวะท้องผูกได้ ฉะนั้นต้องระวังหากคุณแม่จะหาตัวช่วยจำพวกยาระบาย ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะน้ำมันละหุ่ง เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นลำไส้อย่างแรง อาจสะเทือนถึงมดลูกได้เลยทีเดียว หรือแม้แต่พวกยาระบายเม็ดเหลือง (Bisacodyl) หรือมะขามแขกก็ด้วยนะคะ หาตัวช่วยเบาๆ แบบธรรมชาติอย่างเม็ดแมงลัก หรือ Milk of Magnesia จะดีกว่าค่ะ

4.ยาคุมกำเนิดรวมถึงฮอร์โมนที่ใช้สำหรับเพศหญิง

แน่นอนว่าตั้งครรภ์แล้วคงไม่จำเป็นต้องใช้ยาคุมกำเนิดแล้วละค่ะ (ก็ท้องแล้วจะคุมอีกทำไมละคร้า) แต่สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ไม่รู้ตัว แล้วยังเผลอใช้ยาคุมกำเนิดอยู่ ในที่นี้จะพูดถึงยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม แบบที่เป็น 21 เม็ดหรือ 28 เม็ด มีความอันตรายมากควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป แต่ถ้าเป็นยาคุมกำเนิดชนิดฉุกเฉินอาจจะไม่ร้ายแรงเท่าแบบฮอร์โมนรวม และไม่มีผลต่อการแท้ง (ในข้างกล่องเขาก็บอกนะคะ เผื่อมีบางคนหวังว่าจะใช้ยานี้ทำแท้ง) ยาฮอร์โมนอีกชนิดที่อันตรายร้ายแรงก็คือ Clomiphene ที่ใช้เร่งการตกไข่

5.ยาแก้ปวดไมเกรน

ตัวที่ห้ามใช้เด็ดขาด คือ Ergotamine (พวก Cafegot, Avamigran, Tofago) แต่ถ้าเป็นพวกกลุ่มที่ใช้แก้ปวดและลดการอักเสบด้วย เช่น Ibuprofen, Ponstan ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ถึงแม้ไม่ได้มีข้อห้ามแต่ก็มีข้อควรระวังเฉพาะบางไตรมาสที่มีความเสี่ยงค่ะ

6.ยารักษาสิว

จำชื่อให้ขึ้นใจเลยนะคะ ว่าอย่าใช้เด็ดขาด Isotretinoin รวมถึงยาแต้มสิวกลุ่มกรดวิตามินเอ Retin-A, Differin ยาพวกนี้ที่จริงแล้วต้องหยุดก่อนเริ่มตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังรักษาสิวอยู่ควรคุมกำเนิดไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ

7.ยาฆ่าเชื้อบางชนิด

ต้องระวังโดยเฉพาะกลุ่ม Fluoroquinolones เพราะหาซื้อได้ตามร้านขายยา ได้แก่ยา Norfloxacin, Ciprofloxacin มักใช้ในกรณีติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือท้องเสีย ซึ่งในหญิงตั้งครรภ์อาจเกิดขึ้นได้ และถ้าคุณแม่ไปร้านยาอย่าลืมแจ้งทุกครั้งว่าตนกำลังตั้งครรภ์ หรือถ้าได้รับยานี้มา จงจำไว้เลยค่ะว่า “ห้ามกิน”

8.ยาลดความดัน กลุ่ม ACEI

ปกติยากลุ่มนี้มักจะสั่งจ่ายโดยแพทย์ เมื่อมีการวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ถ้าคุณแม่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และเคยได้รับยานี้มาก่อน ก็ให้รีบแจ้งแพทย์แล้วหยุดยานี้ซะ

9.ยากดภูมิคุ้มกัน

ยา Methotrexate เป็นยาที่ใช้ในโรคมะเร็ง แต่ปกติแล้วคนที่ได้รับยานี้มักจะเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลเท่านั้น และมักให้คุมกำเนิดอยู่แล้วระหว่างใช้ยานี้

10.ยาอดบุหรี่

คุณแม่บางท่านอาจเคยสูบบุหรี่ก่อนท้อง และต้องการเลิกบุหรี่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาอดบุหรี่ที่เป็น หมากฝรั่งนิโคติน, แผ่นแปะนิโคติน หรืออื่นๆ ที่มีส่วนประกอบของนิโคติน ยังมีวิธีอื่นอีกเยอะแยะในการเลิกบุหรี่ ลองปรึกษาเภสัชกรดูก่อนนะคะ

11.ยากันชัก

ที่เคยเป็นข่าวดังจนวงการแพทย์ตื่นตัวครั้งใหญ่ก็คือ ทาลิโดไมน์ แต่อยู่ดีๆ ก็คงไม่มีคุณแม่คนไหนไปกินหรอกนะคะ ถ้าไม่ได้เป็นโรคลมชักอยู่แล้ว

12.ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ยา Warfarin ขนาดคนปกติกินยังมีผลต่อลิ่มเลือดเลยค่ะ แล้วคนท้องกินไปแน่นอนลิ่มเลือดที่จะไปสร้างตัวอ่อนในครรภ์ย่อมมีปัญหาแน่นอน ปกติยานี้สั่งจ่ายกันเฉพาะในโรงพยาบาลอยู่แล้ว และควรคุมกำเนิดระหว่างใช้ยาค่ะ

ผู้เขียนบทความ

ศิริวดี สุขมีศรี (พลอย)
 

Author archive

เภสัชกรประจำร้านยาที่พร้อมจะให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกน้อย
ถึงแม้จะยังไม่เคยผ่านการเลี้ยงลูกของตัวเองมาก่อน แต่ก็มีประสบการณ์เป็นพี่เลี้ยงเด็กในตำนานที่เลี้ยงตั้งแต่ทารกจนถึงวัยอนุบาลเลยค่ะ



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. รับมือกับอาการแพ้ท้องอย่างไรดี?
  2. คนท้องนวดฝ่าเท้าหรือกดจุดฝ่าเท้า…
  3. แค่คลอด…ไม่ต้องเครียด
  4. คุณคือคนที่มีลูกยากใช่หรือไม่มาเ…
  5. ฮอร์โมนสำคัญที่คนท้องควรรู้ ฮอร์…
  6. จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการนี้คือลูก…
  7. คุยกับลูกในท้องอย่างไรให้ได้ประโ…
  8. มีลูกยาก หากไม่ออร์แกนิค

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP