สุขภาพช่วงตั้งครรภ์

ปวดท้อง…ถ่ายลำบาก…ภาวะท้องผูกขณะตั้งครรภ์

แบบไหนถึงเรียกว่าท้องผูก?

อาการท้องผูก คือ เป็นความรู้สึกถึงความไม่สบายท้องซึ่งเกิดจากการบีบตัวของลำไส้เป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่บ่อยเท่าที่ควร และมีการถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็ง ซึ่งอาการนี้มักพบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ กว่า 50% รู้สึกอึดอัดไม่สบาย ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจนนำไปสู่อาการของริดสีดวงทวารหนัก เนื่องจากการเบ่งทำให้เส้นเลือดบริเวณนั้นโป่งพอง รวมถึงอุจจาระที่แข็งอาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาด จึงเกิดอาการคัน และเจ็บปวดเวลาถ่ายอุจจาระ



สาเหตุของอาการท้องผูก

  1. ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์เพื่อเตรียมร่างกายแม่ให้พร้อมกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์จนกระทั่งคลอด ทำให้กล้ามเนื้อลำไส้ผ่อนคลายและหดตัวได้น้อยลง มีผลทำให้อาหารและของเสียเคลื่อนตัวผ่านทางเดินอาหารได้ช้าลง อุจจาระจึงค้างในลำไส้นานก็เริ่มแข็งตัวมากขึ้นเพราะถูกดึงน้ำจากกากกลับเข้าสู่ลำไส้ อุจจาระจึงกลายเป็นก้อนแข็ง หรือผิดรูปทำให้ระคายเคืองท้อง ถ่ายออกได้ลำบาก
  2. มดลูกขยายใหญ่ขึ้น จึงมีการเบียดบังพื้นที่อื่นของอวัยวะภายในเช่นกระเพาะอาหารและลำไส้ พอทางเดินอาหารมีพื้นที่แคบลง อุจจาระก็ลำเลียงไปยังลำไส้ตรงและทวารหนักได้ยากขึ้น
  3. อาหารเสริม วิตามินรวม และแร่ธาตุสำหรับบำรุงครรภ์ โดยเฉพาะธาตุเหล็กและแคลเซียมมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องผูกได้อยู่แล้ว เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องได้สารอาหารเหล่านี้ที่เพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งท้องผูกมากกว่าคนธรรมดาไปอีก
  4. ภาวะเครียดและอดนอน ทั้งสองอย่างนี้มักเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้

วิธีการปฏิบัติตัวและป้องกันอาการท้องผูก

  1. เพิ่มปริมาณใยอาหาร โดยเฉพาะใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยดูดซับน้ำขณะของเสียเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ และเป็นการเพิ่มเนื้ออุจจาระ ช่วยให้อุจจาระนิ่ม และทำให้การบีบตัวของลำไส้เป็นไปตามปกติ จึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ แหล่งที่มีปริมาณใยอาหารมาก ได้แก่ ผลไม้ ผัก เมล็ดถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้องและข้าวไม่ขัดสี ข้าวโอ๊ต รำข้าว เมล็ดแมงลัก ลูกพรุน
  2. ดื่มน้ำมากๆ โดยน้ำจะช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน อาจเป็นน้ำเปล่า น้ำผลไม้ ซุป นมถั่วเหลือง น้ำข้าวบาร์เล่ย์
  3. บริโภคผลิตภัณฑ์จากนมที่มีส่วนผสมของพรีไบโอติกหรือโพรไบโอติก ได้แก่ โยเกิร์ตชนิดไขมันต่ำที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติค หรือจะเป็นนมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีพรีไบโอติค
  4. ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ในระดับเบาจนถึงปานกลาง จะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ เช่นกิจกรรม การเดิน ว่ายน้ำ และออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ประมาณ 20-30 นาทีไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์

ผู้เขียนบทความ

ศิริวดี สุขมีศรี (พลอย)

ศิริวดี สุขมีศรี (พลอย)

Author archive

เภสัชกรประจำร้านยาที่พร้อมจะให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพทั้งคุณแม่และลูกน้อย
ถึงแม้จะยังไม่เคยผ่านการเลี้ยงลูกของตัวเองมาก่อน แต่ก็มีประสบการณ์เป็นพี่เลี้ยงเด็กในตำนานที่เลี้ยงตั้งแต่ทารกจนถึงวัยอนุบาลเลยค่ะ



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. อายุของคุณแม่จะมีผลต่อการตั้งครร…
  2. คนท้องขาบวม อย่ามองว่าเรื่องเล็ก…
  3. ทำไมคนท้องต้องติดเข็มกลัด ?
  4. ต้องระวัง! หากคุณแม่มีอาการปวดหั…
  5. ท้องอ่อน…ห้าม! ทำอะไรบ้าง?
  6. ฮอร์โมนสำคัญที่คนท้องควรรู้ ฮอร์…
  7. รับการตรวจดาวน์ซินโดรม (Down Syn…
  8. 5 โรคที่ชอบมาทักทายช่วงคุณแม่ตั้…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP