มะเร็งเต้านม ถือว่าเป็นโรคร้ายที่พบได้มาก เป็นอันดับ 1 จากค่าเฉลี่ยของผู้หญิงในทุกประเทศทั่วโลก แต่ทั้งนี้ก็ยังเป็นโรคที่สามารถพบได้ในเพศชายด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคร้ายนี้ จะค่อนข้างมีความน่ากลัว แต่ในปัจจุบันก็มีการยืนยันแล้วว่า หากพบมะเร็งเต้านมในช่วงระยะแรกก็จะมีโอกาสในการรักษาให้ได้ผลมากกว่าในระยะอื่นๆ ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคุณแม่ในการเฝ้าระวังสัญญาณเตือนต่างๆ ของโรคร้ายนี้ เราได้เตรียมข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่น่าสนใจมาให้แล้วที่นี่
สารบัญ [show]
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คืออะไร
มะเร็งเต้านม คือ ความผิดปกติที่เกิดมาจากเซลล์ภายในบริเวณเต้านม ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับเซลล์ท่อน้ำนม และเมื่อเกิดมะเร็งขึ้นบริเวณเซลล์เหล่านั้น อาจมีการแบ่งตัวจนทำให้ความผิดปกติเหล่านี้ ขยายตัวและลุกลามไปยังเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงได้ ซึ่งการลุกลามเหล่านี้ จะเดินทางภายในร่างกายผ่านทางเดินของน้ำเหลืองนั่นเอง
สาเหตุมะเร็งเต้านม เกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุของมะเร็งเต้านม ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ภายในบริเวณเต้านม นอกจากนี้ ยังพบความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่สามารถควบคุมได้ และไม่สามารถควบคุมได้ โดยมีการแบ่งปัจจัยเสี่ยงไว้ ดังต่อไปนี
ความเสี่ยงที่ควบคุมได้
อยู่ที่ลักษณะการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย กิจกรรมต่างๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่างๆ ได้ อีกทั้งการทานยาคุมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงในมะเร็งเต้านมได้เช่นเดียวกัน
ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้
เกิดจากการที่ผู้มีปัจจัยเสี่ยงนั้น มีคนภายในครอบครัวเคยมีประวัติการเป็นโรคนี้มาก่อน นอกจากนี้ ยังสามารถพบได้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
มะเร็งเต้านม มีกี่ระยะ
ในปัจจุบัน มะเร็งเต้านมถูกแบ่งออกเป็น 4 ระยะ โดยการแบ่งออกนั้น เพื่อแนวทางในการป้องกันเบื้องต้น หรือสามารถทำให้ผู้มีความเสี่ยง สามารถพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่สัญญาณเตือนในระยะแรกได้ไวมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละระยะ จะมีสัญญาณเตือน ดังต่อไปนี้
ระยะที่ 1
มะเร็งเต้าอาการเตือนของมะเร็งในระยะแรก อาจจะยังไม่มีอาการที่บ่งชี้ได้ แต่จะมีเริ่มมีก้อนเนื้องอกที่มีขนาดเล็กมากกว่า 2 เซนติเมตร
ระยะที่ 2
ก้อนมะเร็งในระยะนี้ จะเริ่มมีขนาดใหญ่กว่าระยะแรกอยู่ที่ประมาณ 2 เซนติเมตร จนไปถึง 5 ซม. แต่เชื้อจะยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังบริเวณต่างๆ ของร่างกาย
ระยะที่ 3
ขนาดของก้อนมะเร็งในระยะนี้ จะเริ่มมีขนาดที่ประมาณ 2 นิ้ว และอาจลุกลามไปยังบริเวณต่างๆ หรือบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงได้
ระยะที่ 4
มะเร็งในระยะนี้จะเป็นระยะสุดท้าย เนื่องจากเซลล์ของมะเร็งมีการแบ่งตัวไม่หยุด ทำให้มีการกระจายไปยังบริเวณต่างๆ ของร่างกาย จนไม่สามารถควบคุมได้ ในระยะนี้ ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตมากที่สุด และต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาการทุเลาลง
มะเร็งเต้านม สามารถป้องกันได้หรือไม่
ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่ทราบได้เพียงแค่ปัจจัยเสี่ยงเท่านั้น เพราะในช่วงระยะนี้ของมะเร็ง ผู้ป่วยจะไม่สามารถสังเกตอาการต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นเพียงอาการเล็กน้อย โรคมะเร็งจึงถือว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่จะต้องได้รับการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจรักษาโดยแพทย์อย่างถูกวิธี
สัญญาณเตือนของโรค ที่สามารถสังเกตได้
อาการผิดปกติเหล่านี้ เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้น ที่สามารถสังเกตได้ และอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหรือไม่ หากพบเจอสัญญาณเตือนอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถเข้าพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุได้ทันที
ก้อนเนื้อบริเวณเต้านม หรือ ใต้รักแร้
หากคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณเต้านม อาจมีปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมได้ โดยวิธีนี้ เป็นวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยก้อนเนื้อนั้นจะกดเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
รูปร่างของเต้านมผิดปกติ
จำเป็นต้องคอยสังเกตลักษณะเต้านมของตนเอง ว่ามีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด หากเริ่มรู้สึกว่าเต้านมมีรูปร่างที่ผิดปกติไปจากเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนระยะเริ่มต้นของมะเร็งเต้านมได้
ผิวหนังของเต้านม
สีของผิวหนังบริเวณเต้านม หรือลานหัวนมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจเกิดจากความผิดปกติที่เกิดจากเซลล์มะเร็งเริ่มลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อ ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย
มีของเหลวออกจากหัวนม
ของเหลวที่ไหลออกมาจากหัวนม อาจเป็นน้ำเหลือง หรือมีสีคล้ายกับเลือดก็ได้ เมื่อพบความผิดปกตินี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียด
มีอาการเจ็บเต้านมในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน
โดยปกติแล้ว เพศหญิงจะมีการเจ็บบริเวณเต้านมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงที่มีประจำเดือน แต่หากเริ่มเจ็บเต้านมทั้งๆ ที่ไม่ใช่รอบของประจำเดือน อาจเป็นความผิดปกติจากเซลล์มะเร็งได้
ผื่นคันบริเวณเต้านม
เกิดผื่นคันบริเวณผิวหนังที่เต้านม ซึ่งผื่นคันเหล่านี้ จะมีลักษณะที่เมื่อรักษาแล้ว จะไม่หายขาด หรือเกิดเป็นสะเก็ดแผลได้ อาการเหล่านี้ อาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งเริ่มลุกลามมาบริเวณผิวหนังแล้วนั่นเอง
จะเห็นได้ชัดเจนว่ามะเร็งเต้านม ถือว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราอาจจะไม่รู้ตัวเลย หากไม่ลองสังเกตชัดๆ ด้วยตนเอง ตามที่เราได้กล่าวข้างต้นเพราะทุกคนล้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมได้ ดังนั้นวิธีป้องกันตนเองที่ดูจะได้ผลที่สุด นั่นก็คือการหมั่นสังเกตและตรวจเช็คความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเราพบเจอความผิดปกตินี้ได้เร็วมากเท่าไร ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษามากยิ่งขึ้นเท่านั้น