9 ของใช้สำหรับเด็ก ใช้ผิด ชีวิตลูกเปลี่ยน

9 ของใช้สำหรับเด็ก ใช้ผิด ชีวิตลูกเปลี่ยน
ไลฟ์สไตล์

ของใช้สำหรับเด็ก มีหลาย ๆ อย่างที่สามารถเป็นเครื่องทุ่นแรงของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี แต่ทุกอย่างเปรียบเสมือนเหรียญที่มีสองด้านเสมอ มีเงาก็ต้องมีแสงฉันใด ของใช้สำหรับเด็กก็เช่นกัน วันนี้โน้ตจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปดูกันค่ะว่า 9 ของใช้สำหรับเด็กที่ว่านี้มีอะไรบ้างที่ควรใช้อย่างระมัดระวัง

9 ของใช้สำหรับเด็ก ใช้ผิด ชีวิตลูกเปลี่ยน

จุกนมหลอก

ตามหลักจิตวิทยาแล้ว ความสุขของทารกแรกเกิด เริ่มจากปากก่อน โดยการใช้ปากดูด, เคี้ยว หรือกัด การใช้จุกนมหลอกจะช่วยให้เด็กคลายเครียดและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยได้ แต่การใช้จุกนมหลอกไปนาน ๆ  จะส่งผลให้ฟันที่ขึ้นใหม่นั้นผิดรูปได้ หรือแป้นที่ใหญ่เกินไปก็อาจจะไปปิดจมูกลูก ทำให้หายใจได้ไม่สะดวก ดังนั้น ควรเลือกจุกนมที่มีขนาดพอดีและควรเลิกใช้จุกนมหลอกก่อนอายุ 4 ขวบนะคะ เพื่อป้องกันฟันผิดรูปค่ะ

ห่วงยาง

เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คุณพ่อคุณแม่วางใจว่าจะช่วยให้ลูกน้อยมีความปลอดภัยได้เมื่อต้องลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ แต่…อันตรายอยู่ตรงนี้ค่ะ กับห่วงยางวงกลม หรือห่วงยางโดนัท เมื่อเอาลูกใส่ตรงกลางรูโดนัท ลูกอาจเกิดหลุดออกจากห่วงยางได้ หรือการที่เอาขาสอดเข้าห่วงยาง ลูกโน้มตัวไปด้านหน้ามากไปก็ทำให้หน้าลูกคว่ำ จนไม่สามารถพลิกกลับมาหรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งห่วงยางที่ปลอดภัยนั้น แนะนำว่าควรใช้แบบเสื้อชูชีพ และที่สำคัญ ควรอยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอ ไม่ปล่อยให้ลูกเล่นน้ำคนเดียว

รถหัดเดิน

อันตรายจากรถหัดเดิน คือ ไม่ควรเล่นใกล้กับพื้นที่ลาดเอียง, ควรระวังไม่ให้ลูกไถรถเร็วเกินไป เพราะอาจเกิดอบัติเหตุพลิกคว่ำได้ และที่สำคัญ มีงานวิจัยหลายชิ้นงานระบุว่า ความจริงแล้วรถหัดเดินไม่ได้ช่วยในเรื่องพัฒนาการเดินเลย เนื่องจากเด็กใช้เพียงปลายเท้ายังพื้นนิดเดียว รถก็วิ่งได้เร็วแล้ว สุดท้ายกลายเป็นว่า เมื่อไม่มีรถหัดเดิน ลูกจะเดินแบบเขย่งเท้า ซึ่งเท่ากับว่าต้องเริ่มฝึกเดินกันใหม่

เบาะกันกระแทก

เบาะกันกระแทกที่ใช้สำหรับวางกั้นขอบเตียง เพื่อป้องกันเด็กกระแทกกับซี่ของเตียง ซึ่งส่วนนี้อาจต้องคอยระวัง เนื่องจากอาจเกิดกรณีที่เด็กพลิกตัวหันเข้าหาเบาะกระแทก แล้วอาจไม่สามารถพลิกตัวกลับมา อาจเสี่ยงต่อเด็กหายใจไม่ออกได้

เก้าอี้เป่าลม

ด้วยความที่วัสดุของเบาะทำจากพลาสติก เมื่อเป่าลมและนำไปใช้ในห้องน้ำอาจเกิดการลื่นได้ รวมไปถึงไม่ควรให้ลูกน้อยนั่งที่เก้าอี้เป่าลมเพียงลำพัง เนื่องจากอาจเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เด็กอาจหงายหลัง และได้รับบาดเจ็บได้

เตียงนอนเด็ก

อันตรายที่เกิดจากเตียงเด็ก ได้แก่ ความถี่-ห่างระหว่างซี่เตียงไม่ควรห่างกันมากจากเกินไป เนื่องจากเด็กอาจจะเอาศีรษะรอดออกได้ แต่อาจจะเอากลับเข้าไปไม่ได้ เป็นต้น

เก้าอี้ไฮแชร์

หรือที่คุ้นกันดีในชื่อของ เก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก การใช้เก้าอี้นี้ส่วนมากก็เพราะความสะดวกสบายขณะที่นั่งทานข้าวพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ แต่อันตรายมักจะอยู่ที่ลูกอาจจะนั่งโยกตัวไปมา หรือลูกลุกขึ้นยืน เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยให้ลูก อาจเสี่ยงต่อเก้าอี้ล้มหรือลูกอาจจะตกลงมาจากเก้าอี้ได้

เป้อุ้มเด็ก

เป้อุ้มเด็กก็เป็นอีกหนึ่งของใช้สำหรับเด็กที่อาจเกิดอันตรายต่อเด็กได้ เนื่องจากขอบการตัดเย็บของเป้ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีคมากรอบพับของผ้า รวมไปถึงตัวเป้เองไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากเท่าที่ควร

รถเข็นเด็ก

ในรถเข็นเด็กไม่ควรมีตุ๊กตาหรือผ้ามากนัก เนื่องจากขณะที่เด็กหลับผ้าหรือตุ๊กตาอาจปิดบริเวณจมูก ทำให้ลูกหายใจไม่ออก ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเรื่องการเข็นรถเข็นเด็ก เนื่องจากหากรถไม่มีที่ล็อคล้อ รถอาจไหลไปเองจนทำให้เกิดอุบัติเหตุในแบบที่ไม่คาดฝันได้

สังเกตได้ว่าของใช้สำหรับเด็กในแต่ละข้อนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยการใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยกันอีกสักนิด และในขณะที่ของใช้บางอย่างอาจไม่จำเป็นต้องใช้เสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น ถ้าไม่อยากให้ลูกได้รับบาดเจ็บ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าอะไร ควรพิจารณาให้รอบด้านก่อนนะคะ เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้เลี้ยงลูกอย่างมีความสุขค่ะ


แม่โน้ต

3,064,677 views

Mommy Blogger ที่มียอดวิวในเว็บไซต์ simplymommynote.net มากกว่า 200,000 วิว ต่อเดือน ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Tradigital รักการเขียน มีลูกสาว และครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ชอบเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และสิ่งใหม่ ๆ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ