วิธีเคาะปอด ระบายเสมหะให้ลูก ทำได้เองที่บ้าน

พัฒนาการเด็กและสุขภาพลูกวัย 1-3 ขวบ

เดือนนี้เดือนมกราคม 2562 แล้ว อากาศในบางพื้นที่ยังหนาวอยู่ บางที่เย็น บางที่ทั้งเย็น ทั้งฝนตก และแน่นอนเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างนี้ เด็กส่วนใหญ่จะปรับร่างกายไม่ทัน ส่งผลให้ป่วย ไข้ ไอ จามไปตามๆ กัน

จากอาการที่ว่ามานี้ “อาการไอ” เป็นอะไรที่หายช้าสุด บางรายไอแห้ง บางรายไอแบบมีเสมหะ แต่หากลูกไอแบบมีเสมหะนานๆ คงไม่ดีแน่ แล้วคุณพ่อคุณแม่จะช่วยอะไรลูกได้บ้าง?

การเคาะปอด” เพื่อช่วยระบายเสมหะให้ลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ที่บ้านนะคะ ผู้เขียนก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน พบว่าตอนกลางคืนจากที่เคยไอแบบนอนไม่ได้กันทั้งบ้าน พอหลังจากเคาะปอดให้ลูก ลูกหลับยาวขึ้นและไอน้อยลง วันนี้ผู้เขียนมีวิธีการและรายละเอียดมาฝากค่ะ



สาเหตุ “การไอ

การไอเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในระบบทางเดินหายใจ ร่างกายก็จะพยายามกำจัดออกด้วยการไอ แต่เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถบ้วนเสมหะออกมาเองได้ ดังนั้น การเคาะปอดร่วมกับการจัดท่าเคาะปอดให้ถูกต้องก็จะเป็นกันช่วยลูกระบายเสมหะที่ติดออกมาได้

อาการไหนที่แสดงว่าต้องเคาะปอด

  1. ไอบ่อย มีเสมหะมาก หายใจครืดคราด
  2. จากภาพรังสีทรวงอก พบว่าปอดแฟ่บ เหตุจากการอุดตันของเสมหะ
  3. ผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง ที่มีภาวะเสมหะคั่งค้าง
  4. ผู้ป่วยเด็กหลังผ่าตัด ที่ยังคงมีปัญหาเสมหะคั่งค้างในปอดและหลอดลม
  5. ผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาด้านระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยยังมีปัญหาการคั่งค้างของเสมหะในหลอดลม

ท่าทางและวิธี

ท่าระบายเสมหะพร้อมกับการเคาะปอด ท่าที่ 1

  • อุ้มลูกโดยให้ลูกหันหน้าเข้าหาอกของคุณพ่อคุณแม่ หัวพาดบ่าคุณพ่อคุณแม่ แล้วใช้มือโดยต้องทำมือให้เป็นอุ้ง นูนขึ้นมาเล็กน้อย (เหมือนเวลาเราจะถูกดีดมะกอก^^)ไม่ใช้มือแบนะคะ เคาะไปบริเวณด้านหลังเหนือกระดูกสะบักขึ้นไป
  • เลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกสะบัก

ท่าระบายเสมหะพร้อมกับการเคาะปอด ท่าที่ 2

  • ให้ลูกนอนหงาย ศีรษะหนุนหมอน ใช้ผ้าบางรองตรงส่วนหน้าอก ทำมือนูนเล็กน้อย เคาะระดับไหปลาร้าถึงไต้ราวนม
  • เลี่ยงการเคาะบริเวณกระดูกหน้าอก

ท่าระบายเสมหะพร้อมกับการเคาะปอด ท่าที่ 3

  • ให้ลูกนอนตะแคง ให้แขนลูกวางไปทางด้านหน้าเล็กน้อย เคาะบริเวณชายโครงด้านข้าง หรือต่ำจากรักแร้เล็กน้อย
  • และเคาะบริเวณด้านหลังต่ำจากกระดูกสะบักจนถึงชายโครงซี่สุดท้าย ให้เคาะทั้งน่านอนตะแคงซ้ายและขวา

หยุดเคาะทันที หากลูกมีอาการดังนี้

  1. ลูกบอกว่าเจ็บ หรือปวดบริเวณที่ถูกเคาะ
  2. ลูกหอบเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากซีดคล้ำ หายใจปีกจมูกบาน
  3. ร้องไห้ งอแงมากกว่าเดิมจนผิดสังเกต

ข้อห้ามสำหรับการเคาะปอด

  1. เคยมีประวัติกระดูกหักบริเวณทรวงอก
  2. มีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง วัณโรคปอด
  3. มีอาการหอบเหนื่อย ตัวเขียว
  4. มีแผลเปิด หรือมีแผลหลังผ่าตัดที่ยังไม่หายดี
  5. มีภาวะกระดูกผุ
  6. มีภาวะเสี่ยงต่อการที่เลือดจะออกง่าย โดยสังเกตได้จากสีผิวที่เปลี่ยนไป สีปากคล้ำ หน้าซีด สัญญาณชีพผิดปกติ เช่น ไข้ขึ้นสูง หายใจเร็ว และมีความดันโลหิตสูง

ความถี่ในการเคาะปอด

ช่วงเช้า

เพราะเป็นช่วงที่เสมหะคั่งค้างมาตลอดคืน เมื่อลกตื่นมาตอนเช้า จึงทำให้ลูกไอมาก การเคาะในช่วงเช้าจะเป็นการช่วยระบายเสมหะให้ลูกได้

ก่อนเข้านอน

เพื่อให้ลูกได้หลับยาวขึ้น หายใจโล่งขึ้น

หรือหากคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้อีกครั้งในช่วงบ่ายก่อนลูกหลับกลางวันก็จะดีค่ะ จะช่วยให้เค้าไม่หายใจครืดคราด จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

จะรู้ได้อย่างไรว่าเคาะได้อย่างถูกต้อง

สังเกตได้ง่ายมากค่ะ หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เคาะปอดให้ลูกน้อยแล้ว หากมาถูกทาง ลูกน้อยจะหลับได้นานขึ้น ไอน้อยลง ซึ่งของผู้เขียนเห็นได้ชัดเลย จากที่คืนก่อนไอแบบแทบจะไม่ได้นอน แต่พอลองมาเคาะปอดดู เค้าหลับได้นานขึ้น ไอน้อยลง คุณพ่อคุณแม่ก็ได้พักมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

การเคาะปอด หากเรารู้วิธีที่ถูกต้องก็สามารถทำได้เองที่บ้านนะคะ เพื่อความสุขของคุณพ่อคุณแม่เอง เวลาที่เห็นลูกนอนหลับได้นานขึ้นค่ะ

แม่โน้ต

22,893 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง