วิธีเคาะเสมหะทารก ลูกน้อย พร้อม 7 ท่าเคาะปอดที่ถูกวิธี ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

วิธีเคาะเสมหะทารก ลูกน้อย พร้อม 7 ท่าเคาะปอดที่ถูกวิธี ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน
พัฒนาการเด็กและสุขภาพลูกวัย 1-3 ขวบ

ในช่วงที่เปลี่ยนฤดุกาลร่างกายเด็กเล็กมักจะปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้มีอาการป่วยได้ โดยทั่วไปอาการป่วยมักเริ่มจากจาม ต่อมาคือ ไอ และมีไข้ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยการมีน้ำมูก ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ลูกมีน้ำมูกอาการไอก็จะมากขึ้น เนื่องจากมีเสมหะในลำคอมาก
จากอาการที่ว่ามานี้ “อาการไอ” เป็นอะไรที่หายช้าสุด บางรายไอแห้ง บางรายไอแบบมีเสมหะ แต่หากลูกไอแบบมีเสมหะนานๆ คงไม่ดีแน่ แล้วคุณพ่อคุณแม่จะช่วยอะไรลูกได้บ้าง?

การเคาะปอด” เพื่อช่วยระบายเสมหะให้ลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ที่บ้านนะคะ ผู้เขียนก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน พบว่าตอนกลางคืนจากที่เคยไอแบบนอนไม่ได้กันทั้งบ้าน พอหลังจากเคาะปอดให้ลูก ลูกหลับยาวขึ้นและไอน้อยลง วันนี้ผู้เขียนมีวิธีการและรายละเอียดมาฝากค่ะ

อาการไอเกิดจากอะไร?

การไอเกิดจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในระบบทางเดินหายใจ ร่างกายก็จะพยายามกำจัดออกด้วยการไอ แต่เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่สามารถบ้วนเสมหะออกมาเองได้ ดังนั้น การเคาะปอดร่วมกับการจัดท่าเคาะปอดให้ถูกต้องก็จะเป็นกันช่วยลูกระบายเสมหะที่ติดออกมาได้

หลักการทั่วไปในการเคาะปอด

  • การจัดท่าเคาะปอดให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เนื่องจากการเคาะปอดเป็นวิธีที่อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นหลัก โดยจัดให้ส่วนของปอดที่ต้องการระบายอยู่เหนือกว่าหลอดลม และปาก ส่งผลให้เสมหะไหลออกจากหลอดลมเล็กสู่หลอดลมใหญ่ และถูกขับออกได้จากการไอ และจะบ้วนเสมหะออกมา
  • การเคาะ (Percussion) เราจะใช้อุ้งมือไม่ใช่ฝ่ามือ โดยให้ฝ่ามือทำเป็นลักษณะคุ้ม โดยให้นิ้วแต่ละนิ้วชิดกัน แล้วเคาะบริเวณเราจัดท่าไว้
  • ใช้ผ้ารองบนส่วนที่เคาะ
  • การเคาะในแต่ละท่าควรใช้เวลา 1 นาที
  • หากผู้ป่วยไอขณะเคาะ ให้หยุดเคาะ แล้วใช้การสั่นสะเทือนแทน โดยใช้มือวางราบพร้อมทั้งเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน และหัวไหล่ ในจังหวะการหายใจเข้าเต็มที่ และกำลังหายใจออก
  • ควรทำการเคาะปอดก่อนการทานอาหาร หรือขณะท้องว่าง หรือหลังทานอาหารไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักหรืออาเจียน

ข้อมูลอ้างอิง symphaet.co.th

เมื่อไหร่ที่ควรเคาะปอด?

  • ไอบ่อย มีเสมหะมาก หายใจครืดคราด
  • จากภาพรังสีทรวงอก พบว่าปอดแฟ่บ เหตุจากการอุดตันของเสมหะ
  • ผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง ที่มีภาวะเสมหะคั่งค้าง
  • ผู้ป่วยเด็กหลังผ่าตัด ที่ยังคงมีปัญหาเสมหะคั่งค้างในปอดและหลอดลม
  • ผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาด้านระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยยังมีปัญหาการคั่งค้างของเสมหะในหลอดลม

7 ท่าทางเคาะปอดที่ถูกต้อง

ขอบคุณคลิปจาก Thirathat Thongkaew

ท่าที่ 1 : ปอดกลีบซ้ายบน ส่วนยอด

จัดท่าให้ลูกน้อยอยู่ในท่านั่ง เอนตัวมาด้านหลังเล็กน้อย หรือประมาณ 30 องศา แล้วให้เคาะบริเวณด้านบนเหนือทรวงอกด้านซ้าย ระหว่างไหปลาร้าและกระดูกสะบัก

ท่าที่ 2 : ปอดกลีบซ้ายบน ด้านหลัง

จัดท่าให้ลูกน้อยนั่งคร่อมคุณแม่โดยให้หันหน้าเข้าหาคุณแม่ เอนตัวลูกไปประมาณ 30 องศา บนแขนของคุณแม่ แล้วเคาะบริเวณด้านหลังตอนบนเหนือกระดูกสะบัก ระหว่างกระดูกต้นคอ และหัวไหล่

ท่าที่ 3 : ปอดกลีบซ้ายบน ด้านหน้า

จัดท่าให้ลูกนอนหงายราบ เคาะบริเวณเหนือราวนมต่ำจากกระดูกไหปลาร้าเล็กน้อย

ท่าที่ 4 : ปอดกลีบซ้ายส่วนกลาง

จัดท่าลูกน้อยโดยให้ศีรษะต่ำลงมาประมาณ 15 องศา และตะแคงด้านซ้ายขึ้นมาประมาณ ¼ จากแนวราบ และเคาะบริเวณราวนมด้านซ้าย

ท่าที่ 5 : ปอดกลีบซ้ายล่าง ส่วนชายปอดด้านหน้า

จัดท่าลูกน้อยให้นอนตะแคงกึ่งคว่ำหน้า ให้ศีรษะต่ำลงมาเล็กน้อยประมาณ 30 องศา ให้คุณแม่ประคองทรวงอกบริเวณชายโครงด้านซ้ายหงายขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเคาะบริเวณเหนือชายโครงดด้านข้างตอนหน้าต่ำจากราวนมลงมาเล็กน้อย

ท่าที่ 6 : ปอดกลีบซ้ายล่าง ส่วนชายปอดด้านข้าง

จัดท่าลูกน้อยให้ศีรษะต่ำลงมาประมาณ 30 องศานอนตะแคงเกือบ ๆ คว่ำ เคาะบริเวณด้านข้างเหนือชายโครง ให้อยู่ในระดับเดียวกับท่าที่ 5 ใต้ต่อมรักแร้ของเด็ก

ท่าที่ 7 : ปอดกลีบซ้ายด้านล่าง ส่วนหลัง

จัดท่าลูกน้อยให้ศีรษะต่ำลงมาประมาณ 30 องศา ในท่าคว่ำ แล้วเคาะบริเวณด้านหลังต่ำลงมาจากกระดูกสะบักลงมาในระดับเดียวกันกับชายโครงด้านหน้า
ข้อมูลอ้างอิง amarinbabyandkids.com

หยุดเคาะทันที หากลูกมีอาการดังนี้

  • ลูกบอกว่าเจ็บ หรือปวดบริเวณที่ถูกเคาะ
  • ลูกหอบเหนื่อยมากขึ้น ริมฝีปากซีดคล้ำ หายใจปีกจมูกบาน
  • ร้องไห้ งอแงมากกว่าเดิมจนผิดสังเกต

ข้อห้ามสำหรับการเคาะปอด

  • เคยมีประวัติกระดูกหักบริเวณทรวงอก
  • มีประวัติป่วยเป็นโรคมะเร็ง วัณโรคปอด
  • มีอาการหอบเหนื่อย ตัวเขียว
  • มีแผลเปิด หรือมีแผลหลังผ่าตัดที่ยังไม่หายดี
  • มีภาวะกระดูกผุ
  • มีภาวะเสี่ยงต่อการที่เลือดจะออกง่าย โดยสังเกตได้จากสีผิวที่เปลี่ยนไป สีปากคล้ำ หน้าซีด สัญญาณชีพผิดปกติ เช่น ไข้ขึ้นสูง หายใจเร็ว และมีความดันโลหิตสูง
  • ความถี่ในการเคาะปอด

ความถี่ในการเคาะปอด

ช่วงเช้า

เพราะเป็นช่วงที่เสมหะคั่งค้างมาตลอดคืน เมื่อลกตื่นมาตอนเช้า จึงทำให้ลูกไอมาก การเคาะในช่วงเช้าจะเป็นการช่วยระบายเสมหะให้ลูกได้

ก่อนเข้านอน

เพื่อให้ลูกได้หลับยาวขึ้น หายใจโล่งขึ้น
หรือหากคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้อีกครั้งในช่วงบ่ายก่อนลูกหลับกลางวันก็จะดีค่ะ จะช่วยให้เค้าไม่หายใจครืดคราด จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

รู้ได้อย่างไรว่าเคาะปอดได้อย่างถูกต้อง

สังเกตได้ง่ายมากค่ะ หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เคาะปอดให้ลูกน้อยแล้ว หากมาถูกทาง ลูกน้อยจะหลับได้นานขึ้น ไอน้อยลง ซึ่งของผู้เขียนเห็นได้ชัดเลย จากที่คืนก่
อนไอแบบแทบจะไม่ได้นอน แต่พอลองมาเคาะปอดดู เค้าหลับได้นานขึ้น ไอน้อยลง คุณพ่อคุณแม่ก็ได้พักมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
การเคาะปอด หากเรารู้วิธีที่ถูกต้องก็สามารถทำได้เองที่บ้านนะคะ เพื่อความสุขของคุณพ่อคุณแม่เอง เวลาที่เห็นลูกนอนหลับได้นานขึ้นค่ะ


แม่โน้ต

1,716,723 views

Mommy Blogger ที่มียอดวิวในเว็บไซต์ simplymommynote.net มากกว่า 200,000 วิว ต่อเดือน ใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบ Tradigital รักการเขียน มีลูกสาว และครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดเรื่องราว ชอบเรียนรู้เรื่องจิตวิทยา และสิ่งใหม่ ๆ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ