ลูกขาดโกรทฮอร์โมน ส่งผลให้ตัวเตี้ย



การดูแลสุขภาพเด็ก

เด็กทุกคนมักจะชอบเล่นซน ติดเล่นจนบางครั้งไม่ยอมทานข้าว ไม่ยอมนอนหลับหรือหลับยากทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้คุณแม่ต้องเป็นกังวลว่า “โกรทฮอร์โมน” จะไม่ทำงาน แต่เจ้า “โกรธฮอร์โมน” ที่ว่านี้มันทำงานกลางวันหรือกลางคืน? หรือจะทำงานทุกครั้งที่ลูกน้อยหลับ? วันนี้เรามาซูมเรื่องนี้กันค่ะ

โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone/GH) คืออะไร?

โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone/GH) เป็นฮอร์โมนที่สำคัญอีกตัวหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างได้เอง ทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ดังนั้น โกรทฮอร์โมนจึงมีความสำคัญมากตั้งแต่เด็กแรกเกิดเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะฮอร์โมนนี้จะส่งผลให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทางร่างกายที่เจริญเติบโตและสูงสมวัย ช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง รวมไปถึงกล้ามเนื้อก็แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคดี พัฒนาการทางสมองดี เมื่อด้านกายภาพดีหมดแล้ว ก็จะส่งผลต่อด้านจิตใจด้วย เพราะหากลูกน้อยพักผ่อนได้เต็มที่ เมื่อตื่นมาก็จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีสมาธิดี ความจำก็ดีตาม ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

โกรทฮอร์โมนหลั่งเวลาไหน?

โกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในขณะที่เราหลับสนิทหรือที่เรียกว่า “หลับลึก” โดยจะหลั่งออกมาตั้งแต่ เที่ยงคืน-ตี 1 ครึ่ง เท่านั้นค่ะ

ฮอร์โมนนี้จะมีระดับสูงที่สุดตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่และจะลดลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นโกรทฮอร์โมนจะกลับมาอีกครั้งหลังอายุ 25 ปี และจะลดลง 15% ทุกๆ 10 ปี จนอายุ 60 ปี โกรทฮอร์โมนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับวัยหนุ่มสาว

วิธีสังเกตว่าลูกขาดโกรทฮอร์โมนหรือไม่?

โกรทฮอร์โมนจะหลั่งเต็มที่ หากลูกน้อยได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม กลับกันจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกได้รับโกรทฮอร์โมนไม่เพียงพอ มีวิธีสังเกตดังนี้ค่ะ

  • อัตราการเจริญเติบโตน้อยกว่าค่าปกติมาตลอด รูปร่างเตี้ยแต่เจ้าเนื้อ เช่น เด็กที่อายุ 4-9 ปี มีการเพิ่มของส่วนสูงต่ำว่า 5 ซม./ปี
  • มีเสียงเล็กแหลม
  • ในเพศชาย อาจพบอวัยวะเพศเล็กกว่าเด็กทั่วไป
  • ในรายที่ขาดโกรทฮอร์โมนรุนแรง เด็กจะมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจนำไปสู่การชักได้
  • มีภาวะคลอดยากขณะคลอด ต้องให้ออกซิเจนระหว่างการคลอด
  • คลอดออกมาแล้วมีน้ำหนักตัวต่ำกว่า 2.5 กก. ความยาวแรกเกิดต่ำกว่า 50 ซม.
  • ไม่เคยเพิ่มขนาดรองเท้าเลยใน 4-5 ปี ที่ผ่านมา

การป้องกัน

จะดีที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตพฤติกรรมหรือพัฒนาการของลูกน้อยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ อย่างนั้นเรามาดูวิธีป้องกันกันเลยค่ะ

  • ควรวัดความสูงและน้ำหนักของลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่หลังคลอด ทารก วัยหัดเดิน วัยเรียน และวัยรุ่น
  • ควรพาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบในภาคบังคับ ส่วนภาคทางเลือกให้คุณแม่และคุณพ่อเป็นผู้พิจารณาอีกทีนะคะ
  • อย่าให้ลูกไม่สบายเรื้อรัง
  • ปัสสาวะบ่อย มีปัญหาทางสายตา คลื่นไส้ อาเจียน
  • อย่าให้ลูกเครียดเกินไป เพราะร่างกายจะหลั่งสาร “Lactic” ออกมา และสารตัวนี้จะเป็นตัวที่ยับยั้งโกรทฮอร์โมนไม่ให้หลั่งออกมา
  • อย่าให้ลูกได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ศีรษะ
  • ดูแลใส่ใจเรื่องอาหาร ลูกน้อยควรทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะกลุ่มของวิตามินและแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง มีพัฒนาการทางด้านร่างกายอย่างสมวัย ตัวอย่างอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่ ไข่ นม ผัก ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ขัดสี ส่วนขนมกรุบกรอบ แป้ง น้ำตาล ไขมัน พยายามให้ทานในปริมาณที่ยิ่งน้อยยิ่งดีค่ะ (หรือหากทำได้…ไม่ทานเลยจะเยี่ยมมากค่ะ)
  • ได้วิ่งเล่น หรือได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม เช่น วิ่งไล่จับ เตะบอล โยนบอล เป็นต้น
  • ที่สำคัญอีกอย่างคือ ควรให้ลูกได้หลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่นอนดึก

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจว่าลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัยหรือไม่ หรืออาจพบอาการดังกล่าวข้างต้นอย่าเก็บความสงสัยไว้คนเดียวนะคะ ทางที่ดีคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยไปปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด เพื่อความสบายใจ แต่หากพบว่าลูกน้อยมีอาการขาดโกรทฮอร์โมนจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและถูกทางนะคะ

แม่โน้ต

86,367 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ