การเลี้ยงลูกวัยแรกเกิด-1 ขวบ

ทารกรับรู้ได้ แม้หลายภาษา

เชื่อเหลือเกินค่ะว่าในยุคปัจจุบันนี้ คุณพ่อคุณแม่เกือบทุกคนต้องการให้ลูกเรียนรู้ภาษาให้ได้ซักสองภาษาบางครอบครัวอาจมากกว่าสองก็มี แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าลูกน้อยจะสับสนมั้ย? การได้สองภาษาจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน? และต้องเริ่มฝึกลูกน้อยอย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบค่ะ



เด็กสองภาษาคืออะไร?

เด็กสองภาษา” คือ เด็กที่สามารถพูดภาษาหลักได้หรือภาษาของคุณพ่อคุณแม่ได้ 1 ภาษา และภาษาเสริมอีก 1 ภาษาหรืออาจจะมีภาษาที่ 3 หรือ 4 ตามมา

ทารกจะสับสันหรือไม่

จากงานวิจัยพบว่า ทารกเริ่มเรียนรู้เสียงในภาษาต่างๆ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เสียงของแม่เป็นเสียงที่ชัดเจนที่สุดที่ทารกได้ยิน และเมื่อลืมตาดูโลกทารกจะสามารถแยกระดับเสียงของภาษาได้ดี สามารถรู้ถึงความแตกต่างของภาษาแม่กับภาษาอื่นได้ดีเช่นกันทุกภาษาในโลกมีทั้งหมดประมาณ 800 เสียง
ทารกแรกเกิดจะมีพรสวรรค์พิเศษที่ติดตัวมาด้วย นั่นคือ “ความสามารถในการแยกความแตกต่างของเสียงทั้ง 800 เสียง”ซึ่งหมายความว่า…

“ทารกสามารถเรียนรู้ภาษาใดก็ตามที่เค้าได้ยินได้ฟังบ่อยๆ”

สังเกตได้จากเด็กที่เกิดและเติบโตที่ภาคใต้ก็จะพูดภาษาใต้ได้ หรือเด็กที่เกิดและเติบโตที่ภาคเหนือก็จะพูดภาษาเหนือได้ เป็นต้น
ดังนั้น ในระหว่าง 6 – 12 เดือน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด หากจะเริ่มปลูกฝังให้ลูกได้รับรู้ภาษาที่ 2 หากอายุครบ 1 ปี ทารกที่เรียนรู้ภาษาเดียว ความสามารถในการแยกความแตกต่างของเสียงจะลดลง

ประโยชน์สำหรับการเรียนรู้สองภาษา?

ถ้าดูจากภาพรวมของสังคมยุคปัจจุบันแล้ว เด็กที่ได้มากกว่า 1 ภาษาย่อมได้เปรียบมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการทำงาน เป็นต้น
…หรือถ้าดูจากงานวิจัย พบว่าเด็กที่สามารถพูดได้สองภาษามีการทำงานของสมองดีกว่า เช่น สามารถเปลี่ยนความสนใจจากงานหนึ่งไปยังอีกงานหนึ่งหรือหลายงานได้และมีการจัดการกับปัญหาได้ดีกว่า
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับเด็กที่พูดได้ภาษาเดียว เด็กที่สามารถเรียนรู้ได้มากกว่า 1 ภาษา เค้าจะเข้าใจพื้นฐานทางภาษาได้ดีกว่า ซึ่งง่ายต่อการต่อยอด หากต้องการเรียนรู้ภาษาที่ 3 และ 4ในอนาคต

เริ่มฝึกอย่างไรดี?

จากที่กล่าวมาข้างต้น…

“ลูกอายุเกิน 1 ขวบแล้ว ยังเรียนรู้ได้อยู่อีกมั้ย?”
“คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษาจะเริ่มอย่างไรดี?

ไม่มีใครแก่เกินเรียนและไม่มีอะไรที่สายเกินไป หากเริ่มซะตั้งแต่วันนี้มาเริ่มกันเลยค่ะ

1.ไม่ต้องจบต่างประเทศ

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกได้ ถึงแม้ว่าไม่ได้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเหมือนคนที่เรียนจบต่างประเทศ เพียงแค่ชี้บอกเค้าเป็นภาษาอังกฤษจากกิจวัตรประจำวัน สัตว์หรือสิ่งของรอบตัวก่อน เช่น แปรงฟัน กินข้าว ดื่มน้ำ สุนัข แมว พัดลม ช้อน พระอาทิตย์ พระจันทร์ เป็นต้น
…จากประสบการณ์ผู้เขียนเอง จะสอนเค้าแบบไม่ต้องแปลค่ะ เช่น ด๊อก แคท มูน สตาร์ ไปเลย ไม่ต้องบอกว่า ด๊อก สุนัข แคท แมว คือให้เค้ารับรู้ว่า สิ่งนั้นเรียกว่า ด๊อก ไปเลยให้มโนว่าเราอยู่ต่างประเทศเลยค่ะ เพราะหากแปลด้วยเค้าจะจำแต่ภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาแม่ที่เข้าใจง่ายสุด

2.อุปกรณ์การเรียนการสอน

อุปกรณ์การเรียนการสอนก็เป็นตัวเสริมที่สำคัญค่ะ เพราะจะช่วยให้คุณแม่สอนลูกน้อยแบบเป็นหมวดเป็นหมู่ได้มากขึ้น เช่น หนังสือนิทาน 2 ภาษาหรือภาษาเสริมล้วนเลยก็ดีค่ะ หรือบัตรคำในหมวดต่างๆ ที่คุณแม่ต้องการจะสอนลูกน้อย
หรือคุณแม่บางคนอาจจะไปจำเพลงมาจากใน youtube แล้วมาร้องเพลงให้ลูกฟัง พร้อมกับจับมือลูกน้อยปรบมือตามก็ได้นะคะ ถือเป็นการช่วยในเรื่องพัฒนาการมือและการออกเสียงอีกด้วยค่ะ

3.ค่อยเป็น ค่อยไป

การที่จะได้มาซึ่งเด็กสองภาษานั้น คุณแม่และครอบครัวต้องใจเย็นๆ นะคะ ค่อยเป็นค่อยไป อย่าลืมว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ต่างกัน ที่สำคัญ ต้องคอยชม และให้กำลังใจลูกเมื่อเค้าทำสำเร็จ

เห็นมั้ยล่ะคะว่า ไม่มีอะไรยากเลยหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกน้อยเป็นเด็กสองภาษาหรืออาจจะสามหรือสี่ในอนาคต เพียงแต่ตอนนี้อย่าปล่อยให้เวลาทองหลุดลอยไป…เท่านั้นพอ เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวนะคะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. เทคนิคให้ลูกเลิกนมมื้อดึก? เริ่ม…
  2. เสียงร้องไห้ของลูกบอกอะไรได้บ้าง…
  3. คุณแม่ที่กำลังให้นมลูก…เลี่ยงอาห…
  4. 9 สิ่งที่แม่ควรรู้ก่อนเริ่มให้อา…
  5. แม่มือใหม่จัดการอย่างไรเมื่อ “ลู…
  6. อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปนานๆ ต้อ…
  7. ลูกกับการดื่มน้ำดื่ม
  8. 5 สิ่งสำคัญ! ห้ามทำกับเด็กทารก

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP