การเลี้ยงลูกวัยแรกเกิด-1 ขวบ

นมแม่ผสมน้ำ…อันตรายถึงชีวิตได้

ไม่ผิดอย่างแน่นอนว่านมแม่นั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยในวัยแรกเกิดไปจนถึงประมาณ 12 เดือน ดีทั้งกับตัวคุณแม่และลูกเองที่จะได้รับประโยชน์จากนมแม่อย่างล้นหลามนำไปเสริมระบบพัฒนาการและภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี

แต่แน่นอนว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอแม้ว่านมแม่เองจะไม่ได้มีโทษโดยตรงแต่วิธีการให้นมที่ผิดๆ นี่เองที่อาจจะเป็นภัยร้ายกับลูกได้และในบางครั้งอาจจะโชคร้ายอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงกรณีที่ถ้าคุณแม่เอานมแม่ไปผสมกับน้ำจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นเมื่อลูกได้กินมาดูกันเลย



อันตรายจากการผสมนมแม่กับน้ำ

การที่มีแนวคิดจะเอานมแม่มาผสมน้ำนั้นอาจจะเกิดจากคุณแม่มีน้ำนมออกมาในปริมาณที่ไม่เพียงพอแต่ก็อยากจะให้ลูกได้กินอิ่มนอนหลับจึงได้ผสมน้ำลงไปเพื่อช่วยเพิ่มสัดส่วน แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของอันตรายที่แท้จริง

เด็กในวัยปรกเกิดไปจนถึงช่วง 12 เดือนยังไม่ควรที่จะได้กินน้ำเปล่าสิ่งที่คู่ควรกับเขาที่สุดก็คือนมต่างๆ นั่นเองไม่ว่าจะเป็นนมแม่ นมวัว นมแพะ และอย่างที่รู้กันว่านมแม่นั้นดีที่สุดสำหรับเขาอย่างแน่นอน แต่การที่นำน้ำเปล่ามาผสมกับนมแม่นั้นมีผลทำให้เขาเกิดภาวะน้ำเป็นพิษได้ทำให้ระดับโซเดียมในร่างกายของเขานั้นต่ำลง สมองบวม และกลายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้ในที่สุดนั่นเอง

แต่แม้จะไม่เสียชีวิตก็มีอันตรายอื่นๆ เช่นกัน

และหากว่าในตอนนี้มีคุณแม่ที่กำลังอ่านอยู่แล้วก็บอกว่าตอนนี้ก็ให้นมผสมกับน้ำอยู่ไม่เห็นว่าลูกจะมีอาการผิดปกติอะไรเลย นั่นก็อาจจะเป็นเพราะเขามีร่างกายที่แข็งแรงพอแต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ยังส่งผลเสียกับเขาอยู่ดี

ทำให้ระบบย่อยของลูกเสียสมดุล

ในช่วงแรกเกิดไปจนถึงประมาณ 6 เดือนนั้นระบบย่อยของเขาจะยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าไรนัก นมแม่เพียงอย่างเดียวจึงเป็นอาหารที่เหมาะกับเขามากที่สุด เพราะมีทั้งสารอาหารที่ครบถ้วนและยังดีกับระบบย่อยของเขาอีกด้วย แต่เมื่อมีน้ำเป็นสิ่งแปลกปลอมเข้าไปรบกวนระบบย่อยของเขาที่เพิ่งเริ่มต้นแล้วล่ะก็จะทำให้เกิดผลเสียโดยตรงกับความสมดุลในระบบย่อยและเป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปในอนาคตได้เลยทีเดียว

เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ

น้ำนมแม่ครบครันทุกด้านสำหรับลูกและยังถือว่าเป็นวัคซีนที่ดีตัวหนึ่งของลูกน้อยเลยก็ว่าได้ เพราะมีส่วนสำคัญในการเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลูกให้แข็งแรง แต่การที่น้ำเข้าไปเจือปนด้วยแล้วนั้นอาจจะทำให้การป้องกันและประสิทธิภาพของนมแม่เริ่มลดลง ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่เชื้อโรคต่างๆ จะเข้าไปทำร้ายลูกน้อยได้ง่ายขึ้น

และแน่นอนว่ายังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ เกลือแร่เสียสมดุล เลือดจาง ส่งผลโดยตรงทำให้ลูกมีอาการมึนๆ ร่างกายดูบวม ชัก และแน่นอนว่ามันสามารถรุนแรงถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

การเลี้ยงลูกนอกจากจะต้องใช้ความรักความใส่ใจแล้วนั้นยังไม่ควรคิดไปเองว่าทำแบบนั้นหรือแบบนี้ได้การสอบถามและรับฟังคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือสิ่งที่ดีที่สุดในการนำมาปรับใช้เพื่อเลี้ยงลูกให้เข้ากับ Lifestyle ของแต่ละครอบครัว อย่าประมาทและคิดไปเองว่าแบบนั้นดีและทำไปโดยที่ไม่ศึกษาข้อมูลหรือปรึกษาก่อนเพราะมันอาจจะเป็นต้นเหตุของความเสียใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ผู้เขียนบทความ

Poy T.

Poy T.

Author archive

นักเขียนอิสระที่สนใจเรียนรู้การเติบโตของสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ...นักอบขนมและบาริสต้าในชีวิตประจำวัน



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. มาบำรุงผิวลูกน้อยให้ดีกันตั้งแต่…
  2. ลูกหลับยาก นอนกลางวัน ตื่นกลางคื…
  3. 5 สิ่งสำคัญ! ห้ามทำกับเด็กทารก
  4. ทารกรับรู้ได้ แม้หลายภาษา
  5. เสียงร้องไห้ของลูกบอกอะไรได้บ้าง…
  6. ลูกน้อยเริ่มเดินแล้ว…คุณพ่อคุณแม…
  7. มารู้จักกับ 10 Q ที่เด็กๆ ควรจะม…
  8. อุ้มลูกบ่อย เดี๋ยวลูกติดมือแม่จร…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด…

PAGE TOP