10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกับลูก



การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยคงทราบกันดีว่า ลูกๆ เป็นเด็กช่างจดช่างจำมากแค่ไหน แม้กระทั่งเค้าเล่น แต่หูเค้าก็ฟัง แถมยังจำได้ดีซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะพูดอะไร หรือจะต่อว่าอะไรลูก ควรคิดให้ดีก่อนพูด ไม่เช่นนั้นอาจทำร้ายจิตใจลูกน้อยได้แบบไม่รู้ตัว เผลอๆ บางคำพูดอาจเป็นการปิดกั้นพัฒนาการเลยก็ได้นะคะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1.ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง

ฟังแล้วเจ็บแปล้บทั้งผู้ใหญ่และเด็กเลยค่ะคำนี้ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกเสียความมั่นใจ เค้าจะไม่กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะเค้าจะฝังหัวตัวเองไปแล้วว่า “เค้าทำอะไรไม่ได้นี่นา ไม่ทำดีกว่า

2.ทำอย่างนี้ ทำเดี๋ยวนี้เลยนะ

ธรรมชาติของเด็กทุกคนไม่ชอบการบังคับ ยิ่งบังคับยิ่งไม่ทำ ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงต่อต้านหรือช่วงท้าทายแล้วล่ะก็ 100 ทั้ง 100 ค่ะ ไม่ทำตามแน่นอน ที่นี้คุณพ่อคุณแม่ยิ่งโมโหใหญ่ ทางที่ดีควรเปลี่ยนคำพูดเป็นแนวแนะนำและทำตัวอย่างให้ดู แต่ถ้าเค้ายังไม่ยอมทำตามอีก คุณพ่อคุณแม่ลองปล่อยเค้าค่ะ เพราะเด็กๆ อาจจะยังไม่ยอมทำตามในช่วงแรก ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างบ่อยๆ

3.เมื่อไหร่จะเลิกถามซะที

เพราะความที่เด็กเป็นคนช่างสังเกต เห็นอะไรก็สงสัยไปหมด ดังนั้น ที่พึ่งเดียวที่เค้าจะหาคำตอบได้ก็คือ พ่อกับแม่ของเค้า แต่เพราะความสงสัยจึงถามบ่อย อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รำคาญได้ จึงพูดโพล่งออกไป เช่น “เมื่อไหร่จะเลิกถามซะที” หรือ “หยุดถามได้แล้ว แล้วอยู่เฉยๆ” เป็นต้น ประโยคเหล่านี้ยิ่งปิดกั้นพัฒนาการเด็กเข้าไปใหญ่ค่ะ เพราะเค้าจะไม่กล้าถาม ไม่มีการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว และไม่กล้าแสดงออกค่ะ คุณพ่อคุณแม่ลองเปลี่ยนมาเป็นคำพูดในเชิงบวก และค่อยๆ สอนเค้าจะดีกว่าค่ะ

4.อย่าร้อง

เวลาที่ลูกร้องไห้ นั่นเป็นเพราะเค้าต้องการระบายออก เพื่อให้รู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้ระบายอารมณ์ให้หมด โดยในระหว่างที่ลูกร้อง ควรเข้าไปอุ้มเค้า สัมผัสเค้า หรือโอบกอดให้กำลังใจ จะดีที่สุดค่ะ พอเค้าได้ระบายจนรู้สึกดีขึ้นเค้าจะหยุดเอง

5.ทำไมไม่เป็นเหมือนพี่เค้าบ้างนะ

ลูกทุกคนไม่มีใครชอบการเปรียบเทียบค่ะ ไม่ว่าจะเทียบกับพี่น้องของตัวเองหรือเพื่อนๆ ก็ตาม จะดีที่สุด หากคุณพ่อคุณแม่หาจุดแข็งของลูกให้เจอ แล้วผลักดันไปให้ถูกทาง

6.ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย

หากพูดไปลูกอาจสับสนว่าแล้วลูกผู้ชายต้องทำอย่างไร? เพราะความไม่รู้ เค้าก็จะไม่กล้าทำ จึงทำให้เป็นการปิดกั้นพัฒนาการลูกแบบไม่รู้ตัว ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางที่ถูกต้องให้กับลูกค่ะ

7.ไม่ต้องกลัว

เด็กเล็กๆ กับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตอาจมีบ้างบางสิ่งบางอย่างที่เค้าจะกลัว ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องห้ามลูกไม่ให้กลัวนะคะ เพียงแต่ลองมาใช้วิธีถามจากลูกดูถึงสาเหตุว่าทำไมถึงกลัว? แล้วอธิบายเหตุผลให้เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ต้องกลัวจะดีที่สุดค่ะ

8.ล้อเลียนเรื่องน่าอาย หรือปมด้อย

การที่คุณพ่อคุณแม่เอาเรื่องน่าอายหรือปมด้อยพูดกับคนอื่นเหมือนเป็นเรื่องสนุก แต่ความจริงแล้วกลับเป็นการสร้างความเจ็บปวดและบาดแผลในใจลูกอย่างที่สุด และจะกลายเป็นเรื่องที่ฝังใจลูกไปจนโตค่ะ

9.พ่อกับแม่สัญญา

เห็นลูกตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่รู้มั้ยคะว่าเวลาที่คุณพ่อกับคุณแม่สัญญาอะไรกับเค้าไว้ เค้าจะจำได้ขึ้นใจทีเดียว อย่าพยายามสัญญากับลูก หากทำไม่ได้ นอกซะจาก…คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่าจะทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เพราะหากผิดสัญญาบ่อยๆ ลูกจะจำไปจนโต และจะไม่เชื่อใจคุณพ่อกับคุณแม่อีกเลย

10.อย่าทำอย่างนี้นะ เดี๋ยวให้ตำรวจมาจับ

การเอาตำรวจมาขู่เด็กว่าห้ามทำอย่างนั้น ห้ามทำอย่างนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวตำรวจมาจับ เมื่อลูกๆ ได้ฟังบ่อยๆ เค้าจะเข้าใจว่า เหตุคือ ทำแบบนี้ ผลคือ ตำรวจจะจับ สิ่งนี้เองที่จะส่งผลให้การเรียนรู้ด้านความเป็นเหตุเป็นผลของลูกผิดเพี้ยนไป เพราะสิ่งนี้ไม่เป็นความจริง ความจริงคือ ตำรวจจะจับเฉพาะคนที่ทำผิดกฎหมายเท่านั้น

มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่เผลอพูดออกไปบ้างมั้ยคะ ถ้ามี…ไม่เป็นไรนะคะ เอาใหม่ ตั้งต้นกันใหม่ หรือถ้าเวลาโมโหยั้งไม่ทันจริงๆ พูดไปแล้ว ก็ให้ตั้งสติแล้วค่อยพูด “ขอโทษ” กับลูกก็ได้ค่ะ อย่าอายที่จะขอโทษลูก การที่คุณพ่อคุณแม่พูดขอโทษกับลูกก็เหมือนเป็นการสอนลูกไปในตัว ว่าเมื่อเราทำผิดเราก็ต้องกล้ายอมรับและกล่าวคำขอโทษ เพื่อลูกๆ จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตนะคะ^^

แม่โน้ต

100,066 views

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ IG : notepatsita Facebook

Profile

บทความแนะนำ