การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอนาคต…..” โดยไม่ค่อยคำนึงถึงความหยาบคาย หรือความรุนแรงไม่ใช่หรือเวลาทำกิจกรรมกลุ่ม เราคงไม่อยากให้เขาเป็น “เด็กขี้โมโห” พอมีอะไรไม่ถูกใจใช้กำลังกับเพื่อนหรืออาละวาดใช่ไหมคะ แล้วทำอย่างไรจะเลี้ยงให้ลูกเป็น “เด็กไม่โกรธง่าย” กันล่ะ
วันนี้จะถ่ายทอดเกี่ยวกับสิ่งสำคัญ 3 ข้อ เพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กไม่โกรธง่าย”ในอนาคต



ข้อ1 : ให้พูดเยอะๆ

เมื่อมีสิ่งที่ไม่ถูกใจ หรือไม่เป็นไปตามที่ตัวเองคิด ก็กระแทกคนหรือสิ่งของแรงๆบ้าง ตะโกนเสียงดังบ้าง หรือก็คือพฤติกรรม “โกรธ” เป็นบ่อเกิดของการขาดความอดทนอดกลั้น กล่าวได้ว่าเด็กๆเป็นคนที่ไม่มีความอดทนอดกลั้น และเด็กผู้ชายหยาบคายหรือทำรุนแรงบ้างเป็นธรรมดา แต่ตั้งแต่ 2 ขวบเป็นต้นไปซึ่งเข้าใจภาษาและเริ่มพูดได้ จะ “ฝึกฝน” การคุมสติตัวเองได้
กุญใจในการปลูกฝังความอดทนอดกลั้น จริงๆแล้วก็คือ “คำพูด
คนเราสามารถปลดปล่อยความต้องการของตัวเองในชั่วขณะได้จากการพูดสิ่งที่ตนคิด ถ้าได้พูดสิ่งที่กังวลหรือคาใจกับใครสักคน จิตใจก็จะปลอดโปล่งใช่ไหมคะ เด็กๆก็เช่นกัน ถ้าลูกพูดได้แล้วละก็ ให้เขาพูดเยอะๆนะคะ
พอลูกที่เริ่มพูดได้ พูดกับตัวเอง อาจมีคุณแม่หลายคนเป็นกังวลว่า “ลูกของฉันเป็นอะไรหรือเปล่า?” แต่จะยิ่งเป็นการดี ให้เขาพูดเยอะๆ ฝึกพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาเถอะค่ะ โดยทั่วไปเด็กผู้หญิงจะพูดได้เร็วกว่าเด็กผู้ชายและพูดเก่ง อาจจะกล่าวได้ว่าการที่เด็กผู้หญิงมีความอดทนอดกลั้นมากกว่าเด็กผู้ชาย เป็นเพราะ “พูด” เยอะ

ข้อ2 : “ตั้งคำถาม” ไม่ดุด่าโดยไม่ถามเหตุผล

เมื่อลูกฉุนเฉียวใช้กำลัง อย่าเพิ่งดุด่าโดยไม่ถามเหตุผล ขอให้นั่งลงหันหน้าเข้าหากัน แล้วถามเขาว่า “ทำไมเมื่อกี้ถึงปาของล่ะครับ?
และให้เขาฝึกพูดสิ่งที่คิดอยู่ข้างใน คิดว่าจะมีสิ่งที่ลูกอยากพูดหลายๆอย่างออกมา เช่น “ไม่ชอบที่โดนแย่งของเล่นไป” “อยากดื่มน้ำผลไม้อีก” เป็นต้น
ก่อนอื่นให้รับฟังคำพูดของลูก แล้วเสนอว่า “คราวหน้า ลองบอกก่อนจะปาข้าวของดีไหมครับ?” ถ้าฝึกฝนอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง จะมีความอดทนอดกลั้นมากขึ้นทีเดียว

ข้อ3 : คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็น “ผู้ใหญ่ที่ไม่โกรธง่าย”

ลูกมักจะดูท่าทางของพ่อแม่ ถ้าอยากทำให้ลูกเป็นเด็กไม่โกรธง่าย การคุณพ่อคุณแม่เองเป็น “ผู้ใหญ่ที่ไม่โกรธง่าย” ก็สำคัญเช่นกัน
พอเลี้ยงลูกชาย จากความซนของเขามักจะกลายเป็น ยังไงก็ต้องดุแรงๆ บางครั้งก็อารมณ์ขึ้นใช่ไหมคะ แต่ขอให้ระงับอารมณ์นั้นไว้ ก่อนตะโกนดุด่าลูกด้วยเสียงดังๆ ให้สูดลมหายใจหนึ่งครั้ง แล้วพยายามพูดอย่างใจเย็น
ลูกชายมักอยากจะเลียนแบบท่าทางของคุณพ่อ มากกว่าคุณแม่ จึงอยากขอร้องคุณพ่อให้พยายามไม่ตะโกนดุด่าโดยไม่ถามเหตุผลนะคะ การที่เด็กผู้ชายหยาบคาย รุนแรง บางส่วนก็มาจากสัญชาติญาณจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ความอดทนอดกลั้นนั้นสามารถปลูกฝังกันได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการปฏิบัติต่อกันของพ่อแม่
แต่การอบรมสั่งสอนต้องใช้เวลา ต้องปฏิบัติต่อเนื่องนานๆ อยากให้คุณพ่อคุณแม่พยายาม ใจเย็นๆและให้เวลา ไม่ใจร้อนหากไม่เห็นผลในทันที

ขอให้ใจเย็น สนุกกับการเลี้ยงดูลูกด้วยความละมุนละม่อมนะคะ

ผู้เขียนบทความ

 

Author archive

ทางทีมงานแอดมินทำ เพจคุณแม่ลูกอ่อน นี้ขึ้นมา เพื่อแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับคุณแม่และเด็ก ทั้งข้อมูลก่อนคลอด และหลังคลอดมาให้คุณแม่มือใหม่ที่ต้องการทราบข้อมูลในหลายๆด้านเกี่ยวกับการมีลูกน้อย รวมทั้งการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆของทั้งคุณแม่และคุณลูกค่ะ
Email : info@momandbaby.net
Line : @momandbaby



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. 12 เทคนิคฝึกทักษะการพูดที่ดีให้ก…
  2. คาร์ซีทสำคัญจนห้ามละเลย!
  3. รถหัดเดินช่วยได้จริงหรือ?
  4. ให้ลูกได้รู้จักกับดนตรี…แล้วทักษ…
  5. เตือน! ลูกกรี๊ด เอาแต่ใจ ไม่ควรโ…
  6. ให้ความรักก่อนให้ความรู้
  7. สอนลูกทำงานบ้าน ลูกจะประสบความสำ…
  8. NQ (Natural Quotient) เทรนใหม่ใน…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

อาหารบำรุงเลือด บำรุงน้ำนม สำหรับคุณแม่หลังคลอด

คุณแม่หลายๆ ท่านคงทราบดีนะคะว่ากว่าจะได้ลูกที่แข็ง…

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

PAGE TOP