การเลี้ยงลูกวัย 1-3 ขวบ

อาหารที่เด็กวัย 2 ขวบต้องหลีกเลี่ยง

เด็กเล็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป สามารถทานอาหารเสริมได้เด็กๆ มักจะตื่นเต้นกับรสชาติอาหารใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการทานนมมากว่า 6 เดือน แต่…การที่ลูกทานอาหารเสริมได้นั้น ไม่ได้แปลว่าจะทานอะไรก็ได้นะคะ คุณแม่มือใหม่หลายท่านอาจจะยังเก้ๆ กังๆ เริ่มต้นไม่ถูกว่าจะเอาอะไรก่อนดี และอาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรที่ลูกทานไม่ได้บ้าง เอาเป็นว่าวันนี้ผู้เขียนมีข้อมูลมาฝากเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากลูกน้อยอายุยังไม่ถึง 2 ขวบมาฝากค่ะ



1.รสเค็มจัดหรือผสมเกลือ

เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ ยังไม่ควรใช้เกลือในการปรุงอาหาร เพราะร่างกายกำลังเติบโต ไตกำลังพัฒนา และไตยังไม่พร้อมที่จะกรองอาหารที่มีรสเค็มจัด

คุณแม่บางท่านบอกว่ากลัวลูกจะขาดไอโอดีน แนะนำว่าถ้าต้องการปรุงด้วยเกลือจริงๆ รอให้ลูกอายุมากกว่า 1 ขวบก่อนจะดีกว่าค่ะ ซึ่งสมัยนี้เค้ามีการผลิตเกลือเสริมไอโอดีน สูตรลดโซเดียม60%อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณแม่ค่ะ

2.รสหวานจัดหรือผสมน้ำตาล

สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ร่างกายของเค้ายังไม่ต้องการความหวานที่มากมายเลยค่ะ แต่หากลูกได้รับความหวานมากเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้เกิดโรคอ้วน ฟันผุ ทำให้ลูกขาดความมั่นใจเวลาเข้าสังคมกับเพื่อนๆ อีกต่างหาก

หากคุณแม่ต้องการความหวานในการปรุงอาหารให้ลูกแล้วล่ะก็ แนะนำให้คุณแม่เลือกใช้ผักในการปรุงอาหารที่มีความหวานในตัว ซึ่งเป็นความหวานจากธรรมชาติจะดีกว่าค่ะ แถมลูกน้อยจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างที่คุณแม่ต้องการอีกด้วย

3.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งไม่ใช่แค่น้ำตาลที่มีรสหวานเท่านั้น แต่น้ำผึ้งยังเป็นสารให้ความหวานอีกด้วย ดังนั้น เด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ขวบจึงไม่ควรทานน้ำผึ้ง เพราะในน้ำผึ้งอาจมีเชื้อแบคทีเรีย คลอสตริเดียมโบทูลินัม(Clostridium Botulinum) ซึ่งเป็นพิษต่อลำไส้ของเด็กได้ ทำให้ท้องผูก เบื่ออาหาร ซึมเศร้า ในบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจถึงขั้นปอดบวมหรืออาจตกอยู่ในภาวะร่างกายขาดน้ำได้

4.เจลลี่ และ องุ่น

คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีลักษณะเม็ดเล็กกลม ลื่น และแข็ง อาหารจำพวกนี้จะเป็นอันตรายต่อเด็กมาก เพราะหากลูกทานเข้าไปอาจลื่นไปตกอยู่ที่หลอดลม ทำให้หายใจไม่สะดวก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

5.อาหารที่ไม่สุก หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ

  • เนื้อปลา แม้ว่าเนื้อปลาจะมีประโยชน์ต่อเด็กมากมาย แต่ก็มีโทษเช่นกัน เพราะในเนื้อปลาส่วนใหญ่จะมีสารปรอทอยู่ หากคุณแม่ไม่นำมาปรุงให้สุกซะก่อน สารพิษนั้นก็ยังคงอยู่ในเนื้อปลา เมื่อสะสมในร่างกายเรื่อยๆ จะส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสมองและระบบประสาทของเด็ก ทางที่ดี เด็กๆ เล็กควรได้ทานเนื้อปลาที่สุกเท่านั้นนะคะ
  • หอยซึ่งในหอยดิบนี้อาจจะมีเชื้อแบคทีเรียหากเด็กทานเข้าไปอาจทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ส่งผลให้ปวดท้อง ท้องเสียอย่างรุนแรง บางรายอาจถึงขั้นอาเจียนได้
  • ไข่เพราะลูกควรที่ได้ทานไข่ทุกวัน เพราะไข่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและสมองให้มีพัฒนาการที่ดีสมวัย ควรปรุงให้ไข่สุกทั่วกันทั้งฟอง เพราะในไข่จะมีเชื้อแบคทีเรียซานโมเนลาที่ส่งผลให้อาหารเป็นพิษ เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงได้

อาหารสำหรับเด็กเล็กๆ นั้น ถ้าเป็นไปได้คุณแม่ควรปรุงเอง เตรียมเองจะดีที่สุดค่ะ และที่สำคัญคือ การปรุงอาหารเสริมให้ลูกนั้น ควรเลือกใช้ความหวานหรือความเค็มจากธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้อวัยวะในร่างกายต้องทำงานหนักเกินไป

การเลือกผักให้ลูก ควรเป็นผักที่ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวหรือฉุน เพราะจะทำให้ลูกเกิดประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับการทานผัก หากคุณแม่ต้องการทำน้ำซุป ลองหาผักหลายชนิดมาเคี่ยวให้เปื่อยใส่กระดูกหมู เพื่อเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ แถมได้แคลเซียมจากกระดูกหมูอีกต่างหาก ได้ทั้งอร่อยและประโยชน์ตามที่ร่างกายต้องการเลย

การปรุงอาหารให้ลูกสำหรับวัยที่ต่ำกว่า 2 ขวบนั้น คุณแม่ต้องใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่ความสด ความสะอาด ปรุงสุกหรือไม่ หรือแม้แต่ลักษณะอาหารแบบไหนที่ไม่ควรให้ลูกทาน เป็นต้น เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก และมีพัฒนาการที่ดีสมวัยนะคะ

ผู้เขียนบทความ

พัชญ์สิตา จงพิพัฒนศิริ
 

Author archive

ตอนนี้เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ที่ใช้วิธีการเลี้ยงลูก “แบบโบ-ดิจิทัล” เลิฟการอ่าน รักการเขียน มีลูกสาวคนเดียวเป็นแรงบันดาลใจ ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
IG : notepatsita
Facebook



 

โพสต์ที่แนะนำ



โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

  1. 10 ประโยคทำร้ายจิตใจ ไม่ควรพูดกั…
  2. 12 เทคนิคฝึกทักษะการพูดที่ดีให้ก…
  3. การดุแบบไหนที่จะทำให้พัฒนาการลูก…
  4. มาค้นพบวิธีดูแลดวงตาของลูกให้ถูก…
  5. ให้ลูกได้รู้จักกับดนตรี…แล้วทักษ…
  6. Terrible Twos คืออะไรน๊ะ
  7. งานบ้านสอนลูกได้มากกว่าที่คิด
  8. ลูกของคุณเป็นเด็กนอนหลับยากอยู่ห…

ห้องเรียนสำหรับคุณแม่

โพสต์ที่แนะนำ

โพสต์ยอดนิยม

วัคซีนที่จำเป็นตั้งแต่แรกเกิดจน 12 เดือน

ตอนนี้โรคภัยต่างๆ ค่อนข้างมีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมา…

เพียง 3 ข้อ! สิ่งสำคัญเพื่อเลี้ยงให้ลูกชายเป็น “เด็กที่ไม่ค่อยโกรธ” ในอนาคต

พอเลี้ยงลูกชาย มีคุณแม่หลายคนคิดไปเสียว่า “กังวลอน…

นั่งดีๆสิ! เคล็ดลับ 5 ประการที่ทำให้เด็กๆเลิก “ลุกเดินระหว่างทานข้าว” “ทานไปเล่นไป”

คุณคงเคยมีประสบการณ์ต้องลำบากกับเด็กเอาแต่ใจที่อยู…

9 ข้อสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจ

ถ้าให้ถามคุณแม่ว่า “เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีลูก …

แม่ท้องจะทาเล็บ ทำสีผมได้ไหม ลูกในท้องจะอันตรายหรือเปล่า?

ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงามกันเป็นธรรมดา …

PAGE TOP